เมื่อผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเลือดออกในสมอง และแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้ ผู้ดูแลหรือญาติต้องเอาใจใส่ในการดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ตลอด 24 ชั่วโมง วันนี้ คอลัมน์ศุกร์สุขภาพ มีคำแนะนำเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยโรคเลือดออกในสมอง มาฝากกัน

คำแนะนำเพิ่มเติม

1. พบแพทย์ตามนัดทุกครั้ง และปฏิบัติตามคำสั่งและคำแนะนำของแพทย์ให้ครบถ้วน ปรึกษาแพทย์ บอกเล่าอาการของผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรปล่อยให้ผู้ป่วยมีอาการมาก แล้วจึงไปพบแพทย์

2. ในกรณีที่ผู้ป่วยนอนบนเตียงนานๆ ไม่ควรละเลยการทำกายภาพบำบัดให้ผู้ป่วย ตลอดจนการพลิกตัวให้ผู้ป่วยตามที่แพทย์แนะนำ ควรสังเกตการเกิดแผลกดทับบนร่างกายของผู้ป่วย

3. ไม่ละเลยที่จะพูดคุยกับผู้ป่วยทุกวัน และติดตามอาการเบื้องต้นที่ได้แนะนำไว้ข้างต้น กระตุ้นผู้ป่วยในการทำกิจวัตรประจำวัน หากผู้ป่วยยังพอใช้แขนขาได้ ต้องพยายามกระตุ้นการใช้แขนขาข้างที่อ่อนแรง จัดอุปกรณ์ เครื่องใช้ที่ปลอดภัย ให้ผู้ป่วยไว้ทางด้านของแขนขาข้างที่อ่อนแรง

4. ต้องระมัดระวังอุบัติเหตุ การพลัดตกหกล้ม ญาติ/ผู้ดูแลต้องติดตามดูแลผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด ควรอยู่ในสายตาตลอดเวลา การพลัดตกหกล้มของผู้ป่วยโรคทางสมองจะทำให้เกิดการผิดปกติหรือเสียหายร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้

5. ควรทำจิตใจให้สงบ ไม่หงุดหงิด โมโห หรือบังคับผู้ป่วย การพูดจานุ่มนวลกับผู้ป่วยสม่ำเสมอ แม้บางครั้งผู้ป่วยจะดื้อ เอาแต่ใจตนเอง

6. จดบันทึกทุกครั้งที่ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น หรือผิดปกติ เพื่อนำมาสอบถามหรือรายงานแพทย์

...

7. ในกรณีมีผู้ดูแล ไม่ควรปล่อยความรับผิดชอบให้ผู้ดูแลแต่เพียงผู้เดียว แต่ควรร่วมดูแล สังเกตวิธีการที่ผู้ดูแลปฏิบัติกับผู้ป่วยว่านุ่มนวล สะอาด ถูกต้องหรือไม่ และให้คำแนะนำ ช่วยเหลือผู้ดูแลไปพร้อมกัน

8. ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับอาหารและน้ำอย่างเพียงพอ รวมถึงวิตามิน เกลือแร่และสารอาหารที่จำเป็น แต่ร่างกายต้องการในปริมาณเล็กน้อยที่สำคัญ ได้แก่ โครเมียม แมกนีเซียม สังกะสี เป็นต้น ในปริมาณที่เหมาะสม

9. ผู้ป่วยโรคเลือดออกในสมองที่เป็นอัมพาต มักมีปัญหาในเรื่องการกลั้นปัสสาวะ ทำให้มีความจำเป็นต้องคาสายสวนปัสสาวะไว้ ดังนั้น การดูแลเรื่องความสะอาดจึงเป็นสิ่งสำคัญ ในผู้ป่วยโรคทางสมองที่คาสายสวนปัสสาวะไว้ จะมีโอกาสติดเชื้อของทางเดินปัสสาวะมากกว่าผู้ป่วยโรคทางสมองที่ไม่ได้สวนปัสสาวะ การคาสายสวนมีความจำเป็น จะทำให้ดูแลผู้ป่วยได้ง่าย ผู้ดูแลควรทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์อย่างสม่ำเสมอ ต้องสังเกตปริมาณ สี กลิ่นของปัสสาวะ ตะกอน โดยวิธีนี้จะสามารถป้องกันหรือลดการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะลงได้ ควรเปลี่ยนสวนปัสสาวะอย่างน้อยเดือนละครั้ง

10. เนื่องจากผู้ป่วยโรคทางสมองที่เป็นอัมพาตมักมีการเคลื่อนไหวน้อย จึงพบว่ามีปัญหาในเรื่องท้องผูกได้ ควรกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีการขยับร่างกาย เช่น การทำกายภาพบำบัด พยายามให้ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระทุกวัน ถ้าเป็นไปได้ โดยให้ผู้ป่วยลุกไปถ่ายในห้องน้ำ หรือนั่งเก้าอี้ถ่ายอุจจาระเป็นเวลา พยายามจัดสถานที่สิ่งแวดล้อมให้สะดวกสบายที่สุด ดูแลให้ได้รับอาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม้ และน้ำอย่างเพียงพอ วันละ 2,000 ซีซี หากยังมีปัญหาเรื่องท้องผูก ควรปรึกษาแพทย์ หากจำเป็นอาจต้องพิจารณาสวนอุจจาระ

