ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    รู้เท่าทัน “โรคมะเร็งปอด” (ตอน 1)

    คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี31 ก.ค. 2563 06:05 น.
    SHARE

    “วันมะเร็งปอดสากล” ตรงกับวันที่ 1 สิงหาคมของทุกปี ซึ่งกำหนดให้มีวันมะเร็งปอดสากลขึ้นก็เพื่อให้ทุกคนตระหนักและเห็นความสำคัญของโรคมะเร็งปอด เนื่องจากเป็นโรคที่มีอุบัติการณ์ในการเกิดโรคและมีอัตราการเสียชีวิตสูง โรคมะเร็งปอดจึงเป็นโรคที่มีความสำคัญต่อประเทศไทยและน่าสนใจเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะพาไปรู้จักโรคนี้กันให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอาการแสดงของผู้ป่วย รวมถึงการวินิจฉัย การรักษาโรคมะเร็งปอดด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งปัจจุบันก้าวหน้า และได้ผลอย่างมาก

    รู้จัก “โรคมะเร็งปอด”

    “โรคมะเร็งปอด” หรือ เนื้องอกในปอด เกิดจากการที่เซลล์ในร่างกายมีการทำงานที่ผิดปกติไป กล่าวคือ มีการเจริญเติบโตที่เร็วกว่าปกติจนเกิดเป็นเนื้องอก และพัฒนาจนกลายเป็นเนื้องอกชนิดเนื้อร้ายในปอดหรือ “มะเร็งปอด” นั่นเอง

    อุบัติการณ์ของโรค

    “โรคมะเร็งปอด” เป็นโรคยอดนิยมทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งเป็นโรคที่มีอุบัติการณ์การเกิดโรคมากเป็นลำดับที่ 1 ในประเทศไทย และเป็นสาเหตุการชีวิตจากมะเร็งเป็นอันดับ 2 รองจากโรคมะเร็งในตับและท่อน้ำดี ในคนไทย โดยมีตัวเลขผู้เสียชีวิตกว่า 17,600 คนในปี 2557 และในแต่ละปียังพบผู้ป่วยใหม่เพิ่มขึ้นอีกปีละประมาณเกือบ 20,000 ราย และมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 40% จัดว่าเป็นโรคที่สำคัญที่จะต้องมีการบริหารจัดการ ดูแลรักษา และปรับปรุงพัฒนาเรื่องการดูแลรักษาให้ดีขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตและช่วยยืดอายุของคนไข้ให้ยาวนานออกไป

    สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

    หนึ่งในสาเหตุหลักของการเกิดโรคมะเร็งปอดคือ การสูบบุหรี่ เนื่องจากสารในบุหรี่จะเข้าไปทำลายปอดของเรา นอกจากนี้ยังมีสาเหตุอื่น ๆ ร่วมด้วย ได้แก่ สิ่งแวดล้อม ควัน มลพิษ รวมถึงการกลายพันธุ์ของยีนในร่างกาย ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ในครอบครัวนะคะ ผู้ป่วยบางคนเป็นมะเร็งปอดจากการสูบบุหรี่เพียงสาเหตุเดียว ส่วนบางคนก็เกิดจากหลาย ๆ สาเหตุร่วมกัน

    ชนิดของมะเร็งปอด แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ดังแสดงในภาพที่ 1 คือ

    1. มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก ซึ่งเกิดจากการสูบบุหรี่เป็นหลัก

    2. มะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก แบ่งแยกย่อยอีก ได้แก่ adenocarcinoma, squamous cell carcinoma, large cell carcinoma, large cell neuroendocrine carcinoma และชนิดอื่นๆ อีกบางชนิดที่พบได้ไม่บ่อย ซึ่งบุหรี่ก็เป็นสาเหตุหลักสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งชนิด squamous cell carcinoma ส่วนมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็กชนิดอื่น ๆ นั้น บุหรี่อาจจะไม่ใช่สาเหตุ แต่เกิดจากสาเหตุอื่น ๆ ร่วมกัน โดยในปัจจุบันโรคมะเร็งปอดชนิด adenocarcinoma เป็นชนิดที่พบว่ามีการกลายพันธุ์ของยีนชนิดต่างๆ มาเกี่ยวข้องด้วย โดยที่ไม่ได้เป็นการถ่ายทอดทางกรรมพันธุ์ในครอบครัว

    อาการ

    อาการของโรคมะเร็งปอดนั้น มีอาการที่หลากหลายมาก เนื่องจากเซลล์มะเร็งนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกระบบในร่างกาย ซึ่งในทางวิชาการเรียกว่า “Systemic disease” เพราะสามารถเดินทางไปได้ทุกระบบ โดยทั่วไปแบ่งได้เป็นอาการแสดงภายในปอดและภายนอกปอด

    อาการภายในปอด ได้แก่ อาการไอ ไอเรื้อรัง ไอเป็นเลือด อาการระคายเคืองปอด หายใจเหนื่อย หายใจแล้วเจ็บ หายใจลำบาก มีน้ำในช่องปอด เป็นต้น

    อาการภายนอกปอด ขึ้นอยู่กับว่าเซลล์มะเร็งนั้นเกิดขึ้นและเดินทางไปในที่ใดของร่างกาย เช่น กระดูก คนไข้ก็จะมีอาการปวดกระดูกโดย ปวดมากเวลากลางคืน หรือถ้าเกิดที่สมอง ก็จะมีอาการปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียนค่อนข้างมาก เนื่องจากมีแรงดันในสมอง หรือมีอาการแขนขาอ่อนแรงข้างใดข้างหนึ่ง หรือบางรายมีอาการตาพร่าตามัว อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากมีเซลล์มะเร็งปอดไปอยู่ในลูกตาและเส้นประสาทตา บางคนมีอาการปวดท้อง คลำก้อนได้ที่ท้อง เนื่องจากมีเซลล์มะเร็งปอดไปอยู่ที่ตับ หรือบางคนอาจจะคลำไม่ได้ก้อน แต่มีอาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หากมีอาการต่าง ๆ เหล่านี้ ก็ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุอย่างเร่งด่วน

    สัปดาห์หน้ายังมีความรู้เรื่องการวินิจฉัย แนวทางการรักษา และการป้องกันโรคมะเร็งปอดกันต่อ รอติดตามกันนะคะ

    แหล่งข้อมูล

    รศ.พญ.ธัญนันท์ เรืองเวทย์วัฒนา สาขามะเร็งวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

    อ่านเพิ่มเติม...

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ศุกร์สุขภาพคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดีโรคมะเร็งปอดมะเร็งปอดวันมะเร็งปอดสากลโรคมะเร็งเนื้องอกในปอด

    ข่าวแนะนำ

    Most Viewed

    คุณอาจสนใจข่าวนี้