ไลฟ์สไตล์
100 year

ปวดท้องข้างขวาหมายถึงอะไร ส่งสัญญาณต้องระวังโรคใดบ้าง

ไทยรัฐออนไลน์
5 เม.ย. 2564 14:30 น.
SHARE

อาการปวดท้องเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ เพราะช่วงท้องเป็นจุดรวมอวัยวะภายในที่สำคัญต่อการดูดซึมสารอาหาร และขับของเสีย โดยเฉพาะ ตับ ม้าม ไต แต่หากวันหนึ่งพบว่า “ปวดท้องข้างขวา” ข้างเดียว ปวดจี๊ดๆ ปวดเฉียบพลัน อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณบอกโรคอะไรได้บ้าง มาดูกัน

ปวดท้องด้านขวาตอนกลางคืน

อาการปวดท้องด้านขวาช่วงตอนกลางคืน หากปวดรุนแรง ก็ต้องระวังอาการไส้ติ่งอักเสบเฉียบพลัน แต่หากปวดไม่รุนแรงมาก มีโอกาสเป็นได้หลายอย่าง เช่น ท้องเสีย, ท้องผูก ในเบื้องต้นหากมีอาการที่แย่ลงควรรีบพบแพทย์

ปวดท้องน้อยข้างขวาเฉียบพลัน
อาการปวดท้องน้อยด้านขวาเฉียบพลัน มีโอกาสเป็นไส้ติ่งอักเสบมากที่สุด โดยเจ็บรอบสะดือ หากคลำแล้วเจอก้อนเนื้อแล้วรู้สึกเจ็บ ต้องระวังว่าจะเป็นไส้ติ่งอักเสบ ต้องรีบพบแพทย์

ปวดท้องน้อยด้านขวาจี๊ดๆ
อาการปวดท้องข้างขวาด้านล่าง และท้องเสีย อาจเป็นภาวะท้องเสียเรื้อรัง ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม ป้องกันการเป็นโรคลำไส้อักเสบ

ปวดท้องข้างขวาแบบไม่ถ่าย
อาการปวดท้องข้างขวาแบบไม่ถ่าย เบื้องต้นเป็นสัญญาณท้องผูก อาจมาจากการรับประทานผักและผลไม้น้อย หรือรับประทานยาที่ส่งผลข้างเคียงให้ท้องผูก แต่หากไม่สบายตัว และมีอาการปวดเกร็ง ร้าวถึงต้นขา อาจเกี่ยวกับกรวยไต หากปวดที่ท้องน้อยร่วมกับมีไข้ ในผู้หญิงอาจเป็นปีกมดลูกอักเสบ

ปวดท้องข้างขวา หายใจไม่สะดวก
อาการปวดท้องข้างขวาร่วมกับอาการหายใจไม่สะดวก อาจเกิดจากหลายสาเหตุร่วมกัน อย่างไรก็ดีควรนั่งพักในพื้นที่อากาศถ่ายเท สังเกตอาการว่าดีขึ้นหรือไม่ หากมีอาการวิงเวียน ควรพบแพทย์

อาการปวดท้องมีหลายระดับ ซึ่งหากปวดท้องเฉียบพลัน หรือปวดเรื้อรัง มีโอกาสเป็นโรคที่เกี่ยวกับอวัยวะภายในช่องท้อง เช่น นิ่วในถุงน้ำดี, ไส้เลื่อน, ไส้ติ่ง, แผลในกระเพาะอาหาร, ลำไส้อักเสบ, กรดไหลย้อน, ตับอ่อนอักเสบ, ตับอักเสบ, กระเปาะลำไส้ใหญ่โป่งพองอักเสบ และโรคทางนรีเวช

ปวดท้องด้านขวา เสี่ยงไส้ติ่งอักเสบมากที่สุด

อย่างไรก็ดี อาการปวดท้องด้านขวา ต้องเฝ้าระวังโรค “ไส้ติ่งอักเสบ” เมื่อมีอาการเฉียบพลัน มีโอกาสเสียชีวิตได้ อาการปวดท้องที่ส่งสัญญาณไส้ติ่งอักเสบ ได้แก่

  • ปวดท้องขวาด้านล่างถี่ๆ มากขึ้น
  • ปวดท้องมากขึ้นเมื่อขยับตัว โดยเฉพาะขณะไอ หรือจาม
  • รู้สึกคลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย หรือเบื่ออาหาร
  • มีอาการท้องเสีย ท้องผูก ท้องอืด ร่วมด้วย
  • มีไข้สูง
  • ปัสสาวะถี่ ปัสสาวะแสบขัด

“ไส้ติ่ง” คือส่วนหนึ่งของลำไส้ที่มีลักษณะเป็นท่อแยกออกมาจากลำไส้ส่วนต้น อยู่บริเวณท้องน้อยด้านขวา ไส้ติ่งจะอักเสบได้ก็ต่อเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมมาอุดตัน เกิดจากการรับประทานอาหารที่หลุดมาขวางกั้น หรือเป็นอุจจาระแข็งตัวบริเวณไส้ดังกล่าว เมื่อเกิดการอักเสบจะส่งผลให้ต่อมน้ำเหลืองโต เกิดเป็นเนื้องอก หรือแหล่งสะสมของพยาธิได้ หากไส้ติ่งอักเสบแล้วรักษาไม่ทันเวลา จะส่งผลให้ไส้ติ่งแตก เป็นอันตรายถึงชีวิต

เมื่อผู้ป่วยมีโอกาสได้เข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัดช่องท้อง คุณหมออาจจะผ่าตัดไส้ติ่งออกให้ด้วย เพื่อช่วยลดความเสี่ยงในอนาคต ปัจจุบันมีการรักษาไส้ติ่งด้วยวิธีผ่าตัดส่องกล้องด้วยแผลผ่าตัดเล็กๆ ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วขึ้น

ดังนั้นเมื่อเกิดอาการปวดท้องน้อยด้านขวา ส่วนมากคุณหมอจะช่วยกดหน้าท้องเพื่อคลำหาก้อนเนื้ออันมีโอกาสลุกลามเป็นไส้ติ่งอักเสบ แต่หากปวดท้องด้านขวาบ่อยๆ จากสาเหตุท้องผูก ผู้ป่วยควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร เลือกอาหารที่มีเส้นใยธรรมชาติ ดื่มน้ำตามมากๆ ร่วมกับการออกกำลังกาย เพื่อช่วยรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ.

ที่มา : เว็บไซต์โรงพยาบาลเปาโลโชคชัย 4, เว็บไซต์โรงพยาบาลกรุงเทพ

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ข่าวแนะนำ

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันศุกร์ที่ 23 เมษายน 2564 เวลา 02:06 น.