การแต่งหน้า เป็นการเสริมแรงบันดาลใจ และความมั่นใจก่อนการไปทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้าน หรือแม้กระทั่งการออกกำลังกาย แต่รู้หรือไม่ว่าการกระทำนี้อาจทำให้คุณทำร้ายสุขภาพผิวได้

ผิวหนังมีบทบาทสำคัญ ที่ช่วยให้ร่างกายควบคุมอุณหภูมิ โดยเฉพาะระหว่างออกกำลังกาย เมื่ออัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น และการเผาผลาญเพิ่มขึ้น การปล่อยให้รูขุมขนขยายเพื่อให้เหงื่อระบายออกไป เป็นหนึ่งวิธีที่ผิวหนังจะระบายความร้อนส่วนเกินออกจากร่างกาย

การออกกำลังกาย จึงเป็นสิ่งที่ดีมากๆ สำหรับสุขภาพร่างกาย รวมทั้งสุขภาพผิว ซึ่งเป็นตัวช่วยยอดฮิตที่เพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปยังอวัยวะทั้งหมด รวมถึงผิวหนังของร่างกาย ด้วยการส่งออกซิเจน และสารอาหารไปได้ในทุกส่วน 

หนึ่งเหตุผลที่ทำให้หลายคนคงสงสัย และมีข้อถกเถียงกันอยู่ไม่น้อย กับสมมติฐานที่หลายคนคิดกันไว้ คือ การแต่งหน้านั้นสามารถไปปิดกั้นรูขุมขนได้หรือไม่ และมีผลเป็นบางส่วน หรือทั้งหมด เนื่องจากรูขุมขนมีความสำคัญต่อการระเหย เหงื่อออก และการกำจัดสิ่งสกปรก “การแต่งหน้าจึงอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพผิว”

...

เพื่อค้นหาว่าการแต่งหน้าส่งผลอย่างไรกับผิว ในระหว่างออกกำลังกาย ซูโก้ ลี (Sukho Lee) ศาสตราจารย์ในภาควิชาให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ และกายภาพวิทยา ที่ Texas A&M University-San Antonio และผู้เขียนอาวุโสของ Journal of Cosmetic Dermatology ได้ทดลองให้ทาครีมรองพื้นบนหน้าผาก และบริเวณใต้ตา ของนักศึกษามหาวิทยาลัย 43 คน และปล่อยให้ครึ่งล่างของใบหน้าทุกคนปราศจากการแต่งหน้า จากนั้นนักเรียนทุกคนก็วิ่งบนลู่วิ่งเป็นเวลา 20 นาที

“ผลออกมาเป็นอย่างที่คาดไว้ เพราะเมกอัพต่างๆ มีสารที่สามารถเข้าไปปิดกั้นรูขุมขนได้บางส่วน และทั้งหมดขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ ทำให้การระเหยของร่างกาย เช่น เหงื่อ ระบายความร้อน หรือการกำจัดสิ่งสกปรก ไม่สามารถระเหย และไหลเวียนได้อย่างเต็มที่ การแต่งหน้าจึงส่งผลเสียต่อสุขภาพผิว และทำให้ผิวหมองคล้ำ และสกปรกได้” ซูโก้ ลี กล่าว

นอกจากนี้ยังได้ใช้อุปกรณ์ที่สามารถสแกนผิวหนัง เพื่อดูระดับความชื้น ปริมาณน้ำมัน และขนาดรูขุมขน โดยเปรียบเทียบส่วนที่แต่งหน้า และไม่มีการแต่งหน้าของบุคคล มีผลออกมาว่า “ระดับความชื้นของคนที่ใช้เมกอัพสูงกว่า ระดับความชื้นของคนที่ไม่ใช้” 

ความชื้นที่สูงกว่า อาจฟังแล้วเป็นผลในเชิงบวกแต่จริงๆ แล้วมันบ่งบอกถึงผลด้านลบของรองพื้น “ความชื้นบนผิวหนัง เป็นหลักฐานของ ‘การระเหยที่ไม่ดี’ ดังนั้นความชื้นบนผิวหนังจำนวนมากจึงไม่ใช่สัญญาณที่ดี ซึ่งถ้าผิวหนังมีการระบายที่ดี ความชื้นควรต้องระเหยออกไป” ลี กล่าว 

ศาสตราจารย์ภาควิชาให้คำปรึกษาด้านสุขภาพ และกายภาพวิทยา กล่าวเสริมว่า “รูขุมขนของคนที่ใช้เมกอัพ มีขนาดเล็กลงในบริเวณที่พวกเขาแต่งหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่าผิวหนังไม่สามารถเปิดออก และควบคุมความชื้นได้อย่างเหมาะสม รวมถึงขจัดน้ำมันและเศษซากสิ่งสกปรกได้ตามปกติได้”

การศึกษานี้ยังมีผลต่อเนื่องเกี่ยวกับ ระดับความมัน ของใบหน้าที่มีเครื่องสำอางยังสูงกว่า เมื่อเทียบกับคนที่ไม่แต่งหน้า ซึ่งเป็นเครื่องหมายของสิ่งสกปรก และแบคทีเรียที่สะสมบนผิวหนัง สาเหตุที่นำไปสู่สภาวะต่างๆ เช่น สิว ระดับน้ำมันในด้านการแต่งหน้าลดลง ทั้งหมดนี้ อาจเป็นเหตุผลที่เป็นไปได้ว่า รองพื้นกำลังรบกวนความสามารถของผิวในการควบคุมระดับน้ำมัน 

ข้อพิสูจน์นี้ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เสริมความงามอื่นๆ ที่ผู้คนใช้บนใบหน้า เช่น ครีมกันแดด ซึ่งมีการออกแบบมาเพื่อสร้างเกราะป้องกันผิวจากรังสียูวี

ซูโก้ ลี จึงหวังว่า การศึกษาที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้แบรนด์เสริมความงามต่างๆ เพิ่มทางเลือกอื่นๆ ให้แก่ผู้บริโภค เช่น ใช้ส่วนผสมที่แตกต่าง และเป็นมิตรต่อผิว หรือ สูตรปราศจากน้ำมัน ที่ส่งผลกระทบต่อผิวได้น้อยลงยิ่งขึ้น

สรุปได้ว่า หากคุณออกกำลังกายด้วย ‘การแต่งหน้า หรือใช้เครื่องสำอาง’ อาจจะทำให้ผิวในส่วนนั้นไม่ได้รับผลประโยชน์ แถมยังเป็นส่วนหนึ่งในการทำร้ายสุขภาพผิวได้อีกด้วย อย่างไรก็ดีในปัจจุบันก็มีผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกมากมาย บางแบรนด์ผ่านการศึกษาค้นคว้าในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ผู้บริโภคได้เลือกใช้ และลดการทำร้ายสุขภาพผิวขณะออกกำลังกายได้อยู่ด้วยเช่นกัน

ข้อมูล : time

...

ภาพ : istock