“การได้ยิน” มีความสำคัญในการสื่อสารในชีวิตประจำวัน หากไม่ได้ยิน หรือได้ยินไม่ชัด ย่อมส่งผลกระทบต่อความสามารถในการสื่อสาร ซึ่งการสูญเสียการได้ยินไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะแต่ในผู้สูงวัย แต่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย หากการสูญเสียการได้ยินเกิดขึ้นในเด็ก จะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อพัฒนาทางภาษาและการพูด การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตเมื่อเขาเติบโตขึ้น เช่น ความต้องการช่วยเหลือพิเศษ และเกิดปัญหาในการจ้างงาน เป็นต้น หากเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ การสูญเสียการได้ยินย่อมส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และการรับรู้ข้อมูลที่ผิดเพี้ยนจากการสูญเสียการได้ยิน ย่อมส่งผลต่อการตัดสินใจเรื่องต่างๆ ที่สำคัญ ดังนั้นการสูญเสียการได้ยินจึงเป็นปัญหาที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม ซึ่งผู้ที่จะช่วยแก้ไขปัญหานี้ก็คือ “นักแก้ไขการได้ยิน” ซึ่งจะทำงานร่วมกับแพทย์สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา
นักแก้ไขการได้ยิน คือ นักวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางการได้ยินที่ได้รับใบอนุญาตในการประกอบโรคศิลปะ มีหน้าที่ตรวจวินิจฉัยปัญหาทางการได้ยิน และการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการได้ยิน ปัญหาโรคหูที่มักส่งที่อาจจะส่งผลเรื่องของการได้ยิน เช่น หูน้ำหนวก เป็นการสูญเสียการได้ชนิดการนำเสียงเสื่อม (Conductive hearing loss) ซึ่งอาจทำให้การนำเสียงเข้าไปในหูลดลง ทำให้มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร การสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทหูเสื่อม (Sensorineural hearing loss) เช่น ผู้สูงอายุที่มีปัญหาเรื่องการได้ยินตามวัย แม้ว่าเสียงพูดจะดังขึ้น แต่ผู้ป่วยอาจจะยังฟังคำพูดได้ไม่ชัดเจน และการสูญเสียการได้ยินแบบผสม (Mixed hearing loss) คือ มีการสูญเสียการได้ยินทั้งสองชนิดร่วมกัน เป็นต้น
หน้าที่ของนักแก้ไขการได้ยิน
...
นักแก้ไขการได้ยินจะทำงานร่วมกับแพทย์โสต ศอ นาสิก โดยแพทย์จะเป็นตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาทางการแพทย์ และหากพบว่าผู้ป่วยมีแนวโน้นที่จะมีการสูญเสียการได้ยิน ก็จะส่งมาพบนักแก้ไขการได้ยินเพื่อการตรวจวินิจฉัย หรือฟื้นฟูสมรรถภาพทางด้านการได้ยิน ซึ่งการสูญเสียการได้ยินและการฟื้นฟูอาจมีความแตกต่างกันได้ในแต่ละช่วงวัย ดังนี้
• วัยเด็ก
การสูญเสียการได้ยินสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่แรกเกิด โดยการตรวจวัดจะกระทำโดยการตรวจคัดกรองการได้ยินในทารกแรกเกิด ซึ่งเป็นการตรวจการทำงานทางสรีรวิทยาของหูชั้นใน หรือเรียกว่าการตรวจเสียงสะท้อนของหูชั้นใน (Otoacoustic emission) หากทารกมีปัญหาการได้ยินตั้งแต่แรกเกิด และได้รับการตรวจคัดกรองการได้ยิน จะช่วยให้ทารกได้รับการตรวจวินิจฉัยและฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้มีพัฒนาการทางภาษาและการพูดที่ใกล้เคียงกับเด็กปกติมากที่สุด
วัยเด็กมักเป็นวัยที่มีความเสี่ยงต่อการสูญเสียการได้ยินที่เกิดจากการนำเสียงบกพร่อง ที่มักมีสาเหตุจากการอักเสบของหูชั้นกลาง หรือโรคหูน้ำหนวก ซึ่งมีสาเหตุจากกายวิภาคของช่องหูในวัยเด็กที่ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการอักเสบของหูชั้นกลางได้ง่ายหากเด็กเป็นหวัด หรือมีอาการของภูมิแพ้เป็นประจำ
