ไลฟ์สไตล์
100 year

สัญญาณอันตราย "ปวดคอ บ่า ไหล่" อย่าคิดว่าไม่เป็นไร

คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี
30 เม.ย. 2564 05:01 น.
SHARE

“อาการปวดคอ บ่า ไหล่” เป็นอาการที่สามารถเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่เราใช้โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊กกันเป็นเวลานาน และไม่ได้เปลี่ยนอิริยาบถ ก็จะยิ่งทำให้มีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ เพิ่มมากขึ้น

สาเหตุ

สาเหตุของอาการปวดคอ บ่า ไหล่หลักๆ ดังนี้ คือ

• การใช้กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่มากเกินไป โดยไม่ได้มีการเปลี่ยนท่าทางเลย การอยู่ในท่าเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลานานๆ ตลอดทั้งวัน
• การใช้ท่าทางที่ผิด ซึ่งโดยปกติแล้ว ร่างกายไม่ได้ออกแบบมาเพื่อให้ใช้กล้ามเนื้อมัดนั้นๆ ในการหิ้ว หรือยกอะไรที่หนักเกินไป เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือมือเดียว ใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป เป็นต้น

ปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยสำคัญคือปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม กล่าวคือ ลักษณะการทำงานที่ไม่เหมาะสม เช่น เก้าอี้อยู่เตี้ยเกินไป โต๊ะอยู่สูงเกินไป ทำให้ผู้ใช้ต้องกางไหล่ เมื่อกางไหล่มากเกินไป กล้ามเนื้อใช้ก็จะเกิดการอักเสบ ส่งผลให้มีอาการปวดบริเวณบ่า

การก้มที่มากเกินไป อย่างอาชีพนักประชาสัมพันธ์ที่ต้องก้มมองจอมอนิเตอร์ที่พื้น หรือบางกรณีที่ต้องมองจอมอนิเตอร์ที่แขวนอยู่บนผนัง ก็เป็นการใช้กล้ามเนื้อคอที่มากเกินไป

การใช้กล้ามเนื้อที่มากเกินไป ทำให้กล้ามเนื้อเกิดการหด เกร็งตัว และกลายเป็นก้อนเกร็งของมัดกล้ามเนื้อ อาการปวดคอ บ่า ไหล่ในคนกลุ่มนี้ก็จะรักษาไม่หายขาด คนไข้จะมีอาการจะเป็น ๆ หายๆ และสุดท้ายคนไข้ก็จะมาด้วยอาการปวดเรื้อรัง ซึ่งจะมีผลต่อภาวะจิตใจด้วย ทำให้หงุดหงิด นอนไม่หลับ มีปัญหาความเครียดและความกังวลตามมา

นอกจากนี้ ในคนที่มีอาการปวดและร้าว หรือมีอาการชาลงแขน คนไข้กลุ่มนี้จำเป็นจะต้องรีบมาพบแพทย์โดยด่วน เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายอื่น ๆ ตามมา เช่น หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท กล้ามเนื้ออ่อนแรง ดังนั้น ถ้าใครที่มีอาการกระดกข้อมือไม่ได้ จากที่เคยเซ็นชื่อได้กลับเซ็นไม่ได้ มืออ่อนแรง ควรรีบมาพบแพทย์ เพื่อหาสาเหตุและรักษาต่อไป

การรักษา

แพทย์จะรักษาตามอาการของคนไข้ เช่น ถ้ามีอาการตึงมาก จะใช้ยากลุ่มลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาทา นอกจากนี้ยังจะต้องปรับพฤติกรรมการทำงาน ดังนี้

• ไม่ทำอะไรที่มากเกินไป เช่น การใช้โทรศัพท์มือถือตลอดทั้งวัน อาจจะต้องเปลี่ยนมาใช้คอมพิวเตอร์บ้าง
• ทุก ๆ 1 ชั่วโมงของการทำงาน ควรลุกจากโต๊ะไปทำกิจกรรมอื่นๆ บ้าง เพื่อให้กล้ามเนื้อได้เปลี่ยนท่าและผ่อนคลายบ้าง
• ในระหว่างวัน ควรมีการบริหารกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ แบบง่ายๆ ดังนี้

3.1 บริหารกล้ามเนื้อคอ

ท่าที่ 1 : ก้มและเงยคอให้สุด (ก้ม 5 วินาที และเงย 5 วินาที)
ท่าที่ 2 : หันคอไปทางด้านซ้าย และด้านขวาให้สุด (หันค้างไว้ข้างละ 5 วินาที)
ท่าที่ 3 : เอียงคอเอาชิดไหล่ด้านซ้าย และด้านขวาให้ได้มากที่สุด (เอียงค้างไว้ข้างละ 5 วินาที)

3.2 บริหารกล้ามเนื้อไหล่

เหยียดแขนข้างหนึ่งไปด้านข้าง แล้วใช้แขนอีกข้างวางเหนือข้อศอก และกดข้อศอกเข้าหาลำตัว เพื่อเป็นการยืดกล้ามเนื้อส่วนสะบัก (ดึงเข้าหาลำตัวค้างไว้ข้างละ 5 วินาที)

เอามือสองข้างประสานกันแล้วเหยียดแขนตรงไปข้างหน้าจนสุด (ค้างไว้ประมาณ 5 วินาที)

3.3 บริหารบ่า

นั่งบนเก้าอี้ เอามือข้างหนึ่งจับขอบเก้าอี้ แล้วใช้มืออีกข้างดึงศีรษะจนกล้ามเนื้อบริเวณคอและบ่ารู้สึกตึง ทำสลับข้าง (ดึงค้างไว้ ข้างละ 5 วินาที)

แม้ว่าอาการปวดคอ บ่า ไหล่จะเป็นอาการหลักที่ชาวออฟฟิศเป็นกันมาก แต่หากทำตามคำแนะนำที่กล่าวไปข้างต้น ก็จะช่วยคลายกล้ามเนื้อ และช่วยบรรเทาอาการปวดให้ลดลงได้

-------------------------------------------------------------

แหล่งข้อมูล
ผศ. นพ.ณัฐพร แสงเพชร สาขาวิชาเวชศาสตร์การกีฬา ภาควิชาออร์โธปิดิกส์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปวดหลังปวดคอปวดไหล่หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทกล้ามเนื้ออ่อนแรงศุกร์สุขภาพคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 6 พฤษภาคม 2564 เวลา 15:09 น.