ในบางรายอาจพบปัญหาท้องเสีย ถ่ายเหลวได้ จึงควรสังเกตอาการ หากพบมีการถ่ายอุจจาระเหลวบ่อยครั้ง ควรสังเกตปริมาณ สี และลักษณะของอุจจาระร่วมกับอาการอ่อนเพลียของผู้ป่วยแล้วรีบปรึกษาแพทย์ อย่างไรก็ตาม พึงระลึกว่าผู้ป่วยอาจมีการสูญเสียเกลือแร่และน้ำไปด้วยได้

11. ผู้ป่วยโรคทางสมองที่เป็นอัมพาตต้องได้รับอาหารครบทั้ง 5 หมู่ และควรให้อาหารตามแพทย์สั่ง เนื่องจากผู้ป่วยบางรายอาจขาดน้ำ หรือได้รับน้ำมากเกินไป อาจมีการสูญเสียเกลือแร่ ทำให้ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยนแปลงได้ ดังนั้น ควรบันทึกและวัดปริมาณสารน้ำที่ร่างกายได้รับ และขับออกอย่างสม่ำเสมอ ควรสังเกตสีของอุจจาระ อุจจาระที่มีสีดำอาจเกิดจากผู้ป่วยมีการเสียเลือดในระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดภาวะซีด อ่อนเพลีย ปวดท้อง ต้องรีบปรึกษาแพทย์

12. ผู้ป่วยโรคทางสมองที่เป็นพัมพาต จะมีการขยายตัวของปอดได้น้อย ซึ่งอาจเกิดจากการนอนนิ่งๆ นานๆ และไม่สามารถหายใจเข้าลึกๆ หรือไอออกแรงๆ ได้ ทำให้เกิดการคั่งของเสมหะในส่วนล่างของปอด ซึ่งอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่าย การสำลักเอาเศษอาหาร หรือน้ำลายเข้าไปในหลอดลมในผู้ป่วยโรคทางสมองที่เป็นอัมพาต จะเพิ่มโอกาสเกิดโรคปอดอักเสบ หรือปอดบวมเป็นอันตรายถึงเสียชีวิตได้ ผู้ดูแลต้องพึงสังเกตลักษณะที่ผิดปกติของการหายใจ เช่น หายใจเร็วมากกว่า 30 ครั้ง/นาที หอบเหนื่อย มีเสียงหายใจผิดปกติและมีไข้ขึ้น ต้องรีบปรึกษาแพทย์ในทันที

...

13. การจัดท่าผู้ป่วยโรคทางสมองที่เป็นอัมพาตเป็นสิ่งสำคัญ ภาวะข้อติด เมื่อเกิดขึ้นแล้วยากต่อการรักษา ควรจัดท่านอนที่ถูกต้อง และควรเปลี่ยนท่านอนทุก 2 ชั่วโมง ต้องทำให้ข้อต่อทุกข้อได้มีการเคลื่อนไหว โดยเฉพาะข้อไหล่ ข้อศอก ข้อสะโพก ข้อเข่า และข้อเท้า การกำลูกบอลยางในฝ่ามือ ช่วยให้มือเคลื่อนไหวข้อต่อต่างๆ

14. การจัดท่าที่ถูกต้องจะช่วยลดการเกิดแผลกดทับได้ การหนุนหมอนที่ศีรษะควรหนุนตั้งแต่ใต้ไหล่ และระวังอย่าหนุนหมอนเฉพาะที่ศีรษะ อย่าหนุนหมอนให้สูงจนคอผู้ป่วยงอพับไปด้านใดด้านหนึ่งมากเกินไป

15. ควรใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ รองใต้ข้อเท้า เพื่อป้องกันแรงกดทับที่ส้นเท้า อย่าใช้หมอนแข็งหรือใหญ่ไปวางใต้เข่า จะทำให้เกิดแผลกดทับได้

16. ผู้ดูแลควรช่วยป้องกันข้อเท้าตก และเกิดแผลกดทับที่ส้นเท้า จัดให้ขาที่เป็นอัมพาตอยู่ในท่าตรง ใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ วางที่สะโพก และใต้ข้อเท้า ควรจัดท่านอนตะแคง โดยให้ข้อสะโพกและเข่างอเล็กน้อย หมุนขาที่งอด้วยหมอน หรือผ้าขนหนูนุ่มๆ ในท่าที่สบาย ระวังอย่านอนทับแขนข้างที่เป็นอัมพาตนานเกินไป เพราะจะทำให้เลือดไหวเวียนไม่สะดวก การจัดท่านั้น ควรจัดท่าเหยียดขาตรงบนเตียงที่มีหมอนหนุนหลังพอสมควร รองแขนด้วยหมอนให้งอเล็กน้อยพอสบาย

17. ผู้ดูแลควรช่วยยืดแขน ขา ขยับข้อต่อต่างๆ โดยช่วยผู้ป่วยงอหรือเหยียดแขน ขาหรือนิ้ว เพื่อป้องกันข้อต่างๆ ติด

@@@@@

แหล่งข้อมูล

คู่มือความรู้ภาคประชาชนเรื่อง เลือดออกในสมอง โดย รศ. นท. ดร. นพ.สรยุทธ ชำนาญเวช ภาควิชาศัลยศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล