9 ข้อดีของการลด "น้ำตาล" ก่อนดีท็อกซ์ความหวานออกจากร่างกาย

ข่าว

9 ข้อดีของการลด "น้ำตาล" ก่อนดีท็อกซ์ความหวานออกจากร่างกาย

ไทยรัฐออนไลน์

30 พ.ย. 2563 15:14 น.

"น้ำตาล" สารอาหารที่ให้ความหวานซึ่งอยู่ในอาหารเกือบทุกชนิด Lady MIRROR รู้อยู่แล้วใช่ไหมคะว่าการบริโภคน้ำตาลมากเกินไปย่อมส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะ "น้ำตาล" มีส่วนทำให้เกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน หลอดเลือดหัวใจ สมองเสื่อม จอประสาทตาเสื่อม โรคมะเร็ง และโรคซึมเศร้า หรือแม้แต่ "สิว" ก็ล้วนแต่มีผลมาจากน้ำตาลที่เราบริโภคเข้าไปทั้งสิ้น

ทั้งนี้จะทำอย่างไรดีเมื่อต้องการหลีกเลี่ยง "น้ำตาล" ให้ได้มากที่สุด นอกจากจะไม่รับประทานน้ำตาลเข้าไปในร่างกายเลย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ยากเสียเหลือเกิน MIRROR จึงมีหนึ่งทางเลือกมาแนะนำ นั่นคือการ "ดีท็อกซ์น้ำตาล" ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นการรีเซตน้ำตาลในร่างกายของเรา โดยการดีท็อกซ์น้ำตาลจะช่วยปรับสมดุลของระบบประสาทเคมีและการผลิตฮอร์โมนด้วย ทั้งนี้ข้อดีของการดีท็อกซ์น้ำตาลจะช่วยปรับเปลี่ยน "สุขภาพ" ของสาวๆ ให้ดีขึ้นในทุกๆ ด้าน ที่สำคัญจะช่วยให้คุณรู้สึกหิวน้อยลงในระยะยาว จนสาวๆ สามารถตัดน้ำตาลออกไปจากชีวิตได้เลยทีเดียว มาค่ะ...มาดูกันว่าประโยชน์และข้อดีของการดีท็อกซ์น้ำตาลมีอะไรกันบ้าง?

9 ข้อดีของการดีท็อกซ์ "น้ำตาล"

1. ปกป้องหัวใจในอนาคต

"น้ำตาล" เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคอ้วน โรคเบาหวาน และโรคเกี่ยวกับการเผาผลาญเกือบทุกโรค แต่ความเสี่ยงที่สำคัญคือ "หัวใจ" ของคุณ ทั้งนี้นักวิจัยจาก Harvard พบว่าคนที่ลดน้ำหนักมากว่า 15 ปี และบริโภคน้ำตาลเป็นประจำ มีแนวโน้ม 38% ที่จะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งตรงกับความเป็นจริงที่ว่า การบริโภคน้ำตาลเพิ่มเพียงหนึ่งหรือสองครั้งต่อวัน ก็ช่วยเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจได้ถึง 10-20% จากรายงานการศึกษาในปี 2018 ในด้านโภชนาการ

คนที่อายุยังไม่ถึง 45 ปี ส่วนใหญ่จะไม่ได้นึกถึงโรคหัวใจเลย แต่สาวๆ รู้หรือไม่ ปัญหาด้านสุขภาพที่พบเจอในช่วงหลังของชีวิต ล้วนเป็นผลพลอยได้จากการตัดสินใจในการเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ดีของพวกเขาตั้งแต่ยังเด็กทั้งสิ้น และเมื่อพิจารณาว่าโรคหัวใจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของทั้งชายและหญิง

2. ลดความอยากของหวานลงได้

หลายคนมักที่จะบอกว่าสมองของเราติด "น้ำตาล" ขณะที่การศึกษาบางอย่างพบว่า การวิจัยนั้นเกิดขึ้นเฉพาะในหนูเท่านั้น และที่สำคัญสมองของเรามีความซับซ้อนมากกว่านั้น โดย Drew Ramsey ผู้ช่วยศาสตราจารย์คลินิกจิตเวชศาสตร์จากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียกกล่าวว่า โภชนาการมีผลต่อความผิดปกติของอารมณ์

แต่ในขณะที่ "น้ำตาล" ไม่ได้เป็นสิ่งเสพติดในคำจำกัดความอย่างเป็นทางการ แต่ก็มีผลต่อสมองของคุณ ดังนั้นการกินขนมหวานและคาร์โบไฮเดรต จะกระตุ้นให้สมองของเรารับทริปโตเฟนมากขึ้น ซึ่งใช้ในการสร้างเซโรโทนิน หรือที่เรียกว่าฮอร์โมนแห่งความสุข นั่นคือสาเหตุที่สมองของคุณโหยหาของหวาน ดังนั้นยิ่งคุณกินน้ำตาลมากเท่าไร คุณก็จะยิ่งอยากกินน้ำตาลมากขึ้นเท่านั้น

3. ได้รับสารอาหารมากขึ้น

การรับประทานอาหารที่มี "น้ำตาล" สูง หมายความว่าคุณรับประทานผักและผลไม้น้อยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งตรงนี้จะเพิ่มโอกาสที่เราจะพลาดสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกายและสมอง เช่น แมกนีเซียม สังกะสี ไขมันโอเมก้า 3 ในขณะเดียวกันการกินผักและผลไม้สดมากขึ้นนั้นเชื่อมโยงโดยตรงกับการลดน้ำหนักการขจัดความซึมเศร้า และความสุข และความพึงพอใจในชีวิต

