"เต้น" แบบไหนช่วย "ลดน้ำหนัก" และเบิร์นเยอะสุด?

ข่าว

"เต้น" แบบไหนช่วย "ลดน้ำหนัก" และเบิร์นเยอะสุด?

ไทยรัฐออนไลน์

22 มิ.ย. 2562 06:09 น.

ใครชอบเต้นเวลาไปปาร์ตี้กับเพื่อนๆ บ้าง? (สาวๆ หลายคนยกมือพรึ่บ!!) แล้วรู้มั้ยว่า "การเต้น" ช่วยให้คุณ "ลดน้ำหนัก" ได้ด้วยนะ แถมยังช่วยคลายเครียดได้ดีทีเดียว จะเห็นว่าหนุ่มสาวไม่ได้ไปยิมเพื่อเล่นเวทอย่างเดียวแล้ว แต่เทรนด์การ "ออกกำลังกาย" ของคนยุคนี้ ให้ความสนใจกับ "คลาสเต้น" กันมากขึ้น 

Thairath Women จะพาไปดูกันว่า ทำไมคนสายเฮลตี้สมัยนี้ ถึงนิยมไปเข้าคลาสเต้นกันเยอะขึ้น แล้วการเต้นช่วยเบิร์นไขมันได้ดีจริงหรือเปล่า? แล้วต้อง "เต้น" แบบไหน? ถึงจะกำจัดไขมันรอบเอวของคุณได้เยอะและเร็วที่สุด ถ้าพร้อมแล้ว...มาหาคำตอบไปพร้อมกันค่ะ

ออกสเตปเบาๆ ก็เผาผลาญได้

มีบทความวิชาการทางสุขภาพจาก Harvard Medical School, สหรัฐอเมริกา ระบุว่าเมื่อคนเราทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เป็นเวลา 30 นาที จะสามารถเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ ส่วนจะเบิร์นได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของแต่ละคน

หนึ่งในกิจกรรมที่มีข้อมูลน่าสนใจก็คือ "การเต้น" ซึ่งสามารถช่วยให้คุณเบิร์นไขมันส่วนเกินได้ตั้งแต่ 90-266 แคลอรีเลยทีเดียว แบ่งเป็นการเต้นแบบเบา แบบกลาง และแบบสนุกสุดเหวี่ยง ซึ่งอย่างหลังก็จะเผาผลาญได้มากกว่าสองอย่างแรก

ทำไมสายเฮลตี้ชอบเข้า "คลาสเต้น"?

ผศ.ดร.นพ.ภาสกร วัธนธาดา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์การกีฬา และการวิเคราะห์การเคลื่อนไหว เคยอธิบายไว้ในบทความวิชาการว่า การออกกำลังกายเป็นเรื่องที่ง่าย แต่การออกกำลังกายให้สม่ำเสมอเป็นเรื่องที่ยาก มีข้อมูลยืนยันว่า ผู้ที่เริ่มออกกำลังกายจะหยุดออกกำลังกายกลางคันมากที่สุดในช่วง 2 เดือนแรก เมื่อครบ 6 เดือนจะพบว่า มีผู้หยุดออกกำลังกายประมาณ 50% ซึ่งมีปัจจัยหลายอย่าง เช่น

- ทัศนคติต่อการออกกำลังกายของคู่ครอง : ถ้าแฟนชอบออกกำลังกายเราจะชอบไปด้วย แต่ถ้าแฟนไม่ชอบก็มีส่วนทำให้เราขี้เกียจไปออกกำลังกาย

- ขาดเพื่อนไปด้วย : สิ่งที่สามารถจูงใจทำให้มีการออกกำลังกายสม่ำเสมอขึ้น คือ กลุ่มเพื่อนฝูงที่ออกกำลังกายด้วยกันเป็นประจำ ถ้าคุณไม่มีเพื่อนไปออกกำลังกาย คุณก็จะขี้เกียจและหยุดออกกำลังกายในที่สุด

- ขาดความท้าทาย : ถ้าไม่มีเป้าหมายหรือไม่มีความท้าทายในการออกกำลังกาย คนส่วนใหญ่จะไม่อยากไป ในทางกลับกัน คนที่มีเป้าหมาย เช่น อยากไปแข่งกีฬากับเพื่อน หรืออยากไปลดน้ำหนัก ก็จะรู้สึกอยากออกกำลังกายมากกว่าคนที่ไม่มีเป้าหมาย

และอีกหนึ่งเหตุผลของบางคน อาจจะเกิดอาการ "เบื่อ" วิธีออกกำลังกายแบบเดิมๆ ขาดแรงบันดาลใจที่จะไป "ออกกำลังกาย" เป็นประจำ แต่พอมี "การเต้น" เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อสังคมของกลุ่มคนออกกำลังกาย และพวกเขารู้สึกว่าช่วยเพิ่มความสนุกสนานให้การออกกำลังกายได้ยาวนานขึ้น คงไม่ผิดนัก ถ้าจะพูดว่าหนุ่มสาวสายเฮลตี้สมัยนี้สนใจมาเต้นออกกำลังกายกันมากขึ้นเพราะมันสนุก และไม่น่าเบื่ออีกต่อไป

