การป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อโรคที่ทำได้ง่ายๆ อย่างหนึ่งก็คือ “การล้างมือ” แต่การล้างมือบ่อยๆ ก็อาจสร้างปัญหาที่ทำให้เกิดอาการผิวแห้ง แตก แสบ และคันมือได้ แล้วเราจะมีวิธีดูแลมืออย่างไร? เพื่อให้ยังคงความนุ่มและไม่เกิดแผลอักเสบ

ล้างมืออย่างไรให้ปลอดภัยจากเหล่าเชื้อโรค?

1. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่และน้ำ และต้องฟอกถูอย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะเมื่อคุณอยู่ในที่สาธารณะ หรือหลังจากมีอาการไอจาม หรือสัมผัสสารคัดหลั่ง

2. หากไม่สามารถล้างมือด้วยสบู่และน้ำ ก็สามารถใช้แอลกอฮอล์เจลล้างมือแทนได้ แต่ควรมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ตั้งแต่ 70% ขึ้นไป

3. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับตา จมูก และปาก หากยังไม่ได้ล้างมือ

การล้างมืออย่างถูกวิธีแบบที่องค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำ

  • ใช้ฝ่ามือถูฝ่ามือ
  • ใช้ฝ่ามือถูหลังมือ และซอกนิ้วทั้ง 2 ข้าง
  • ประกบฝ่ามือถูซอกนิ้ว
  • กำเป็นกำปั้น ใช้ฝ่ามือถูหลังนิ้ว
  • กำเฉพาะหัวแม่โป้งแล้วหมุนทั้ง 2 ข้าง
  • ขัดฝ่ามือ และร่องฝ่ามือด้วยปลายนิ้ว
  • หมุนรอบข้อมือ
  • เช็ดมือด้วยกระดาษที่ใช้ครั้งเดียวทิ้ง
  • ใช้กระดาษจับเพื่อปิดก๊อกน้ำแล้วทิ้ง

...

ทั้งนี้ การล้างมือหรือใช้แอลกอฮอล์เจลมากเกินไปมักจะมีปัญหาที่ตามมาก็คือ อาจเกิดผื่นแพ้ที่มือเรื้อรัง มีตุ่มน้ำใสที่มือ เกิดโรคสะเก็ดเงินที่มือ หรือเกิดภาวะผิวแห้ง และทำให้มือแห้งแตกตามมา

ทำไมการล้างมือ ถึงทำให้ผิวแห้ง มือแห้ง

การล้างมือบ่อยๆ และการใช้สารแอลกอฮอล์เจลสามารถกำจัดเชื้อไวรัสและลดความเสี่ยงต่อโรคติดต่อได้จริง แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อผิวหนัง โดยเฉพาะหนังกำพร้าชั้นนอกสุด (Stratum corneum) โดยโครงสร้างของโปรตีนและไขมันสำคัญในชั้นหนังกำพร้าจะเสียไป เหมือนเราสูญเสียเกราะป้องกันสำคัญของผิวหนัง จึงเกิดการสูญเสียน้ำผ่านทางผิวหนัง น้ำที่ใช้ล้างมือเองก็มีผลทำให้ผิวแห้งโดยการชะล้างน้ำมันธรรมชาติของผิวหนังออกไปเช่นกัน การล้างมือบ่อยๆ จึงมีโอกาสทำให้มือแห้งกร้าน ผิวหนังอักเสบ แห้ง แดง คัน มีขุย บางครั้งอาจแตกเป็นแผล บางรายที่มีอาการรุนแรงอาจจะมีตุ่มน้ำใสที่มือและข้างนิ้ว (Dyshidrosis) และเพิ่มโอกาสเสี่ยงในการติดเชื้อที่ผิวหนังตามมาได้

วิธีรักษาสมดุลของผิว ที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ

  • หลังล้างมือควรซับมือให้แห้งทันที

  • ใช้ครีมบำรุงผิวทันทีหลังการใช้แอลกอฮอล์เจล หรือหลังการล้างมือและซับมือแล้ว

  • เลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เหมาะสมกับสภาพผิวของแต่ละคน โดยแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ชนิดเนื้อครีมหรือขี้ผึ้ง แทนโลชั่นเพราะว่าโลชั่นมีส่วนประกอบของน้ำมาก จึงเกิดการระเหยออกได้ง่าย อาจให้ความชุ่มชื้นได้ไม่ดีเท่าที่ควร

  • หากผิวหนังมีขุยหรือแห้งแตกมากควรใช้ผลิตภัณฑ์ เนื้อขี้ผึ้ง หรือ plain petrolatum เคลือบบริเวณที่แห้งแตก

  • โลชั่นและครีมบางชนิดมีส่วนผสมของสารกันเสีย น้ำหอม และตัวทำละลายบางชนิด อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ในบางคน แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สูตร Hypo-allergenic แทน หรือหมั่นสังเกตอาการ 1 สัปดาห์หลังเริ่มใช้

  • โลชั่นและครีมบางชนิดมีส่วนผสมของสารกันเสีย น้ำหอม และตัวทำละลายบางชนิด อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองได้ในบางคน แนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์สูตร Hypo-allergenic แทน หรือหมั่นสังเกตอาการ 1 สัปดาห์หลังเริ่มใช้

  • ผู้ที่มีปัญหาทางผิวหนังอยู่เดิม ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของมอยซ์เจอไรเซอร์

  • ควรเลือกใช้สบู่เหลวมากกว่าสบู่ก้อน เนื่องจากค่า pH ที่เป็นด่างของสบู่ก้อนโดยส่วนใหญ่ไม่เหมาะกับสภาพผิว

  • ไม่ควรล้างมือด้วยน้ำอุ่นจัด เพราะจะทำให้ผิวแห้งมากขึ้น

  • หากมีอาการมากควรปรึกษาแพทย์และอาจมีความจำเป็นต้องใช้ยาที่มีส่วนผสมของ corticosteroid ในบางราย ซึ่งการบำรุงดูแลผิวที่ดีอย่างสม่ำเสมอสามารถลดอัตราการใช้ยาได้ กรณีที่มีการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนังจากบริเวณที่เป็นแผลอาจได้รับยาต้านเชื้อแบคที่เรียร่วมด้วย

...

นอกจากการต่อสู้กับเชื้อโรคในทุกวันนี้แล้ว ทุกๆ คนก็ควรที่จะใส่ใจการดูแลผิวควบคู่กันไปด้วย เพื่อสุขอนามัยที่ดี ปลอดเชื้อ และมีสุขภาพผิวที่แข็งแรง

ขอบคุณข้อมูล : ศูนย์ความงาม โรงพยาบาลพญาไท 3