จากข่าวการแพร่ระบาดของไวรัส hMPV (Human metapneumovirus) ที่ก่อโรคระบบทางเดินหายใจในประเทศจีน ทำให้หลายคนเกิดความตื่นตระหนก โดยล่าสุดทางรัฐบาลไทยได้ประกาศว่าปัจจุบันยังไม่พบการแพร่ระบาดในประเทศไทย แต่ก็ไม่ควรประมาท เนื่องจากแพร่ระบาดได้ง่าย และยังไม่มียารักษา
กรมควบคุมโรค เผยว่ากองระบาดวิทยาร่วมกับโรงพยาบาลเครือข่าย ดำเนินโครงการเก็บตัวอย่างเชื้อจากผู้ป่วยทางเดินหายใจส่งตรวจหาเชื้อก่อโรคด้วยวิธี PCR ข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2567 พบว่า เชื้อที่ตรวจพบสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ เชื้อ SARS-CoV-2 จำนวน 87 ราย (ร้อยละ 14.26) รองลงมา คือ Rhinovirus 78 ราย (ร้อยละ 12.79) Haemophilus influenzae 56 ราย (ร้อยละ 9.18) Respiratory syncytial virus (RSV) 45 ราย (ร้อยละ 7.38) และ Human metapneumovirus (hMPV) 42 ราย (ร้อยละ 6.89) ตามลำดับ
โดยกลุ่มอายุที่ตรวจพบเชื้อ hMPV สูงสุดคือ
- อายุต่ำกว่า 5 ปี (ร้อยละ 35.71)
- รองลงมาคือ อายุ 50 – 59 ปี (ร้อยละ 16.67)
- และอายุ 30 – 39 ปี (ร้อยละ 11.90)
...
จากการส่งตรวจในโครงการฯ เห็นได้ว่าสัดส่วนการตรวจพบเชื้อชนิดนี้ยังน้อยกว่าเชื้ออื่น ซึ่งเชื้อ hMPV สามารถตรวจพบได้ตลอดทั้งปี พบมากในช่วงฤดูฝนต่อเนื่องจนถึงฤดูหนาว แต่ยังไม่พบรายงานการระบาดเป็นวงกว้างแต่อย่างใด
ไวรัส hMPV มักแพร่ระบาดในช่วงอากาศเย็น ไวรัสชนิดนี้สามารถก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจแบบเฉียบพลัน และหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจลุกลามจนทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบ หรือปอดบวมได้ ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ การรักษาจึงมุ่งเน้นที่การบรรเทาอาการเป็นสำคัญ
แพทย์หญิง วรินทิพย์ มหาพสุธานนท์ อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า “hMPV” เป็นไวรัสที่ทำให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไวรัสนี้สามารถแพร่ระบาดได้ตลอดทั้งปี แต่จะพบบ่อยในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน
อาการของ hMPV โดยทั่วไปจะมีอาการคล้ายคลึงกับโรคไข้หวัดใหญ่หรือ RSV เช่น ไอ, น้ำมูกไหล, ไข้, หายใจลำบาก และปอดอักเสบ
hMPV สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัสสารคัดหลั่ง เช่น น้ำลาย เสมหะ การไอและจามของผู้ติดเชื้อ ไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิวต่างๆ เช่น ลูกบิดประตู หรือของเล่นเด็ก หากสัมผัสสิ่งเหล่านี้แล้วนำมือมาสัมผัสใบหน้า ก็อาจติดเชื้อได้ โดยกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสติดเชื้อ hMPV มากกว่าปกติ ได้แก่
- เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี
- ผู้สูงอายุ
- ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคปอด โรคหัวใจ หรือโรคเบาหวาน
- ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง
การตรวจหาเชื้อ hMPV แพทย์จะตรวจหาเชื้อด้วยการทำ swab สารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจส่งตรวจหาเชื้อในห้องปฏิบัติการ ส่วนการรักษาจะเป็นการรักษาแบบประคับประคองตามอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก เนื่องจากโรค hMPV ยังไม่มียารักษาเฉพาะ เช่น ให้ยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก ส่วนรายที่มีอาการรุนแรง จำเป็นต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเพื่อพ่นยา เคาะปอด ดูดเสมหะ และให้สารน้ำทางหลอดเลือด
ปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกันเชื้อ hMPV เพราะฉะนั้นการป้องกันที่ดีที่สุดคือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย เลี่ยงไปสถานที่ชุมชนคนเยอะ สวมใส่หน้ากากอนามัย และล้างมือบ่อยๆ เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อทางเดินหายใจ