"การเต้น" ช่วยให้สุขภาพดี

ผศ.ดร.นพ.ภาสกร วัธนธาดา ยังบอกอีกว่า การเต้น เช่น เต้นแอโรบิก เป็นการออกกำลังกายที่ใช้การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อทั้งตัว มีข้อดีคือ ใช้กล้ามเนื้อทั่วร่างกาย มีแรงกระแทกเล็กน้อย แต่ถ้าออกกำลังกายด้วยการเต้น สเตปแอโรบิก (Step aerobic) พบว่ามีแรงกระแทกมากขึ้น เพราะเป็นการเต้นลงน้ำหนักเท้าบนแผ่นพลาสติกที่หนุนสูงขึ้นจากพื้น จึงควรระวังอย่าเต้นด้วยเพลงที่มีจังหวะเร็วเกินไป เพราะมีความเสี่ยงต่อการล้มได้

สิ่งสำคัญมากอย่างหนึ่ง คือ การเต้นแอโรบิกควรสนใจสภาพร่างกายตัวเองเป็นหลัก เพราะการเต้นเป็นกลุ่มใหญ่ ย่อมมีผู้ที่มีความฟิตที่ต่างกัน โดยเฉพาะถ้าเลือกเพลงที่มีจังหวะเร็วและสนุก ท่าเต้นที่รวดเร็วและใช้พลังงานสูง ซึ่งอาจไม่เหมาะกับผู้ที่ไม่ฟิต หากเต้นต่อเนื่องนานๆ อาจเป็นลมได้ และยังมีแนะนำว่า ถ้าจะออกกำลังกายด้วยการเต้น ให้เต้นอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ ก็ได้ประโยชน์แล้ว ไม่ต้องหักโหมมาก แต่เน้นทำเป็นประจำจะดีที่สุด

นอกจากนี้การเต้นยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก ได้แก่

1. คลายเครียด : การเต้นแทงโก้ช่วยให้คุณรู้สึกดีขึ้น มีงานวิจัยที่ถูกเผยแพร่ใน Journal of Applied Gerontology พบว่าการเต้นรำแบบคู่พร้อมกับเปิดเพลงคลอไปด้วยสามารถช่วยคลายเครียดได้

2. ลดอาการซึมเศร้า : มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งได้ทดสอบผลของการเต้นกับคนที่เป็นโรคซึมเศร้า โดยให้ผู้ป่วยเข้าร่วมกลุ่มเต้นแนว Upbeat พบว่าผู้ป่วยมีอาการของโรคซึมเศร้าน้อยลง และมีชีวิตชีวามากขึ้น

3. ช่วยให้ความจำดีขึ้น : การเต้นอาจช่วยให้ความจำดีขึ้น และป้องกันโรคสมองเสื่อมเมื่ออายุมากขึ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์เผยว่า การออกกำลังกายแบบแอโรบิกสามารถช่วยลดการสูญเสียมวลของฮิปโปแคมปัส ซึ่งเป็นสมองส่วนที่ควบคุมความจำ

4. ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า : การไปเต้นทุกสัปดาห์สามารถช่วยให้มีสมรรถภาพทางกายดีขึ้น และทำให้ระดับพลังงานเพิ่มขึ้น รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและพร้อมที่จะทำสิ่งต่างๆ ด้วยความกระตือรือร้น

5. ทรงตัวดีขึ้น : การเต้นแทงโก้สามารถช่วยให้การทรงตัวดีขึ้น เพราะการเต้นจำเป็นต้องใช้การเคลื่อนไหวแบบรวดเร็วและการมีท่าทางที่ดี ดังนั้นการเต้นเป็นประจำจึงช่วยให้ร่างกายมีเสถียรภาพ และมีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น

เต้นสนุกสุดมัน "ลดน้ำหนัก" ได้จริงป่ะ?

คำตอบ คือ ช่วยได้จริง! การเต้น ถือเป็นการออกกำลังกายที่ได้ขยับร่างกายแทบทุกส่วน เหมาะกับคนที่อยากเบิร์นเอาไขมันส่วนเกินในร่างกายออกไป ไม่ว่าจะเป็นต้นแขน ต้นขา สะโพก เอว หน้าท้อง แถมยังเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอที่ช่วยบริหารกล้ามเนื้อหัวใจไปด้วย 

มีงานวิจัยใน Journal of Physiological Anthropology พบว่า การออกกำลังกายด้วย "การเต้น" สามารถช่วยลดน้ำหนัก และมี Aerobic Power เพิ่มขึ้นได้เท่าๆ กับการปั่นจักรยานและการวิ่งจ็อกกิ้ง

เต้นแบบไหนเผาผลาญได้เยอะที่สุด?

