ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดเป็นปัญหาสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม ซึ่งบ่อยครั้งมักถูกเรียกว่าภัยเงียบ เพราะอาจไม่เห็นได้ชัดเจนในช่วงแรก แต่มีผลกระทบที่สำคัญต่อชีวิตและสุขภาพของแม่และทารก โดยมีสาเหตุที่หลากหลาย หลักๆ มาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนที่เกิดขึ้นหลังคลอด เช่น ความเครียดจากการเลี้ยงดูลูก ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตประจำวัน ปัญหาจากความสัมพันธ์ มีประวัติซึมเศร้าก่อนตั้งครรภ์ ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ หรือคลอดบุตร การนอนหลับไม่เพียงพอ และการขาดการสนับสนุนจากคนรอบข้าง ทั้งตัวคุณแม่เอง และคนรอบข้างควรมีการรับรู้และการเข้าใจเกี่ยวกับปัญหานี้ เพื่อที่จะสามารถช่วยให้การดูแลและการรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อาการของภาวะซึมเศร้า
- อารมณ์เศร้า หดหู่
- สูญเสียความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ
- เบื่ออาหาร หรือกินมากเกินไป
- นอนไม่หลับ หรือหลับมากเกินไป
- เหนื่อยล้า หรือไม่มีพลัง
- สมาธิ และความจำแย่ลง
- ความรู้สึกผิด หรือไร้ค่า
- ความคิดทำร้ายตนเอง หรือฆ่าตัวตาย
- อาการเฉพาะของภาวะซึมเศร้าหลังคลอด เช่น ความกังวล หรือกลัวเกี่ยวกับทารก ความรู้สึกไม่ผูกพันกับทารก ความรู้สึกโกรธหรือหงุดหงิดกับทารก
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดสามารถรักษาได้ด้วยการปรึกษาจิตแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญ การรับประทานยา การบำบัดด้วยการพูดคุย (Psychotherapy) และการทำกิจกรรมบำบัด นอกจากนี้การมีการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนๆ ก็เป็นปัจจัยที่สำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพจิต
...
ป้องกันการเกิดภาวะซึมเศร้า
- การเตรียมตัวสำหรับการเป็นพ่อแม่
- การสร้างเครือข่ายการสนับสนุน
- การดูแลสุขภาพจิตก่อนและหลังคลอด
คนใกล้ชิดมีบทบาทสำคัญในการดูแลและสนับสนุนผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าหลังคลอด ควรแสดงความเข้าใจและไม่ตำหนิ ให้ความช่วยเหลือในการดูแลลูก กระตุ้นให้ไปพบแพทย์หากมีอาการ รับฟังโดยไม่ตัดสิน สร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมและปลอดภัย และสังเกตอาการที่อาจแย่ลง ข้อควรระวังคืออย่าตำหนิหรือวิจารณ์ อย่าพยายามให้คำแนะนำ หรือบังคับให้ทำกิจกรรมที่ไม่ต้องการทำ ไม่ควรปล่อยให้ผู้ป่วยอยู่ตามลำพังเป็นเวลานาน หากมีอาการรุนแรง เช่น ความคิดฆ่าตัวตาย ให้พาไปพบแพทย์ทันที
สังเกตอาการคุณแม่หลังคลอดที่เข่าข่ายภาวะซึมเศร้า
แนะนำให้คนใกล้ชิดสังเกตอาการ เช่น ความเปลี่ยนแปลงในอารมณ์, การนอนหลับ, ความคิดเกี่ยวกับการทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่น ความกังวลหรือกลัวเกี่ยวกับทารกที่มากเกินไป มีอาการทางกาย เช่น ปวดหัว ปวดท้อง หรือหัวใจเต้นเร็วหากอาการซึมเศร้าที่รุนแรงขึ้น หรือไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ ควรพาผู้ป่วยไปพบแพทย์จิตแพทย์ทันที เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
ภาวะซึมเศร้าหลังคลอดอาจดูเหมือนเป็นเรื่องใหม่ แต่ความจริงแล้วกลับเป็นเพียงเรื่องที่คนไม่เคยรู้และไม่ค่อยเข้าใจ ซึ่งการดูแลภาวะซึมเศร้าหลังคลอดนั้นต้องการความร่วมมือจากหลายฝ่าย ทั้งจากคนใกล้ชิดและบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อช่วยให้คุณแม่กลับมามีสุขภาพจิตที่ดีสามารถดูแลทารกได้อย่างเต็มที่.
ขอบคุณข้อมูล : พญ.อรไพลิน รัตนปิ่นศิริ จิตแพทย์ศูนย์ Let’s Talk โรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน