เช็ก 5 สัญญาณ "กรดไหลย้อน" อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์

ข่าว

    เช็ก 5 สัญญาณ "กรดไหลย้อน" อาการแบบไหนควรไปพบแพทย์

    ไทยรัฐออนไลน์

    5 ต.ค. 2564 15:56 น.

    "กรดไหลย้อน" (ภาษาอังกฤษ Gastroesophageal Reflux Disease หรือ GERD) เป็นโรคทางเดินอาหารชนิดหนึ่งที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะผู้ที่มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่เหมาะสม สูบบุหรี่ ดื่มสุรา มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน ผู้ป่วยเบาหวาน หญิงตั้งครรภ์ เป็นต้น หากเป็นติดต่อกันนานๆ โดยไม่ได้รับการรักษา ก็อาจนำไปสู่อาการเรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพได้

    รู้จัก "โรคกรดไหลย้อน" เกิดจากอะไร?

    โรคกรดไหลย้อน เกิดจากการไหลย้อนของน้ำย่อย กรด และแก๊สในกระเพาะอาหาร ไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหาร อาการเหล่านี้มักเกิดขึ้นหลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ ลามมาจนถึงหน้าอกและคอ โดยสามารถสรุปสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกิดโรคกรดไหลย้อน ดังนี้

    • กินอาหารประเภทไขมันสูง และนอนทันทีหลังกินเสร็จ
    • หลอดอาหารบีบตัวผิดปกติ ทำให้มีอาหารตกค้างในระบบย่อยอาหาร
    • หูรูดส่วนปลายของกระเพาะอาหารทำงานผิดปกติ
    • สูบบุหรี่ ดื่มสุรา กินยาบางชนิด
    • ปัญหาความเครียด

    เช็ก 5 อาการ คุณกำลังเป็นโรคกรดไหลย้อนหรือเปล่า?

    1. หลังกินอาหารเสร็จ จะรู้สึกแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่และกลางหน้าอก 

    2. รู้สึกว่ามีน้ำรสเปรี้ยว หรือรสขม ไหลย้อนขึ้นมาในปากและคอ 

    3. จุกเสียด ท้องอืด แน่นท้อง บางครั้งรู้สึกคลื่นไส้อยากอาเจียนหลังกินอาหาร

    4. การกลืนอาหารติดขัด รู้สึกเหมือนมีก้อนจุกในลำคอ ไอแห้งๆ เสียงแหบ

    5. สุขภาพช่องปากแย่ลง เช่น มีฟันผุ หรือมีกลิ่นปาก

    กรดไหลย้อน 3 ระยะ มีอาการแบบไหนควรไปพบแพทย์?

    อาการของโรคกรดไหลย้อน แบ่งออกเป็น 3 ระยะ โดยในระยะเริ่มแรกสามารถรักษาให้หายได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่หากเป็นกรดไหลย้อนอาการหนักที่ส่งผลต่อสุขภาพอย่างมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี

    ระยะที่ 1 : โรคกระเพาะอาหาร
    โรคกระเพาะอาหาร ถือเป็นสัญญาณเริ่มแรกของโรคกรดไหลย้อน ทำให้มักมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ จุกเสียดแน่น รวมถึงรู้สึกว่ามีลมในกระเพาะอาหาร ควรหันมากินอาหารให้ตรงเวลา 

    ระยะที่ 2 : ปัญหาลำไส้
    สัญญาณต่อมาของโรคกรดไหลย้อนคือ จะเริ่มมีปัญหาลำไส้ ทำให้การย่อยไม่สมบูรณ์ มีอาหารตกค้างในลำไส้ ส่งผลให้ท้องผูก ขับถ่ายไม่ตรงเวลา เรอบ่อย รู้สึกแสบร้อนบริเวณหน้าอก กลืนลำบาก ผายลมเหม็น

    ระยะที่ 3 : สารอาหารในเลือดน้อย
    กรดไหลย้อนอาการหนักในระยะนี้ ร่างกายจะอ่อนเพลีย รู้สึกจุกแน่นท้องบ่อย แสบหน้าอก เรอมีรสเปรี้ยวและขมคอ ท้องผูก กลืนอาหารลำบาก น้ำหนักลด ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและรับการรักษา งดอาหารไขมันสูง งดดื่มสุรา งดสูบบุหรี่ รวมถึงน้ำอัดลม ชา และกาแฟ

    วิธีรักษาโรคกรดไหลย้อน ลดอาการได้ด้วยการปรับพฤติกรรม

    สำหรับผู้ที่มีอาการของโรคกรดไหลย้อน แต่ไม่ได้เป็นหนัก สามารถปรับพฤติกรรมการกิน เพื่อให้อาการกรดไหลย้อนบรรเทาลงได้ ด้วยวิธีต่อไปนี้

    • หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง อาหารรสจัด ของทอด น้ำอัดลม ชา กาแฟ บุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • กินอาหารให้ตรงเวลา กินในปริมาณที่พอดี ไม่ควรกินเสร็จแล้วเอนตัวนอนทันที
    • ควบคุมน้ำหนักตัว และออกกำลังกายเพื่อสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ
    • ไม่สวมเสื้อผ้าที่รัดบริเวณหน้าท้องมากเกินไป
    • ปรับหมอนหนุนศีรษะให้สูงขึ้นเล็กน้อย

    กรดไหลย้อน ห้ามกินอะไรบ้าง?
    ไขมันสูง ฟาสต์ฟู้ด น้ำอัดลม ชา กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง อาหารรสเผ็ดจัด เค็มจัด เปรี้ยวจัด สุรา เบียร์ ไวน์ อาหารหมักดอง ถั่ว ผักดิบ เนื่องจากผักดิบจะเพิ่มกรดและแก๊สในกระเพาะอาหาร เป็นต้น

    กรดไหลย้อน กินน้ำขิงได้ไหม?
    น้ำขิง ถือเป็นเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับผู้เป็นโรคกรดไหลย้อน ให้จิบน้ำขิงอุ่นๆ ก่อนเริ่มกินอาหาร จะสามารถช่วยบรรเทาอาการกรดไหลย้อนได้

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    กรดไหลย้อนอาการกรดไหลย้อนโรคกรดไหลย้อนกรดไหลย้อนเกิดจากอะไรยา กรดไหลย้อนกรดไหลย้อน อาการ วิธีรักษากรดไหลย้อน รักษากรดไหลย้อน ห้ามกินกรดไหลย้อนอาการหนักกรดไหลย้อนกินน้ําขิงได้ไหมกรดไหลย้อน 3 ระยะสาระน่ารู้

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม 2564 เวลา 07:24 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์