อุบัติเหตุภายในบ้านที่ควรระวัง

ข่าว

    อุบัติเหตุภายในบ้านที่ควรระวัง

    คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

      17 ก.ย. 2564 05:22 น.

      “อุบัติเหตุ” สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ ทุกเวลา แม้กระทั่งภายในบ้านของเรา โดยไม่มีใครสามารถทราบได้ล่วงหน้า ซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บ พิการ หรือเสียชีวิตได้ เราจึงควรรู้วิธีการป้องกัน การปฏิบัติตน รวมถึงการปฐมพยาบาลเบื้องต้น เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าวที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งอุบัติเหตุภายในบ้านที่พบได้บ่อย มีดังนี้

      1. ของมีคมบาด

      การได้รับบาดเจ็บจากการถูกของมีคมบาด มักก่อให้เกิดบาดแผลฉีกขาด และมีเลือดไหลออกมา สิ่งสำคัญคือ ต้องรีบปฐมพยาบาลเพื่อหยุดเลือด

      การปฐมพยาบาล

      การปฐมพยาบาลเพื่อหยุดเลือด ให้ใช้ผ้าสะอาดกดลงบนบาดแผลโดยตรง โดยกดจนกว่าจะไม่มีเลือดซึมออกมาเพิ่มเติม สามารถสังเกตได้จากผ้าที่ใช้กดบาดแผล โดยไม่นำผ้าออกเพื่อดูว่าเลือดหยุดไหลแล้วหรือไม่

      หากการถูกบาดทำให้อวัยวะถูกตัดขาด ให้นำอวัยวะที่ถูกตัดขาดใส่ลงในถุงพลาสติกสะอาด และปิดปากถุงให้แน่น (แนะนำให้ใช้ถุงซิปล็อก) นำไปแช่ลงในภาชนะบรรจุน้ำผสมน้ำแข็งบด โดยห้ามนำอวัยวะใส่ลงในน้ำแข็งโดยตรงเด็ดขาด เพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติมได้ จากนั้นทำการห้ามเลือดโดยการใช้ผ้าสะอาดกดที่ลงบาดแผลโดยตรงบริเวณปลายอวัยวะที่ถูกตัดขาดเพื่อหยุดเลือด และรีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อรักษาพยาบาลต่อไป

      การป้องกัน

      ระมัดระวังในการใช้สิ่งของมีคม และเก็บให้เรียบร้อยทุกครั้งหลังการใช้งาน

      2. น้ำร้อนลวก

      เมื่อถูกน้ำร้อนลวกหรือสัมผัสกับอุณหภูมิที่สูงมาก จะทำให้เกิดความเจ็บปวดอย่างมาก หากได้รับบาดเจ็บให้รีบออกจากบริเวณนั้น เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำ และรีบปฐมพยาบาลเบื้องต้น

      การปฐมพยาบาล

      ใช้น้ำสะอาดล้างบริเวณบาดแผล เพื่อทำความสะอาดและบรรเทาความเจ็บปวด โดยหลีกเลี่ยงการสัมผัสหรือถูบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ ห้ามใช้ยาสีฟันหรือโลชั่นทาบนบาดแผล กรณีเกิดตุ่มพองขึ้น ห้ามเจาะ เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ หากบาดแผลมีขนาดใหญ่ หลังจากที่ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วควรรีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด เพื่อรักษาพยาบาลต่อไป

      การป้องกัน

      สวมอุปกรณ์ป้องกันตัวให้เหมาะสม และใช้ความระมัดระวัง เมื่อทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการสัมผัสความร้อน

      3. การตกบันไดและการลื่นหกล้ม

      การพลัดตกหกล้ม เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุและเด็ก โดยอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บได้ตั้งแต่เล็กน้อย เช่น เจ็บกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ อวัยวะผิดรูป อ่อนแรง หมดสติ ไปจนถึงเสียชีวิตได้ การบาดเจ็บนี้ประเภทนี้อาจเกิดจากทั้งตัวบุคคลและสิ่งแวดล้อม