1. เต้นซุมบ้า (Zumba) 

ซุมบ้าเป็นการเต้นสไตล์ลาตินอเมริกา ใช้การเต้นเป็นจังหวะช้าและเร็วสลับกัน เน้นเพลงที่เร้าใจ และมีท่าเต้นที่ไม่ยากจนเกินไป สามารถเผาผลาญแคลอรีได้มากกว่าการเต้นแอโรบิกแบบทั่วไป ผู้เต้นจะรู้สึกสนุกสนานมากกว่าการออกกำลังกายแบบทั่วไป และผู้เต้นไม่จำเป็นต้องมีทักษะหรือพื้นฐานในการเต้นมาก่อนก็สามารถเต้นได้

การเต้นซุมบ้า 60 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 360-370 แคลอรี 

2. เต้น Pole Dance

เป็นการเต้นออกกำลังกายแนวเซ็กซี่ที่ต้องออกแรงเยอะมากๆ ต้องใช้ทั้งกำลัง ความยืดหยุ่น และกล้ามเนื้อร่างกายที่มีความอดทน ไม่ใช่ว่าเต้นคลาสเดียวแล้วจะทำได้เลย แต่ต้องฝึกทำหลายๆ ครั้ง จึงจะสามารถทำได้ นอกจากช่วยเผาผลาญพลังงานโดยรวมได้ดีแล้ว ยังช่วยให้มีรูปร่างส่วนเว้าส่วนโค้งที่ชัดเจนมากขึ้นด้วย มากกว่าการเต้นแบบอื่นๆ ซะอีก

การเต้นโพลแดนซ์ 60 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 250-500 แคลอรี

3. เต้นฮิปฮอป

ฮิปฮอปเป็นการเต้นแนวสตรีทแดนซ์ ได้รับความนิยมมากในสหรัฐอเมริกา และแพร่ขยายไปทั่วโลก จุดเด่นคือเป็นการเต้นที่ดูแข็งแรง มีพลัง ใช้จังหวะเพลงที่เร็วปานกลางถึงเร็วมาก ผู้เต้นจะได้เคลื่อนไหวร่างกายไปทุกสัดส่วน ทั้งกระตุกร่างกาย ย่อขา โยกตัวขึ้นลง และกระโดดไปตามจังหวะเพลง เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างจริงจัง

การเต้นฮิปฮอป 60 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 370-610 แคลอรี

4. เต้น Cover Dance

คัฟเวอร์แดนซ์เป็นการเต้นเลียนแบบวงศิลปิน K-POP หรือเต้นคัฟเวอร์ศิลปินเกาหลี บอยแบนด์ เกิร์ลกรุ๊ป การเต้นสไตล์นี้เป็นการผสมผสานการเต้นหลากหลายแบบเข้าไว้ด้วยกัน จะมีความสนุกในการได้เลียนแบบท่าเต้นให้ได้เหมือนเป๊ะสุดๆ ยิ่งใครเป็นติ่งเกาหลีและชื่นชอบศิลปินวงนั้นๆ ก็จะยิ่งอิน ยิ่งเต้นออกสเตปชัดเจน ช่วยเผาผลาญพลังงานโดยรวมได้ดีไม่แพ้การเต้นแบบอื่นๆ 

การเต้นคัฟเวอร์แดนซ์ 60 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 300-600 แคลอรี

5. Piloxing Dance

ไพล็อกซิ่งเป็นการเต้นที่ผสมผสานระหว่าง Pilates และ Boxing เข้าไว้ด้วยกัน ทำให้การเต้นประเภทนี้มีท่าทางที่ลื่นไหล ดูเซ็กซี่ และดูมีพลังไปพร้อมกัน การเต้นแนวนี้ต้องใช้พลังเยอะ เน้นคาร์ดิโอจากท่าทางการต่อยมวย แถมยังได้ความยืดหยุ่น และเสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อด้วยท่าพิลาทิสต่างๆ เหมาะกับคนที่ต้องการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ช่วยเบิร์นไขมันและสร้างกล้ามเนื้อไปในตัว

การเต้นไพล็อกซิ่ง 60 นาที สามารถเผาผลาญได้ประมาณ 700 แคลอรี

ติดตามอ่านเรื่องราวที่น่าสนใจและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับ "ผู้หญิง" กันต่อได้ที่ Thairath Women

ออกกำลังกายมั่นใจไปพร้อมกับ ส่วนลด super sport เสื้อผ้าหลายแบรนด์ดัง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ : 

อ่านเพิ่มเติม...

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เต้นเต้นคัฟเวอร์คลาสเต้นออกกำลังกายลดน้ำหนักสุขภาพผู้หญิง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
Sonp logo
inet logo
วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 2564 เวลา 13:29 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์