ด้วยสภาพอากาศที่แปรปรวน โรคระบบทางเดินหายใจ รวมไปถึงรูปแบบการใช้ชีวิตของคนในยุคปัจจุบัน ทำให้ทุกวันนี้ "อาการไอ" กลายเป็นหนึ่งในปัญหาสุขภาพที่กำลังคุกคามคนไทยอย่างหนัก โดยอาการไอนั้นไม่เพียงจะส่งผลต่อสุขภาพ แต่หลายครั้งยังทำให้ผู้ไอเสียความมั่นใจ และทำให้รู้สึกกังวลว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้กับคนรอบข้างอีกด้วย

แม้โดยมากแล้วอาการไอจะหายได้เองในเวลาไม่นาน แต่บางโอกาสมันก็อาจกลายเป็นการไอเรื้อรังที่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เช่น หากมีอาการไอแห้ง การใช้วิธีรักษาของการไอแบบมีเสมหะก็จะไม่สามารถช่วยให้อาการบรรเทาลงได้ ดังนั้นเราจึงควรประเมินอาการให้ดีก่อนจะเริ่มมองหาแนวทางรักษาอาการไอเบื้องต้นที่เหมาะสม

อาการไอเกิดจากอะไร ไอแห้ง-ไอมีเสมหะ ต่างกันอย่างไร

อาการไอเกิดจากกลไกการทำงานของร่างกายที่ตอบสนองต่อสิ่งผิดปกติในลำคอและระบบทางเดินหายใจ มีเป้าหมายเพื่อปกป้องลำคอและกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้ระคายเคือง โดยทั่วไปจะแบ่งอาการไอออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

ไอแห้ง

เป็นอาการไอที่เกิดจากสิ่งระคายเคืองต่างๆ ที่ปะปนอยู่ในสิ่งแวดล้อมหลุดรอดเข้ามาตกค้างในลำคอ ร่างกายจึงพยายามจะขับออกโดยการกระตุ้นให้เกิดการไอ ในบางกรณีอาการไอแห้งอาจเกิดได้จากการระคายเคืองที่ทางเดินหายใจส่วนล่าง จากภาวะกรดไหลย้อน โรคหลอดลมอักเสบ และจะพบมากในผู้ป่วยโควิด-19

ไอแบบมีเสมหะ

เสมหะคือสารเมือกที่ร่างกายจะหลั่งโดยอัตโนมัติเมื่อลำคอมีสิ่งแปลกปลอมคุกคาม สารดังกล่าวจะทำหน้าที่เคลือบลำคอควบคู่ไปกับการกระตุ้นให้เกิดการไอ แต่หากมีการหลั่งมากไปก็อาจสร้างความน่ารำคาญ ทำให้ลำบากในการหายใจและการกลืน โดยสิ่งที่กระตุ้นให้ต่อมสร้างสารคัดหลั่งที่อยู่ในเยื่อบุทางเดินหายใจสร้างเสมหะมีอยู่หลายประการ เช่น เชื้อโรค มลพิษ การสูบบุหรี่ อาหารและเครื่องดื่มบางประเภท รวมไปถึงการเป็นโรคต่างๆ โดยสีของเสมหะสามารถใช้วินิจฉัยโรคในเบื้องต้นได้ เช่น หากเป็นสีเขียวอาจมีอาการของไซนัสอักเสบ โรคปอดบวม หรือหลอดลม หากเป็นสีขาวใสอาจเกิดจากภูมิแพ้หรือหอบหืด หากเสมหะสีแดงก็อาจมีความเสี่ยงของวัณโรค เป็นต้น อย่างไรก็ตามควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อการวินิจฉัยที่แม่นยำ

ทั้งนี้นอกจากการไอแบบแห้งและแบบมีเสมหะ ยังมีอาการไอแบบอื่นๆ อีกด้วย เช่น การไอเสียงก้องที่เกิดจากการบวมของระบบทางเดินหายใจส่วนบนบริเวณกล่องเสียงและหลอดลม หรืออาการไอถี่และมีอาการแน่นหน้าอกร่วมด้วยจากภาวะหอบหืดซึ่งจำเป็นต้องใช้ยาขยายหลอดลม ดังนั้นหากพบว่ามีอาการไอผิดปกติควรรีบพบแพทย์โดยด่วน

วิธีบรรเทาอาการไอเบื้องต้น

เพราะอาการไอเกิดจากสาเหตุที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากต้องการรักษาอย่างเห็นผลจึงจำเป็นต้องรู้จักไปถึงต้นตอของการเกิดอาการ อย่างไรก็ตามเราสามารถบรรเทาอาการไอเบื้องต้นก่อนได้เพื่อไม่ให้รบกวนการใช้ชีวิตประวันมากเกินไปนัก ด้วยวิธีต่างๆ เช่น

ดื่มน้ำให้มาก เพื่อให้น้ำช่วยชำระเสมหะและทำให้ลำคอชุ่มชื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นน้ำอุ่น หรือน้ำผสมน้ำผึ้งยิ่งช่วยละลายเสมหะได้ดีเป็นพิเศษ

