การแก้จมูกเป็นปัญหาที่คงไม่มีคนทำจมูกคนไหนอยากให้เกิดขึ้น เพราะเสียเงินศัลยกรรมไปแล้ว แต่กลับไม่ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจ ซ้ำยังต้องเจ็บตัวถึงสองรอบ อีกทั้งการแก้จมูกรอบสองยังมีวิธีการที่ซับซ้อนและขั้นตอนมากกว่าการทำจมูกครั้งแรกอีก ไหนจะต้องแก้ไขปัญหาเดิมให้เสร็จก่อน จึงจะสามารถทำจมูกให้ได้ตามรูปที่ต้องการได้ ถือเป็นความยุ่งยากที่ไม่มีใครอยากเจอ สำหรับใครที่กำลังศึกษาเรื่องการทำจมูก หรือวางแผนทำจมูกอยู่ ถ้าไม่อยากเป็นเคสแก้ นอกจากจะโฟกัสเรื่องการเลือกคลินิกว่าเสริมจมูกที่ไหนดีแล้ว มาดู 5 สาเหตุที่ทำให้หลายคนต้องแก้จมูก รวมถึงปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการติดเชื้อหลังเสริมจมูกด้วย
5 ปัญหาที่ทำให้ต้องแก้จมูก
1. ปัญหาสันจมูกบาง
สันจมูกบางเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนที่มีเนื้อเยื่อบริเวณสันจมูกบางอยู่แล้ว ซึ่งทำให้ผิวหนังบริเวณสันจมูกตึงเกินไปและมีความบางใส รวมถึงอีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น การเสริมจมูกด้วยซิลิโคนในตำแหน่งตื้นเกินไป การเลือกซิลิโคนมีขนาดใหญ่หรือหนา ซึ่งทำให้ผิวหนังบริเวณจมูกรองรับไม่ไหว รวมถึงหลังเสริมจมูกแล้ว หากเกิดการอักเสบจากสิวที่จมูก ก็ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นมีความบางลงได้ นอกจากนี้ สำหรับคนที่เคยฉีดฟิลเลอร์ ซิลิโคน หรือสารเหลวอื่นๆ ที่บริเวณจมูก และมีการขูดออกก่อนที่จะเข้ารับการเสริมจมูก ก็สามารถทำให้บริเวณเนื้อเยื่อจมูกมีความบางลงได้เช่นกัน
2. ปัญหาจมูกรั้ง เชิดขึ้น
หลังเสริมจมูกไปแล้วอาจมีปัญหาจมูกรั้งหรือจมูกเชิดขึ้น ทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ และยังเกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาได้อีก สาเหตุแรกเกิดจากการใช้ซิลิโคนสำเร็จรูปที่ไม่ได้มีการเหลาหรือแต่งทรงให้เหมาะกับจมูก ทำให้จมูกดูไม่เป็นธรรมชาติ ขาดๆ เกินๆ ปลายจมูกจะดูสั้นและเชิดขึ้นกว่าปกติ และอีกสาเหตุคือ จมูกเดิมมีทรงที่สั้นและเนื้อจมูกน้อยอยู่แล้ว เมื่อเสริมซิลิโคนเข้าไป จึงอาจเสี่ยงเกิดพังผืดดึงเนื้อเยื่อปลายจมูกให้รั้งเข้ามา ทำให้ปลายจมูกเชิดขึ้นและจมูกดูสั้นลงนั่นเอง
3. ปัญหาจมูกเบี้ยว จมูกเอียง
หนึ่งในปัญหาที่พบบ่อยของการเสริมจมูกเลยก็คือ จมูกเบี้ยวหรือเอียง โดยมีด้วยกันหลายรูปแบบ เช่น เอียงเฉพาะบริเวณโคนจมูก เอียงเฉพาะปลายจมูก หรือซิลิโคนเอียงทั้งแท่ง ทำให้ใบหน้าดูไม่สมส่วน ทั้งยังเป็นปัญหาที่ทำให้มองเห็นได้ไม่ชัดเจน ส่งผลต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจเป็นอย่างมาก ซึ่งความเบี้ยวหรือเอียงนี้เกิดได้จากการไม่ได้ปรับแต่งโครงและฐานของจมูกเดิมให้ดีก่อนการเสริมจมูก เช่น การตอกฐาน การตะไบ หรือการปรับแต่งรูปทรงจมูกให้สอดรับกับซิลิโคน เป็นต้น
ในขณะเดียวกัน จมูกเบี้ยวหรือจมูกเอียงก็สามารถเกิดขึ้นได้จากตัวซิลิโคน ที่ไม่แนบชิดสนิทกับฐานของจมูก โดยมีสาเหตุมาจากการเลือกใช้ซิลิโคนที่มีทรงและขนาดไม่สอดคล้องกับรูปจมูก รวมถึงการวางซิลิโคนในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมด้วย
นอกจากนี้ จมูกเบี้ยวหรือจมูกเอียงยังเกิดขึ้นได้จากการกระแทก การนอนตะแคง การนอนคว่ำ และพฤติกรรมที่เคยชิน เช่น การเกาจมูกแรงๆ หรือการขมวดคิ้ว ทำให้ซิลิโคนมีโอกาสเคลื่อนออกจากตำแหน่งที่ควรจะเป็นได้ง่ายขึ้น
4. ปัญหาซิลิโคนไม่เข้ารูป