ปัญหาการสูญเสียการได้ยินในเด็กเล็กมักจะถูกสังเกตได้โดยครู หรือผู้ปกครอง เช่น ในเด็กเล็กที่เริ่มมีการสื่อสารโดยการพูด ปัญหาการได้ยินมักจะเกี่ยวข้องกับพัฒนาการทางภาษา และการพูดล่าช้า พูดไม่ชัด มีปัญหาทางด้านการเรียนรู้ ไม่ค่อยตอบสนองต่อเสียง หรือมีปัญหาด้านพฤติกรรม หากครูและผู้ปกครองสังเกตเห็นความผิดปกติและนำมาพบแพทย์ เด็กเหล่านี้อาจจะได้รับการตรวจวินิจฉัยทางการได้ยินร่วมด้วย เป็นต้น
• วัยผู้ใหญ่
เนื่องจากในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางสภาพสังคมและรูปแบบการใช้ชีวิตไปอย่างมาก จากการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ทำให้ประชากรทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยเฉพาะวัยเรียนและวัยทำงานอาจจะเริ่มมีการสัมผัสเสียงดังมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ปัญหาหนึ่งที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในปัจจุบันคือ พฤติกรรมการใช้หูฟังของวัยรุ่น เพื่อการเรียนในรูปแบบออนไลน์ และการนันทนาการ เนื่องจากประชากรกลุ่มนี้จะมีแนวโน้วที่จะสัมผัสเสียงดังมากขึ้นและเป็นเวลาที่นานขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่นำไปสู่การสูญเสียการได้ยินชนิดประสาทหูจะเสื่อมก่อนวัย
ปัญหาการสูญเสียการได้ยินโดยจากการสัมผัสเสียงดังจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผู้ที่ประสบปัญหานี้ไม่ทันสังเกตถึงการเปลี่ยนแปลงทางการได้ยิน จนกระทั่งการสูญเสียการได้ยินเพิ่มมากขึ้นจนถึงระดับที่เริ่มส่งผลต่อการสื่อสาร
อย่างไรก็ตาม อาจมีสัญญาณที่แสดงถึงปัญหาทางการได้ยินมาก่อนหน้านั้นแล้ว เช่น มีเสียงดังรบกวนในหู หูอื้อ การได้ยินลดลงชั่วคราว ซึ่งอาการเหล่านี้อาจจะดีขึ้นในระยะเวลาประมาณ 2-3 วัน หลังการสัมผัสเสียงดัง ถึงแม้ว่าอาการต่างๆ เหล่านี้ได้หายไปแล้ว แต่การสัมผัสเสียงดังอาจสร้างความเสียหายอย่างถาวรต่อระบบประสาทการได้ยิน และหากยังได้รับความเสียหายสะสมมากขึ้นไปเรื่อยๆ จะนำไปสู่การสูญเสียการได้ยินที่รุนแรงขึ้น และอาจไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ ซึ่งนักแก้ไขการได้ยินมักมีหน้าที่ในการตรวจคัดกรอง หรือตรวจวินิจฉัยทางด้านการได้ยิน เพื่อการเฝ้าระวัง หรือติดตามการได้ยินประจำปี นอกจากนี้นักแก้ไขการได้ยินยังมีบทบาทสำคัญในด้านการรณรงค์เพื่อให้ความรู้และสร้างการตระหนักรู้ถึงภัยของการสัมผัสเสียงดัง เป็นต้น
• วัยผู้สูงอายุ
...
การสูญเสียการได้ยินในกลุ่มของผู้สูงอายุมักมีสาเหตุจากการเสื่อมของประสาทหูซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ตามวัย การศึกษาวิจัยพบว่าการสูญเสียการได้ยินในกลุ่มของผู้สูงอายุมีความสัมพันธ์กับความเสื่อมถอยของการรับรู้และความเข้าใจ (Cognitive functions) ในผู้สูงอายุ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ลดลง ส่งผลในด้านลบต่อสุขภาพจิต ทำให้เกิดปัญหาทางด้านอารมณ์และการเข้าสังคม
บทบาทของนักแก้ไขการได้ยินมักเกี่ยวข้องกับการตรวจหาระดับและชนิดของการสูญเสียการได้ยิน รวมถึงการบำบัดและฟื้นฟูทางการได้ยิน เช่น การใส่เครื่องช่วยฟัง การใช้ประสาทหูเทียม เป็นต้น เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถสื่อสารได้ดีขึ้น มีการพัฒนาในด้านของคุณภาพชีวิต ส่งเสริมให้มีสุขภาพจิตที่แข็งแรง และมีการเข้าสังคมมากขึ้น
สัปดาห์หน้ายังมีความรู้เรื่องแนวทางการรักษา และผลการรักษาการสูญเสียการได้ยิน รอติดตามกันต่อนะครับ
@@@@@@@
แหล่งข้อมูล
ดร.จิตต์ปกรณ์ พิชัยธนาภรณ์ นักแก้ไขการได้ยิน ภาควิชาวิทยาศาสตร์สื่อความหมายและความผิดปกติของการสื่อความหมาย คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล