น้ำตาเทียม เป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าของดวงตาจากการใช้สายตาในชีวิตประจำวันเป็นเวลานาน จนทำให้เกิดอาการตาแห้ง ระคายเคืองดวงตา แต่การเลือกใช้น้ำตาเทียมก็ควรระมัดระวัง ถ้าหากเลือกผิดอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อดวงตาในระยะยาวได้

ประโยชน์ของน้ำตาเทียม 

น้ำตาเทียม คือ ผลิตภัณฑ์ที่ใช้สำหรับทดแทนน้ำตาจริงของมนุษย์ โดยจะให้ความชุ่มชื้นและหล่อลื่นดวงตา เหมาะกับผู้ที่มีภาวะตาแห้ง ผู้ที่ผลิตน้ำตาได้น้อย ผู้ที่ผ่านการผ่าตัดดวงตามา รวมถึงผู้ที่ต้องการเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

น้ำตาเทียมเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับดวงตา ซึ่งมีความบอบบาง จึงควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมั่นได้ว่าปลอดภัยและมีคุณภาพ โดยมีแนวทางการเลือกผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียม ดังนี้

  • ตรวจสอบเลขทะเบียนตำรับยาของผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียม
  • เลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เช่น ร้านขายยาที่มีเภสัชกรประจำ
  • เลือกรูปแบบผลิตภัณฑ์น้ำตาเทียมให้เหมาะสมกับตนเอง

...

น้ำตาเทียม มีกี่ประเภท

น้ำตาเทียมแบ่งตามอายุการใช้งานได้ 3 ประเภท ได้แก่

1. น้ำตาเทียมแบบรายวัน

  • รูปแบบเป็นของเหลวในหลอดเล็ก หรือเป็นกระเปาะ
  • ไม่มีสารกันเสีย
  • เหมาะกับผู้ที่ใช้น้ำตาเทียมเป็นเวลานาน ใช้เป็นประจำ และผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์
  • มีอายุการใช้งาน 12-24 ชั่วโมงหลังเปิดใช้

ภาพจาก iStock
ภาพจาก iStock

2. น้ำตาเทียมแบบรายเดือน

  • มีรูปแบบของเหลวในขวด
  • มีสารกันเสีย
  • เหมาะกับผู้ที่ต้องการใช้น้ำตาเทียมในระยะเวลาสั้นๆ หรือใช้ไม่บ่อย
  • มีอายุการใช้งาน 1 เดือนหลังเปิดใช้

3. น้ำตาเทียมชนิดเจลขี้ผึ้ง

  • รูปแบบเจล ขี้ผึ้งในหลอด
  • มีสารกันเสีย
  • เหมาะกับผู้ที่ตาแห้งมาก
  • หลังใช้อาจทำให้สายตาพร่ามัวชั่วคราว ควรรอให้สายตาหายพร่ามัวก่อนทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุ
  • มีอายุการใช้งาน 1 เดือนหลังเปิดใช้งาน

อย่างไรก็ตาม หากได้รับสารกันเสียในน้ำตาเทียมเป็นเวลานาน หรือบ่อยครั้ง อาจทำให้ระคายเคืองต่อเยื่อบุดวงตา และอาจทำให้คอนแทคเลนส์เสียหายได้ หรือในบางคนอาจแพ้สารกันเสียในน้ำตาเทียม ดังนั้นน้ำตาเทียมแบบรายเดือนจึงอาจไม่เหมาะสมกับคนบางกลุ่ม นอกจากนี้หากใช้น้ำตาเทียมแล้วเกิดอาการระคายเคืองตา หรือมีความผิดปกติใดๆ ให้หยุดใช้ทันที และรีบปรึกษาจักษุแพทย์

ข้อมูลอ้างอิง : สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)