วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2566 มีที่ไหนบ้าง สำหรับคนที่ต้องการไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ มีเงื่อนไขอย่างไร เรารวมข้อมูลมาให้แล้ว

จากการที่เชื้อไข้หวัดใหญ่แพร่ระบาดอย่างหนักในช่วงนี้ ซึ่งเป็นฤดูฝนและอาจระบาดยาวไปถึงฤดูหนาว ทำให้หลายคนมีความกังวลต่อการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดโรคแทรกซ้อนจนเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ เผยว่า การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือหนึ่งในวิธีป้องกันได้ดีที่สุดและคุ้มค่าที่สุดในทางการแพทย์ เพราะทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกัน สามารถจัดการกับโรคได้ตลอดระยะเวลา ซึ่งวัคซีนไข้หวัดใหญ่มีการพัฒนามาตลอดกว่า 80 ปี จึงมีความมั่นใจในประสิทธิภาพและความปลอดภัย และตอนนี้มีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์แล้ว ปัจจุบันประเทศไทยมีวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2 ประเภท ได้แก่

  1. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดมาตรฐาน (Standard Dose) ซึ่งจะมีทั้งชนิด 3 สายพันธุ์ และชนิด 4 สายพันธุ์ สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป จนถึงผู้สูงอายุ (ขนาด 15 ไมโครกรัมต่อ 1 สายพันธุ์ต่อโดส)
  2. วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง (High Dose) สำหรับผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป สามารถฉีดได้ทั้งในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีร่างกายปกติ และผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ซึ่งมีเฉพาะชนิด 4 สายพันธุ์เท่านั้น (ขนาด 60 ไมโครกรัมต่อ 1 สายพันธุ์ต่อโดส)

...

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดสูง ถูกออกแบบมาสำหรับผู้สูงวัยอายุ 65 ปีขึ้นไป เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีร่างกายอ่อนแอ ทำให้การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนต่ำ และพบว่าการฉีดวัคซีนขนาดมาตรฐานในผู้ที่อายุมากกว่า 65 ปี บางรายสร้างภูมิคุ้มกันไม่ค่อยดี ไม่เหมือนกับช่วงวัยอื่นๆ จึงได้เพิ่มขนาดของตัวยาในแต่ละสายพันธุ์ เป็น 60 ไมโครกรัมต่อ 1 สายพันธุ์ ซึ่งพบว่าสามารถลดการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ชนิดที่มีอาการได้สูง รวมทั้งลดการนอนโรงพยาบาลจากไข้หวัดใหญ่และปอดอักเสบ และลดการเสียชีวิตจากไข้หวัดใหญ่ได้สูงกว่าการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ขนาดมาตรฐาน แต่อาจพบผลข้างเคียงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อาจมีอาการปวดบริเวณที่ฉีดมากกว่าขนาดมาตรฐาน แต่อย่างไรก็ตาม มีความมั่นใจและปลอดภัยสูง เนื่องจากวัคซีนขนาดสูงได้ใช้อยู่ในประเทศยุโรป อเมริกา มานานมากกว่า 10 ปี และใช้มากกว่า 200 ล้านโดสแล้ว

วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2566 มีที่ไหนบ้าง มีเงื่อนไขอย่างไร

สำหรับผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2566 จะสามารถไปฉีดวัคซีนได้ที่ไหนบ้าง และมีเงื่อนไขอย่างไร เรารวมข้อมูลมาให้ดังนี้

1. สำนักงานประกันสังคม

เงื่อนไข

  • ต้องเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และผู้ประกันตนมาตรา 39 ที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป
  • เข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2566 ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่สถานพยาบาลในโครงการประกันสังคมที่ตนเองมีสิทธิอยู่
  • ขยายระยะเวลาสำหรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2566 ซึ่งเดิมได้เปิดให้บริการในช่วงระหว่างวันที่ 1 พ.ค. - 31 ส.ค. ของทุกปี และในปี 2567 ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. จนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 2567
  • ควรติดต่อนัดหมายสถานพยาบาลก่อนเข้ารับบริการ

2. โรงพยาบาลรัฐบาลและโรงพยาบาลเอกชนทั่วไป

เงื่อนไข

  • เป็นผู้ที่ไม่ได้อยู่ใน 7 กลุ่มเสี่ยง หรือเป็นประชาชนทั่วไป ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป
  • เข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ ได้ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลภาครัฐ หรือคลินิกเวชกรรม
  • ผู้เข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2566 ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง ซึ่งแต่ละโรงพยาบาลมีค่าบริการแตกต่างกันไป

ขณะเดียวกัน ก่อนหน้านี้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้เปิดให้ผู้ที่มีสิทธิบัตรทอง และเป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี, ผู้มีโรคเรื้อรัง, ผู้พิการทางสมอง, โรคธาลัสซีเมีย, โรคอ้วน, ผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป, หญิงตั้งครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป สามารถเข้ารับบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2566 ได้ฟรี ที่โรงพยาบาลภาครัฐทุกแห่ง, โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพสต.), ศูนย์บริการสาธารณสุข, โรงพยาบาลเอกชน หรือคลินิกเอกชนที่เข้าร่วมให้บริการเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ โดย 7 กลุ่มเสี่ยงสามารถจองคิวช่องทาง ‘กระเป๋าสุขภาพ’ บนแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 17 มิ.ย. - 31 ส.ค. 2566

...

ซึ่งปัจจุบัน วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ปีงบประมาณ 2566 ของ สปสช. ได้ปิดให้บริการแล้ว สำหรับผู้ที่ต้องการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 2566 สามารถติดต่อหน่วยบริการรัฐใกล้พื้นที่ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ แต่ต้องชำระค่าใช้จ่ายด้วยตนเอง

ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ไม่ใช่การป้องกันการติดเชื้อ เพราะทุกคนยังสามารถรับเชื้อไวรัสได้ตลอดเวลา แต่การรับวัคซีนช่วยให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาต่อสู้กับไวรัส และการกลายพันธุ์ของไข้หวัดใหญ่ ช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการไม่รุนแรง หรือในบางคนอาจจะไม่มีการแสดงอาการใดๆ

วัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถฉีดร่วมกับวัคซีนอื่นๆ ได้ โดยต้องฉีดคนละตำแหน่ง และควรฉีดห่างจากวัคซีนอื่นๆ ประมาณ 2 สัปดาห์ เพื่อให้ง่ายต่อการวินิจฉัยในกรณีที่มีการแพ้วัคซีน ซึ่งกลุ่มที่ไม่ควรฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ผู้ที่แพ้วัคซีนไข้หวัดใหญ่รุนแรง ผู้มีอาการปลอกประสาทอักเสบหลังจากได้รับวัคซีน และผู้ที่แพ้ไข่รุนแรง

ข้อมูลอ้างอิง : มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่, สำนักงานประกันสังคม, โรงพยาบาลวิมุต