ทำความรู้จักโรคเกาต์ และโรคเกาต์เทียม มีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด โดยทั้ง 2 โรคนี้มีลักษณะอาการใกล้เคียงกัน แต่จะมีกระบวนการวิธีรักษา และจุดสังเกตที่แตกต่างกัน

หนึ่งในโรคที่คนเป็นกันจำนวนมาก ทำให้เกิดอาการปวดตามข้อ และกระดูกที่เรียกกันว่า ‘โรคเกาต์’ แต่รู้หรือไม่ว่า มีโรคที่มีลักษณะอาการใกล้เคียงกัน แต่มีการรักษา และเฝ้าระวังที่ไม่เหมือนกันอยู่ด้วย โรคนี้มีชื่อเรียกว่า ‘โรคเกาต์เทียม’ 

ไทยรัฐออนไลน์ ได้ข้อมูลที่น่าสนใจจาก โรงพยาบาลวิมุต ที่ได้นำเสนอความแตกต่างระหว่าง โรคเกาต์ และโรคเกาต์เทียมได้อย่างน่าสนใจดังนี้ “โรคเกาต์ (Gout) และโรคเกาต์เทียม (Pseudogout) ต่างเป็นชนิดของโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของข้อทั้งคู่ (Inflammatory Arthritis Diseases) สาเหตุมาจากผลึกเกลือบริเวณข้อต่อ ที่ระคายเคืองจนทำให้เกิดการอักเสบ นำมาซึ่งอาการปวด บวม ร้อนแดงตามบริเวณข้อของร่างกาย”

ความแตกต่างระหว่าง ‘โรคเกาต์ และ โรคเกาต์เทียม’

...

  • โรคเกาต์

โรคเกาต์ เกิดจากภาวะกรดยูริกในเลือดสูงกว่าปกติ จึงเกิดการสะสมของผนึกเกลือโมโนโซเดียมยูเรต ไปอยู่ตามข้อต่อและเนื้อเยื่อต่างๆ ส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นที่ส่วนปลาย เช่น มือ และเท้า จนเกิดการระคายเคืองที่ไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ทําให้เกิดภาวะข้ออักเสบเฉียบพลัน 

ส่วนใหญ่มักจะเกิดกับผู้ชาย และผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน โดยโรคเกาต์ สามารถเข้ารับการรักษาและควบคุมไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำได้ โดยอาจจะต้องหลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีกรดยูริกสูง เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องใน อาหารทะเล และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 

นอกจากนี้โรคเกาต์ยังส่งผลกระทบควบคู่ไปกับโรคเบาหวาน ความดัน หากเป็นในระยะยาวไม่รีบรักษา อาจก่อนเกิดเป็นโรคมะเร็ง (เม็ดเลือดขาว และ สะเก็ดเงิน)

  • โรคเกาต์เทียม

โรคเกาต์เทียม เกิดจากการสะสมผลึกแคลเซียมไพโรฟอสเฟตดีไฮเดรต ซึ่งเป็นคนละชนิดกันกับโรคเกาต์โดยทั่วไป ส่วนใหญ่จะไปเกิดในข้อบริเวณใหญ่ๆ ของร่างกายเฉพาะจุด 

แม้โรคเกาต์เทียม อาจจะอันตรายน้อยกว่า แต่มักจะส่งผลกระทบต่อการทำงาน ใช้ชีวิต และการการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ส่วนใหญ่มักเกิดขึ้นได้ทั้งผู้หญิง ผู้ชาย และในสูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 

โรคเกาต์เทียมต่างจากโรคเกาต์ที่จะเกิดจากการตกผลึกคนละชนิดกัน และเกิดในข้อต่อของอวัยวะต่างๆ โดยโรคเกาต์จะสามารถเกิดได้หลายที่ตามข้อเล็กๆ 

จุดสังเกตของ ‘โรคเกาต์ และ โรคเกาต์เทียม’

โรคนี้อาจจะเฝ้าระวัง และติดตามอาการได้ด้วยตนเองว่าอาการที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร เจ็บปวดตรงข้อต่อส่วนไหนในเบื้องต้น แต่อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอาการอย่างเคร่งครัด โดยจะได้รับการวินิจฉัยที่แน่ชัด และถูกต้องที่สุดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ด้วยวิธีเจาะดูดน้ำไขข้อเพื่อดูชนิดของผลึกเกลือ เพราะว่าการโรคเกาต์ และโรคเกาต์เทียม อาจมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันออกไป

โรคเกาต์ และ โรคเกาต์เทียม เป็นสองโรคที่ควรติดตามอาการ และเช็กร่างกายอย่างใกล้ชิดจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เนื่องจากโรคทั้งสอง อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ยังสามารถลุกลามเปลี่ยนแปลงไปเป็นโรคอื่นๆ ได้อีกด้วย ดังนั้นการติดตาม และรักษาอาการจึงเป็นเรื่องสำคัญ และมีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้ที่เป็นโรคดังกล่าว

ข้อมูล : Vimut Hospital

ภาพ : istock