โรคหลอดเลือดอุดตัน (Thrombosis) เป็นภาวะอันตรายที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกายในระยะยาว ตั้งแต่ระดับพิการไปจนถึงขั้นเสียชีวิต วันหลอดเลือดอุดตันโลก (World Thrombosis Day) จึงถูกจัดขึ้นเพื่อให้ตระหนักรู้ถึงภัยของโรคนี้

วันหลอดเลือดอุดตันโลก (World Thrombosis Day) ตรงกับวันที่ 13 ตุลาคมของทุกปี จัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2557 โดยมีเป้าหมายในการสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับหลอดเลือดอุดตันแก่สาธารณชน บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข เพื่อจะช่วยลดการเสียชีวิตและความพิการโดยไม่จำเป็นจากหลอดเลือดอุดตัน ผ่านการสร้างการรับรู้ถึงสาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง การแสดงอาการ และการป้องกันและรักษาตามอาการ

โรคหลอดเลือดอุดตัน เป็นบ่อเกิดของโรคร้ายแรงที่คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมองตีบ และลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำ โดยโรคหลอดเลือดดำอุดตันจะมีอาการบวมและปวดที่ขาข้างเดียว และถ้าลิ่มเลือดที่ขาหลุดลอยไปอุดหลอดเลือดแดงที่ปอด ทำให้มีอาการหอบเหนื่อย เจ็บอก หมดสติ และเสียชีวิตแบบเฉียบพลันได้ จากรายงานของ สมาคมระหว่างประเทศว่าด้วยหลอดเลือดอุดตันและระบบห้ามเลือด (International Society on Thrombosis and Haemostasis : ISTH) พบว่า 1 ใน 4 ของผู้คนทั่วโลก เสียชีวิตจากภาวะหลอดเลือดอุดตัน

...

โรคหลอดเลือดอุดตัน มีสาเหตุจากอะไร

สาเหตุของโรคหลอดเลือดดำอุดตันมีหลายปัจจัย โดยแบ่งเป็น 4 ส่วน ได้แก่

  1. 60% พบมากที่สุดจากการฟื้นตัวหลังการผ่าตัด คือ ผู้ป่วยที่ต้องนอนติดเตียงเป็นเวลานาน ทำให้เลือดไม่ไหลเวียน
  2. 40% มีสาเหตุร่วมทั้งกรรมพันธุ์ การรับประทานฮอร์โมนจำพวกยาคุมที่มีส่วนประกอบของฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) ซึ่งทำให้เลือดแข็งตัวได้ง่าย
  3. ผู้ป่วยโรคมะเร็ง เกิดจากการที่ก้อนมะเร็งโตไปกดเบียดหลอดเลือดดำ และเนื้อร้ายสามารถสร้างสารเคมีที่ทำให้เลือดเกิดการแข็งตัวง่าย
  4. ผู้ที่ไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายเป็นเวลานาน รวมถึงอายุที่มากขึ้น น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นก็ทำให้เกิดความเสี่ยงเพิ่มขึ้นด้วย

โรคหลอดเลือดอุดตันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกบริเวณ โดยส่วนใหญ่มักเกิดบริเวณขา นอกจากนี้หลอดเลือดดำอุดตันยังสามารถไหลเวียนไปส่วนต่างๆ ของร่างกายได้ เช่น ปอด ในช่องท้อง ในสมอง แขน เป็นต้น

ใครเป็นกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดอุดตัน

  1. ผู้สูงอายุ (หลอดเลือดเสื่อม)
  2. คนที่มีน้ำหนักเกิน
  3. คนที่สูบบุหรี่
  4. การได้รับฮอร์โมนเอสโตรเจน จากยาคุมกำเนิด หรือฮอร์โมนที่ใช้ในการรักษาอาการวัยทอง
  5. ดื่มน้ำน้อย (อาจมีส่วนทำให้เลือดหนืด)
  6. ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
  7. ผู้ป่วยที่หลังผ่าตัดใหญ่ หรือนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลนอนนิ่งๆ อยู่กับที่นานๆ
  8. นั่งอยู่กับที่นานๆ โดยไม่เคลื่อนไหว เช่น นั่งเครื่องบินในระยะทางไกล หรือนั่งทำกิจกรรมบางอย่างต่อเนื่องนานเกินไป

ผู้สูงวัย ผู้ที่นั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยมะเร็ง คือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังการป่วยเป็นโรคหลอดเลือดอุดตัน
ผู้สูงวัย ผู้ที่นั่งท่าเดิมเป็นเวลานาน ผู้ป่วยติดเตียง ผู้ป่วยมะเร็ง คือกลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังการป่วยเป็นโรคหลอดเลือดอุดตัน

อาการโรคหลอดเลือดอุดตันในบริเวณต่างๆ

  • ขา รู้สึกปวดน่องหรือต้นขา ขาและเท้า บวมร้อนข้างเดียวอย่างเห็นได้ซัด
  • ท้อง มีอาการปวดท้อง
  • สมอง มีอาการปวดศีรษะ อาเจียนหรือชัก
  • ปอด มีอาการเหนื่อย ใจสั่น หายใจเร็ว เจ็บหน้าอก หรือไอเป็นเลือด ไอเป็นเลือด เป็นต้น ผู้ป่วยร้อยละ 30 จะเสียชีวิตทันที หากมีอาการข้างต้นควรรีบมาพบแพทย์ทันที
  • เเขน มีอาการแขนบวมข้างเดียว

วิธีป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน

โรคหลอดเลือดอุดตัน สามารถป้องกันเบื้องต้นด้วยตนเองด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ควรลุกขึ้นยืนเดินทุกๆ 2 ชั่วโมง
  • ดื่มน้ำมากๆ ไม่ควรให้ร่างกายขาดน้ำ เพราะจะทำให้เลือดอุดตันได้
  • หากไม่สามารถลุกเดินได้ ก็ควรมีการบริหารขา เช่น การเหยียดขา ขยับปลายเท้าขึ้นเอง บีบนวดกล้ามเนื้อเป็นประจำ
  • งดสูบบุหรี่
  • งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมน้ำหนักให้เหมาะสม
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เลือดมีการไหลเวียนที่ดี

...

ส่วนผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาลนานๆ ทำให้ร่างกายไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว หรือผู้ป่วยที่รับการผ่าตัด ผู้ป่วยโรคมะเร็ง กลุ่มนี้เป็นกลุ่มคนที่เสี่ยงจะเป็นโรคหลอดเลือดดำอุดตัน แพทย์จะให้ยาป้องกันไว้ก่อนอยู่แล้ว

แม้ว่า “โรคหลอดเลือดดำอุดตัน” จะเป็นโรคที่พบได้ไม่บ่อยนัก แต่มีความอันตราย และอาจเสียชีวิตได้ ดังนั้นควรเตรียมร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค และหากพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้นกับร่างกาย ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ข้อมูลอ้างอิง : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย, โรงพยาบาลกรุงเทพ

ภาพ : iStock