งดกิจกรรมที่ทำให้ลำคอระคายเคือง อาทิ การสูบบุหรี่ การใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ต่างๆ หรือการเข้าไปในพื้นที่ที่มีมลภาวะทางอากาศจำนวนมาก เป็นต้น หากเลี่ยงได้ยากต้องไม่ลืมที่จะสวมหน้ากากอนามัยเอาไว้ตลอดเวลา

ลองใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ เพื่อทำให้ห้องที่อยู่อาศัยไม่แห้งเกินไปจากการเปิดเครื่องปรับอากาศซึ่งอาจส่งผลให้ระคายเคืองคอได้ อย่างไรก็ตามควรศึกษาโดยละเอียดก่อนนำมาใช้งานรวมถึงต้องหมั่นรักษาความสะอาดอุปกรณ์เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรคและเชื้อรา

กินยาแก้ไอให้เหมาะกับอาการ โดยทั่วไปยาแก้ไอจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ยาแก้ไอที่ไม่มีเสมหะ หรือที่เรียกว่าไอแห้ง ซึ่งจะทำงานโดยการเข้าไปกดศูนย์ควบคุมการไอ และยาแก้ไอที่มีเสมหะที่จะทำหน้าที่ขับและละลายเสมหะ ด้วยกลไกการทำงานที่แตกต่าง หากใช้งานผิดลักษณะอาการอาจเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ ทั้งนี้หากทานยาติดต่อกันเป็นระยะเวลานานแล้วอาการยังไม่เบาบางควรรีบพบแพทย์

บรรเทาด้วยสารสกัดธรรมชาติจากใบไอวี่

สมุนไพรคือหนึ่งในทางเลือกบรรเทาอาการไอจากธรรมชาติที่มีการส่งต่อภูมิปัญญากันมาอย่างยาวนาน ซึ่งหากพูดถึงสมุนไพรแก้ไอแล้ว "ใบไอวี่" ไม้เลื้อยสีเขียวที่มีต้นกำเนิดในแผ่นดินยุโรป คือผลผลิตจากธรรมชาติที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางและยังถูกจัดอยู่ในตำรับยาระดับสากลจนได้รับความไว้วางใจและใช้งานกันมาอย่างยาวนาน โดยในใบไอวี่นั้นอุดมไปด้วยสาร "ซาโปนิน" (Saponin) และ "ฟลาโวนอยด์" (Flavonoids) ที่มีสรรพคุณที่ดีต่อระบบทางเดินหายใจ และยังมีส่วนช่วยลดอาการไอด้วยการขับเสมหะและละลายเสมหะ ทำให้คอโล่ง ไม่ระคายเคือง ซึ่งประสิทธิภาพดังกล่าวได้มีการศึกษาโดยหน่วยงานชั้นนำของยุโรป

ด้วยสรรพคุณข้างต้น จึงมีการนำ "สารสกัดใบไอวี่" (Ivy Leaf Extract) มาใช้งานในฐานะสมุนไพรแก้ไออย่างแพร่หลาย แม้ในประเทศไทยอาจจะยังไม่รู้จักกันมากนัก แต่ในต่างประเทศนั้นเป็นที่นิยมกันมาก เนื่องจากต่างประเทศใช้เป็นยาเพื่อลดอาการ อีกทั้งยังมีการศึกษาถึงประสิทธิภาพมากมายที่โดดเด่น เหตุนี้ปัจจุบันกลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพรจึงเริ่มเป็นที่สนใจกันมากขึ้น เพราะความเป็นธรรมชาติและมีประสิทธิภาพดีจนทำให้ได้รับความนิยมและเชื่อมั่นกันไม่น้อย จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการให้ธรรมชาติช่วยเยียวยา อย่างไรก็ตามควรศึกษาข้อบ่งใช้โดยละเอียด รวมถึงปรึกษาแพทย์และเภสัชกรเพื่อประเมินปริมาณใช้งานที่เหมาะสม

แม้อาการไออาจจะไม่ได้เป็นอะไรที่รุนแรงมากนัก แต่การไอต่อเนื่องย่อมจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งยังสร้างความหงุดหงิดรำคาญใจต่อตนเองและคนรอบข้าง ดังนั้นหากเริ่มมีอาการจงอย่ารีรอที่จะหาแนวทางเพื่อบรรเทาอย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันไม่ให้ลุกลาม ไม่ว่าจะด้วยการรักษาอาการไอเบื้องต้นที่ทำได้ด้วยตนเอง เช่น การดื่มน้ำอุ่น การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต รวมไปถึงการลองใช้สารสกัดจากใบไอวี่ที่มีสรรพคุณแก้ไอ หรือหากอาการไม่ทุเลาใน 2 สัปดาห์ ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างตรงจุด

อ้างอิง

- https://www.herbalgram.org/resources/herbalgram/issues/117/table-of-contents/hg117-feat-invyt/
- https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2957147/
- https://www.healthline.com/health/5-fast-facts-english-ivy#benefits
- https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32454850/