ปัญหาซิลิโคนไม่เข้ารูป หรือซิลิโคนลอย จะมีลักษณะที่จมูกสามารถใช้มือบิดหรือขยับให้เคลื่อนได้ ส่งผลให้ซิลิโคนบิดเบี้ยวจนผิดรูปทรง เลื่อนหรือไหลลงมา เสี่ยงต่อจมูกบางและปลายจมูกทะลุได้ เกิดจากการเลือกใช้ซิลิโคนที่ขนาดไม่พอดีกับฐานและโครงของจมูกเดิม การไม่ปรับโครงสร้างฐานของจมูกให้สามารถรองรับซิลิโคนได้อย่างเหมาะสม รวมถึงการกระทบกระเทือนและการจับจมูกบิดไปมาบ่อยๆ ก็อาจทำให้ซิลิโคนไม่เข้าที่ได้
5. ปัญหาจมูกอักเสบ ติดเชื้อ
หลังเสริมจมูก หากเกิดอาการบวม แดง หรือปวดที่บริเวณปลายจมูกที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดมา มีสิวหัวช้างขึ้นปลายจมูกและรักษาไม่หาย แสดงว่าอาจมีอาการอักเสบติดเชื้อได้ บางรายที่อาการอักเสบติดเชื้อเริ่มรุนแรงขึ้นจนมีหนอง น้ำเหลือง หรือเลือดซึมออกจากแผล ไปจนถึงเนื้อจมูกเริ่มเน่าจนเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ ซึ่งถือเป็นอาการที่ค่อนข้างรุนแรงและเป็นอันตราย ควรรีบไปพบแพทย์และเข้ารับการรักษาโดยเร็วที่สุด
อาการติดเชื้อหลังเสริมจมูก เกิดจากอะไร?
- ขาดการดูแลตัวเองอย่างเหมาะสม ในช่วงหลังเสริมจมูก แผลอาจยังไม่แห้งสนิทและต้องใช้เวลาปรับตัวเข้ากับฐานจมูกเดิม ดังนั้น พฤติกรรมที่ทำเป็นประจำอย่างการสัมผัสกับแผลหรือผิวหนังบริเวณที่เสริมจมูกบ่อยๆ การไอจามอย่างรุนแรง หรือกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระทบกระเทือน นอกจากจะเสี่ยงทำให้ทรงจมูกเบี้ยวเอียงแล้ว ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทำให้แผลเกิดอาการอักเสบและติดเชื้อได้ง่าย ในช่วงพักฟื้น 1 เดือนแรก จึงควรใช้ชีวิตอย่างระมัดระวังให้มากที่สุด นอกจากนี้ การรับประทานอาหารแสลง เช่น ของหมักดอง อาหารทะเล ที่เสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ ติดเชื้อได้ง่าย อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญของอาการติดเชื้อหลังเสริมจมูกได้
- ร่างกายปฏิเสธซิลิโคน ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้น้อย แต่หากเป็นในกรณีนี้ ห้ามแกะหรือเกาแผลโดยเด็ดขาด แต่ควรรีบไปพบแพทย์มากประสบการณ์ เพื่อป้องกันอาการติดเชื้อหลังเสริมจมูก อาการแทรกซ้อน และอาการไม่พึงประสงค์อื่นๆ ซึ่งทางที่ดีควรเลือกรับบริการกับคลินิกที่ได้มาตรฐานและซิลิโคนที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง
การแก้จมูกเป็นการศัลยกรรมที่ทำให้เสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายสูง เพราะมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและยุ่งยากกว่าการทำจมูกในครั้งแรกมาก ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำจมูก ควรศึกษาหาข้อมูลคลินิกที่เชื่อถือได้และปรึกษาแพทย์โดยตรง เพื่อวางแผนให้ครอบคลุมทั้งการเตรียมตัวให้พร้อมไปจนถึงขั้นตอนการพักฟื้นที่ถูกต้องหลังทำ จะช่วยให้สามารถหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่ทำให้จมูกเกิดการอักเสบและติดเชื้อ ซึ่งจะนำไปสู่การแก้จมูกรอบสอง และทำให้สูญเสียความมั่นใจในระยะยาวได้
ข้อมูลอ้างอิง
Better Me Clinic by Dr. Chanya. (2565). ทำจมูกมาแล้วไม่ถูกใจ ต้องรอนานแค่ไหนถึงแก้ได้อีกที? สืบค้น 16 มกราคม 2567, จาก https://bettermeclinicofficial.com/nose-surgery/revision-rhinoplasty/
Better Me Clinic by Dr. Chanya. (2565). ระวังซิลิโคนทะลุ รีบเช็กอาการก่อนเสียโฉม สืบค้น 16 มกราคม 2567, จาก https://bettermeclinicofficial.com/nose-surgery/nasal-silicone-extrusion-problem/
Better Me Clinic by Dr. Chanya. (2565). เช็กด่วน! ก่อนจมูกเน่าจากอาการติดเชื้อหลังเสริมจมูก สืบค้น 16 มกราคม 2567, จาก https://bettermeclinicofficial.com/nose-surgery/nasal-infection-after-nose-surgery/