ใครที่ทำปากกระจับมาแต่รู้สึกผิดปกติต้องรีบเช็กด่วน! อาการเหล่านี้บ่งบอกถึงภาวะแทรกซ้อนอยู่หรือไม่ วันนี้ Better Me Clinic By Dr.Chanya เราได้รวบรวมข้อสังเกตของอาการปากกระจับที่มักจะพบเจออยู่บ่อยๆ มาฝากทุกคนกัน รวมถึงวิธีการดูแลตัวเองเพื่อให้ได้เป็นเจ้าของปากกระจับทรงสวยถูกใจ ใครกังวลว่าปากกระจับที่ทำมาผิดปกติอยู่หรือไม่ อย่ารอช้ารีบไปเช็กกันเลย!
รวมสัญญาณเตือน
แน่นอนว่าหลังจากทำศัลยกรรมหรือหัตถการต่างๆ เกี่ยวกับใบหน้า เมื่อทำเสร็จต้องมีความกังวลตามมาเป็นธรรมดา เช่นเดียวกับการทำปากกระจับ ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญที่ต้องใช้งานอยู่เป็นประจำ หลายๆ ครั้งผู้ที่ทำปากกระจับ มักจะกลับเข้ามาปรึกษาแพทย์เนื่องจากกังวลว่าปากกระจับของตนเองจะผิดปกติ Better Me Clinic By Dr.Chanya จึงได้รวมสัญญาณเตือนของปากกระจับมาบอก ว่าอาการแบบไหนบ้างที่เรียกว่าผิดปกติ และควรรีบเข้าพบแพทย์ด่วน
⦁ แผลกระจับบวมนาน บวมมากกว่าปกติและไม่ยุบสักที โดยปกติแล้วแผลปากกระจับจะเริ่มยุบบวมหลังเข้าสัปดาห์ที่ 2 และถึงเข้าทรงสวยชัดเจน ซึ่งหากผ่านไปแล้ว 2 สัปดาห์ แต่แผลปากกระจับยังไม่หายบวม ให้ตั้งข้อสังเกตได้เลยว่าปากกระจับกำลังผิดปกติอยู่ อาจมีสาเหตุมาจากการดูแลแผลไม่ดีพอ เช่น ประคบเย็นหรือประคบร้อนน้อย ทานยาแก้อักเสบไม่ครบ เป็นต้น
⦁ รู้สึกเจ็บแผลนานมากกว่าปกติ อาการเจ็บแผลเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นเมื่อยาชาหมดฤทธิ์ ซึ่งแพทย์จะจ่ายยาแก้ปวดและลดบวมมาให้ หากทานครบตามกำหนดก็แทบจะไม่รู้สึกถึงอาการปวดบวม ซึ่งหากผ่านไปแล้ว 3 วัน ยังเจ็บปวดบริเวณแผลปากกระจับอยู่ หรือปวดมากกว่าวันแรก นั่นอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าปากกระจับนั้นเริ่มผิดปกติอยู่นั่นเอง
⦁ บริเวณปากกระจับมีแผลหรือมีหนอง นี่ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของปากกระจับที่ผิดปกติเลยก็ว่าได้ คือบริเวณที่ทำปากกระจับเป็นแผลเปื่อย มีแผลลามและเกิดเป็นหนอง ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากการดูแลรักษาความสะอาดแผลไม่ดีพอ จนทำให้แผลเกิดการติดเชื้อ หากปล่อยไว้อาจส่งผลให้แผลติดเชื้อลามจนกลายเป็นเนื้อตายได้ ดังนั้นจึงควรรีบปรึกษาแพทย์และเข้ารับการรักษาโดยด่วน
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นหากดูแลแผลปากกระจับไม่ดี
นอกจากอาการที่ผิดปกติของปากกระจับแล้ว ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ทำปากกระจับควรใส่ใจด้วยเช่นกัน ซึ่งภาวะแทรกซ้อนเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น การดูแลแผลไม่ดีพอ รักษาความสะอาดไม่ดีพอ ทานอาหารแสลง รวมถึงการพูดและหัวเราะด้วยเช่นกัน ซึ่งหากปล่อยไว้นานไปอาจนำไปสู่การติดเชื้อและเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายได้ Better Me Clinic By Dr.Chanya จึงได้นำข้อสังเกตที่ปากกระจับอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนมาฝาก เพื่อให้ผู้ที่ทำปากกระจับได้สังเกตตนเองและรีบเข้าพบแพทย์ก่อนเกิดปัญหาใหญ่ตามมา
⦁ แผลปากกระจับปริ เพราะริมฝีปากเป็นจุดบอบบาง ไวต่อความรู้สึก และต้องใช้งานอยู่เป็นประจำ นอกจากการทำศัลยกรรมปากกระจับจะเป็นจุดที่ต้องอาศัยความละเอียดและความชำนาญของแพทย์เป็นพิเศษแล้ว การดูแลรักษาแผลก็ต้องอาศัยความละเอียดและความใส่ใจมากเช่นกัน หากทำความสะอาดแผลแรงเกินไป ใช้งานริมฝีปากหนักเกินไป เช่น เวลาพูด หัวเราะ หรืออ้าปาก ก็อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนและเกิดเป็นรอยปริแตกบริเวณแผลปากกระจับได้