      การปฐมพยาบาล

      กรณีบาดเจ็บกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ ให้ประคบเย็นบริเวณที่บาดเจ็บ และงดการใช้งานกล้ามเนื้อหรือข้อต่อนั้น แต่หากการบาดเจ็บนั้นทำให้เกิดการผิดรูป ไม่แนะนำให้จัดอวัยวะให้กลับมาอยู่ในท่าปกติด้วยตนเอง ให้ดาม เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของกระดูก และป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บเพิ่มเติม หากพบว่ามีกระดูกยื่นออกมาจากบาดแผลและมีเลือดออก ให้หยุดเลือดโดยการใช้ผ้าสะอาดกดลงที่บาดแผลก่อนดาม

      หากสงสัยว่าผู้ได้รับบาดเจ็บศีรษะหรือหลังกระแทกพื้นอย่างรุนแรง อาจพบผู้บาดเจ็บบ่นเจ็บบริเวณคอหรือหลัง ขยับตัวไม่ได้ อ่อนแรง หรือหมดสติ ห้ามทำการเคลื่อนย้าย หรือขยับศีรษะและลำตัวของผู้บาดเจ็บโดยเด็ดขาด และรีบโทรแจ้ง 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือ โดยระหว่างนั้นให้สังเกตอาการผู้บาดเจ็บอย่างใกล้ชิด หากผู้ป่วยมีอาการเปลี่ยนแปลงไปให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่

      การป้องกัน

      จัดสถานที่พักอาศัยให้ปลอดภัย เช่น กำจัดสิ่งกีดขวาง พื้นที่เปียก แสงสว่างที่ไม่เพียงพอ เป็นต้น

      4. ไฟฟ้าช็อต

      การถูกไฟฟ้าช็อต สามารถพบได้บ่อยและมีความรุนแรง ซึ่งความรุนแรงนั้นขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย ได้แก่ ปริมาณของกระแสไฟฟ้า และระยะเวลาที่สัมผัส ไฟฟ้าตามบ้านเรือน แม้ไม่ใช่ไฟฟ้าที่ความแรงสูงมากนัก แต่หากมีการสัมผัส จะมีระยะเวลาในการสัมผัสที่นาน จนทำให้เกิดความรุนแรงต่ออวัยวะต่าง ๆ ได้

      การปฐมพยาบาล

      ในการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บที่ถูกไฟฟ้าช็อต สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ความปลอดภัยของผู้ช่วยเหลือ หากสถานที่ที่ต้องเข้าไปทำการช่วยเหลือยังไม่ปลอดภัย เช่น ยังไม่มีการตัดกระแสไฟฟ้า พื้นเปียก หรือมีไฟลุกไหม้ ห้ามเข้าไปช่วยเหลือโดยเด็ดขาด หากสถานที่ปลอดภัยแล้ว ให้เข้าไปปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ โดยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปยังบริเวณที่ปลอดภัยด้วยความระมัดระวัง หากผู้บาดเจ็บยังมีสติอยู่ ให้สังเกตการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นร่วมกันได้ เช่น การบาดเจ็บศีรษะจากการตกจากที่สูง อาจทำให้มีการบาดเจ็บที่ศีรษะหรือกระดูกผิดรูปได้ กรณีผู้บาดเจ็บหมดสติ ให้ปลุกเรียกโดยการตบที่บ่าทั้งสองข้างพร้อมเรียกเสียงดัง หากไม่มีการตอบสนอง ให้โทรแจ้ง 1669 และรีบทำการ CPR ทันที

      การป้องกัน

      การใช้อุปกรณ์และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน และตรวจสอบอุปกรณ์อยู่เสมอ การติดตั้งสายดิน การไม่ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเองโดยไม่มีความรู้ รวมถึงการติดตั้งเครื่องตัดไฟฟ้าลัดวงจรอัตโนมัติ เป็นต้น

      จะเห็นได้ว่าอุบัติเหตุภายในบ้าน สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลา แต่หากมีความระมัดระวัง และสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ ก็จะช่วยลดความรุนแรงและอันตรายที่เกิดขึ้นได้

      ______________________________

      แหล่งข้อมูล
      รศ.ดร.นพ.ไชยพร ยุกเซ็น และนางสาวกรวชิร ไม้จันทร์ ภาควิชาเวชศาสตร์ฉุกเฉิน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

      อ่านเพิ่มเติม...

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ศุกร์สุขภาพคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดีอุบัติเหตุอุบัติเหตุภายในบ้านมีดบาดตกบันไดน้ำร้อนลวกลื่นล้มไฟช็อตปฐมพยาบาลเบื้องต้น

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอาทิตย์ที่ 17 ตุลาคม 2564 เวลา 04:34 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์