4. สมองเติบโตและซ่อมแซมได้มากขึ้น

เมื่อเราให้กำเนิดเซลล์สมองหลายพันเซลล์ต่อวัน และพวกมันอยู่ในสภาพซ่อมแซม และพยายามสร้างการเชื่อมต่อใหม่ๆ อยู่เสมอ โดยส่วนใหญ่ต้องขอบคุณปัจจัยทางประสาทที่ได้รับจากสมองหรือ BDNF ขณะที่ "น้ำตาล" ที่เพิ่มเข้าไป มีแนวโน้มที่จะยับยั้งการผลิต BDNF และสารอาหารบางชนิดในอาหาร ดังนั้นการทิ้งอาหารแปรรูปเพื่อบริโภคของสด จึงช่วยให้สมองมีสุขภาพที่ดีขึ้น

5. บรรเทาอาการซึมเศร้าและความวิตกกังวล

คนที่บริโภค "น้ำตาล" วันละ 17 ช้อนชา หรือน้ำอัดลมประมาณวันละ 2 กระป๋อง มีแนวโน้มที่จะแสดงอาการซึมเศร้ามากกว่าคนที่บริโภคน้ำตาลวันละ 10 ช้อนชา นี่คือรายงานทางวิทยาศาสตร์ในปี 2017 ทั้งหมดเกิดจากสิ่งที่คุณกินนั้นมีผลโดยตรงต่อแบคทีเรียในลำไส้ของคุณ โดยประเภทของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ของคุณ จะส่งผลต่อความรู้สึก ความคิด และความกังวลของคุณ ว่ากันว่าพืชและอาหารหมักจะสร้างความหลากหลาย ขณะที่น้ำตาลสร้างอารมณ์

6. ช่วยดูแลฟันของคุณ

องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ผู้ใหญ่และเด็ก จำกัดการบริโภค "น้ำตาล" ให้ไม่เกิน 5% ของแคลอรีโดยรวม เพื่อเป็นการปกป้องสุขภาพช่องปาก เนื่องจากการศึกษาแสดงให้เห็นว่า เกณฑ์สำหรับการเกิดฟันผุนั้น เกิดจากแบคทีเรียดูดกินโมเลกุลของน้ำตาล ดังนั้นเมื่อน้ำตาลอยู่ในปากของคุณมากเท่าไร แบคทีเรียก็แพร่พันธุ์ได้บ่อยขึ้น

7. ลดไขมันในร่างกาย

สิ่งนี้อาจอยู่ในเป้าหมายปี 2021 ของคุณหรือไม่ก็ได้ แต่การกิน "น้ำตาล" น้อยลงนั้นเชื่อมโยงโดยตรงกับการลดน้ำหนัก และการกินมากขึ้นพร้อมกับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ตามการวิเคราะห์ของนิวซีแลนด์ น้ำตาลทำให้อินซูลินพุ่งสูงขึ้นซึ่งเป็นสวิตช์การเผาผลาญหลักของเราซึ่งจะบอกให้ร่างกายของคุณเก็บไขมันในอวัยวะภายใน นี่คือเหตุผลที่สำคัญแม้ว่าคุณจะไม่สนใจเรื่องการลดน้ำหนัก แต่ไขมันในอวัยวะภายในไม่เพียงเพิ่มไขมันในร่างกาย แต่ยังก่อให้เกิดการอักเสบ เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคซึมเศร้า โรคอ้วน และโรคเบาหวานอีกด้วย

8. เพิ่มความกระจ่างใสให้กับผิวพรรณ

"น้ำตาล" ทำให้ผิวหนังอักเสบ ทำให้สภาพผิวพรรณของคุณดูไม่สวยงามกระจ่างใส โดยทำให้คุณเกิดกลากเกลื้อน เป็นสิว และโรคผิวหนังอักเสบโรซาเซีย ขณะที่ฮอร์โมน พันธุกรรม และความเครียด ก็อาจเป็นตัวการได้เช่นกัน แต่อย่างไรก็ตามมีการระบุไว้ว่า การเลิกกินของหวาน หรือนำ้ตาล สามารถช่วยให้ผิวของคุณดูดีขึ้นได้อย่างมาก

9. ลำไส้สมดุล

อย่างที่บอกไว้ข้างต้น ประเภทของแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในลำไส้ใหญ่ของคุณ ล้วนส่งผลต่อความรู้สึก ความคิด และความวิตกกังวล ทุกครั้งที่คุณน้ำหนักเพิ่มขึ้น หรือเมื่อเวลาที่หิวแค่ไหน รวมถึงตอนที่คุณอยากกินอะไรด้วย เพราะทุกครั้งที่คุณกิน "น้ำตาล" หมายความว่าคุณกำลังให้อาหารแบคทีเรียในลำไส้และสร้างการอักเสบของคุณด้วย

ดังนั้นการมีไมโครไบโอมที่ไม่แข็งแรง จะสร้างระบบภูมิคุ้มกันที่ไม่แข็งแรง และทำให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร เมื่อไหร่ก็ตามที่เรากินพืชมากขึ้น กินเส้นใยที่หลากหลาย จะช่วยสร้างไมโครไบโอมที่หลากหลายมากขึ้นเช่นกัน

เป็นอย่างไรบ้างกับข้อดีและประโยชน์ของการ "ดีท็อกซ์น้ำตาล" สาวๆ พร้อมหรือยังคะ ที่จะเริ่มลดน้ำตาลออกจากอาหารของคุณ อ่านบทความเกี่ยวกับ สุขภาพ เพิ่มเติมได้ที่นี่

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำตาลดีท็อกซ์สุขภาพอาหารลดน้ำตาลประโยชน์ข้อดี

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 16:07 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์