⦁ แผลแข็ง เป็นไต สิ่งสำคัญของการดูแลปากกระจับให้เข้าที่ทรงสวย คือการนวดริมฝีปากเป็นประจำ เพื่อป้องกันการเกิดผังผืด และให้ปากกระจับอยู่ทรงสวย หากใครที่ทำปากกระจับแต่ไม่หมั่นนวดริมฝีปากเป็นประจำ หรือทำปากกระจับกับแพทย์ที่ไม่มีประสบการณ์มากพอ อาจเสี่ยงต่อการมีปากกระจับที่ผิดปกติและเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างแผลแข็งเป็นไตได้ ซึ่งในอนาคตจะส่งผลต่อปัญหาปากกระจับไม่เป็นทรงและดูไม่เท่ากัน ดังนั้นใครกำลังรู้สึกว่าแผลปากกระจับเริ่มแข็งและมีลักษณะเป็นไต แนะนำว่าให้รีบไปพบแพทย์ด่วน
วิธีดูแลตัวเองหลังทำปากกระจับ ป้องกันปัญหาแทรกซ้อนที่อาจตามมา
หลังจากรู้สัญญาณเตือนและภาวะแทรกซ้อนของปากกระจับไปแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านั้น Better Me Clinic By Dr.Chanya มีข้อควรปฏิบัติหลังทำปากกระจับมาฝากทุกคนกัน
⦁ ประคบเย็น | ประคบอุ่น การประคบเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดอาการเจ็บและบวมได้ดี อาการบวมช้ำจะยุบเร็วยิ่งขึ้น โดย 3 วันแรกหลังจากทำปากกระจับ ให้ประคบเย็นเป็นประจำ หลังจากนั้นวันที่ 4-7 ให้ประคบอุ่น เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น
⦁ ทำความสะอาดแผลอย่างสม่ำเสมอ การทำความสะอาดแผลอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี จะช่วยลดความเสี่ยงของอาการติดเชื้อได้ อีกทั้งยังต้องหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการใช้ริมฝีปากที่หนัก เพราะอาจส่งผลให้แผลปริและหายช้า ซึ่งการทำความสะอาดแผลสามารถใช้ลำสีชุบน้ำเกลือซับทำความสะอาดแผลเบาๆ เป็นประจำ จากนั้นซับแผลให้แห้ง และห้ามทาลิปหรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ บริเวณริมฝีปากเด็ดขาดจนกว่าแผลปากกระจับจะหายดี และตัดไหมเรียบร้อยแล้ว
⦁ ทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่ง หลังทำปากกระจับในช่วง 1-3 วันแรก จะเป็นช่วงที่เจ็บและปวดแผลมากที่สุด ดังนั้นแพทย์จะจ่ายยาแก้ปวดและยาลดบวมมาให้ การทานยาให้ครบตามที่แพทย์สั่งจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นและเข้าที่เร็วขึ้น ส่วนเรื่องอาหารเสริมต่างๆ ควรงดก่อน เพราะอาหารเสริมบางชนิดส่งผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาจทำให้เลือดออกได้ แต่ถ้าหากมีความจำเป็น ควรปรึกษากับแพทย์ก่อนทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของผู้ทำปากกระจับเอง
⦁ หลีกเลี่ยงอาหารบางประเภท เพราะอาหารบางประเภทอาจส่งผลให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ เช่น แอลกอฮอล์ อาหารที่มีโซเดียมสูง อาหารรสเผ็ด อาหารหมักดอง และอาหารทะเล เป็นต้น
⦁ นวดปากกระจับเป็นประจำหลังตัดไหม อย่างที่เราบอกไปแล้วว่า การนวดปากกระจับเป็นประจำจะช่วยลดความเสี่ยงของปากกระจับแข็งเป็นไตได้ การนวดวันละ 5-10 นาที จะช่วยให้เนื้อบริเวณริมฝีปากคลายตัวและสวยเข้าที่เร็วยิ่งขึ้น
เพราะการทำปากกระจับคือการปรับแต่งริมฝีปากให้เข้ารูปเป็นทรง ช่วยให้ใบหน้าดูสวยมีมิติและมีเสน่ห์มากขึ้น การจะได้เป็นเจ้าของปากกระจับนั้นไม่ใช่แค่ทำออกมาแล้วจะจบเลย แต่ยังต้องอาศัยวินัยในการดูแลรักษาแผลและการนวดปากอย่างสม่ำเสมอ หลายครั้งที่ผู้เข้ารับการทำปากกระจับกับทาง Better Me Clinic By Dr.Chanya มักจะกังวลและกลัวว่าแผลปากกระจับจะผิดปกติ ซึ่งถ้าหากผู้ที่ทำปากกระจับปฏิบัติตามวิธีการดูแลตัวเองอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสม รับรองว่าคุณจะได้เป็นเจ้าของปากกระจับทรงสวยอย่างแน่นอน ส่วนใครที่กำลังมองหาคลินิกทำปากกระจับอยู่ เราขอแนะนำ Better Me Clinic By Dr.Chanya คลินิกศัลยกรรมตกแต่งเสริมความงาม ที่นำทีมโดยคุณหมอชัญญา ผู้ก่อตั้งคลินิก เราพร้อมให้คำปรึกษา ออกแบบรูปทรงปากกระจับให้เหมาะสมกับใบหน้าแบบเคสต่อเคส พร้อมเป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด กับ Better Me Clinic By Dr.Chanya