ทุกคนนี้ดู "มือถือ" วันละกี่ชั่วโมงคะสาวๆ คำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ แต่ต้องการให้คุณดูแลตัวเองให้ดียิ่งขึ้น โดยเฉพาะกับสุขภาพด้าน สายตาปัญหาที่มาเร็วกว่าที่คุณคิด ทุกวันนี้สายตาคุณๆ แก่เร็วกว่าที่ควรมั้ย? มาค่ะวันนี้ ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ จะพาไปฟังและทางแก้ไขปัญหาสายตา ภายในการเสวนา "ปัญหาและการดูแลสายตาในวัย 40+" ภายในงานฉลองครบรอบ 60 ปี เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟวารีลักซ์ ในฐานะผู้นำระดับโลกเรื่องโซลูชั่นสำหรับดวงตา งานนี้ได้ข้อมูลมาเพียบ ไปฟังปัญหาเรื่องสายตากัน

ดร.ศุภชัย อาชีวระงับโรค ผู้จัดการทั่วไปบริษัท เอสซีลอร์ ดิสทริบิวชั่น ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราจะไม่หยุดพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างการมองเห็นที่ดีขึ้นให้กับผู้คนทั่วโลก โดยจุดเริ่มต้นของเลนส์วารีลักซ์เกิดขึ้นเมื่อ 60 ปีที่ผ่านมา ณ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อนาย Bernard Maitenaz ได้ปฏิวัติอุตสาหกรรมเลนส์แว่นตา ด้วยการสร้างนวัตกรรมเลนส์โปรเกรสซีฟ ซึ่งเป็นโซลูชั่นเลนส์ที่ให้ความคมชัดหลายระยะบนเลนส์ที่ไร้รอยต่อ แก้ปัญหาด้านการมองเห็น นอกจากนี้ยังเน้นงานวิจัยพัฒนาเครื่องมือตรวจวัด อุปกรณ์ตรวจวัดค่าสายตา สุขภาพดวงตา และพฤติกรรมการมองเห็น ตลอดจนเครื่องมือตัดประกอบแว่นตา ซึ่งเรามั่นใจว่าจะช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาด้านสายตาได้รับการแก้ปัญหาที่มากขึ้น

ทั้งนี้ ดร.มายูมิ ฟาง ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา และอาจารย์ภาควิชาทัศนมาตรศาสตร์ กล่าวถึงสาเหตุของสายตายาวตามวัยว่า เกิดจากกล้ามเนื้อเลนส์ตา ที่ควบคุมความโค้งของเลนส์เพื่อมองระยะใกล้ ไม่ยืดหยุ่นเท่าเดิม อาจจะเรียกว่า หย่อนไปตามวัย ยิ่งเพ่งมองใกล้ๆ หรือยิ่งใช้งานมากขึ้นยิ่งรู้สึกตาล้า โดยเฉพาะไลฟ์สไตล์ของคนในยุคดิจิทัล ทั้งเพ่งจอมือถือ ดูคอมพิวเตอร์ ใช้จำนวนชั่วโมงมากขึ้น จอจ้า จอเล็ก ตัวเล็ก ทั้งหมดทำให้กล้ามเนื้อต้องเพ่ง ดังนั้น สิ่งที่จะบอกไปถึงคนรุ่นใหม่ทั้งหลายคือ พฤติกรรมดังกล่าวนี้จะทำให้สายตายาวตามวัยเร็วขึ้น เพราะสถิติล่าสุดพบว่าอายุ 37 ปี ก็เริ่มเข้าสู่ภาวะนี้แล้ว เราเลือกปักหมุดจุดเปลี่ยนของสุขภาพสายตาที่เลข 4 เพราะเป็นช่วงวัยที่เราจะเริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงของกำลังการมองเห็นที่ไม่ดีเหมือนเดิมได้ชัดเจนที่สุด อาการที่เกิดขึ้นแน่นอนคือ มองระยะใกล้ไม่ชัดเหมือนเดิม พอต้องเพ่งมอง จึงทำให้เกิดอาการปวดเกร็งตา ปวดศีรษะ ตึงขมับ ท่านที่เป็นรุนแรงอาจปวดกล้ามเนื้อ ปวดไมเกรน ผู้ป่วยบางคนก็คิดว่าเป็นอาการออฟฟิศซินโดรม แต่พอตัดแว่นไปใช้ก็หาย ยิ่งเราได้เริ่มใช้เลนส์ที่เหมาะสมช่วยเสริมกำลังดวงตาได้เร็วเท่าไร ก็เป็นการถนอมดวงตาได้เร็วขึ้น ดวงตาคนอายุ 20, 40, 60 ก็ไม่เหมือนกัน เช่น ความใสของเลนส์ตา หรือสภาพของจอประสาทตาก็มีการเสื่อมตามอายุ ซึ่งต้องอาศัยการตรวจสุขภาพดวงตาอื่นๆ ประกอบการวินิจฉัย เพราะบางกรณี เราแก้ความผิดปกติของดวงตาได้ด้วยเลนส์ แต่บางกรณีต้องใช้หัตถการทางแพทย์ร่วมด้วย

...

"การเลือกเลนส์ให้เหมาะสมกับสายตาและไลฟ์สไตล์ ปัจจุบันทำได้ไม่ยาก ก่อนอื่นต้องดูไลฟ์สไตล์เพื่อรู้ลักษณะการใช้งานประจำวัน เช่น ใช้ดิจิทัลหนักมั้ย ต้องการกรองแสงสีน้ำเงินอันตราย หรือต้องการ UV protection เพราะเข้าออกที่ร่มกลางแจ้งบ่อยครั้งขนาดไหน มีอาการที่พบเวลาใช้สายตาอย่างไรบ้าง เช่น อาการแพ้แสงจ้า จะต้องปรับตาเวลาออกจากที่มืดไปที่สว่างกว่า หรือบางคนมีปัญหาเวลาขับรถตอนกลางคืน จะพบว่าค่าสายตาตอนกลางคืน ไม่เท่ากับตอนกลางวัน เพราะรูม่านตาเซนซิทีฟต่อแสงมาก ปัจจุบันเรามีเครื่องมือตรวจวัดสายตา ที่เรียกว่า WAM เป็นสุดยอดเครื่องมือตรวจสุขภาพตาแบบครบจบในเครื่องเดียว ช่วยให้การวินิจฉัยสุขภาพดวงตาได้แม่นยำยิ่งขึ้น ส่วนในเคสที่มีค่าสายตาซับซ้อน หรือมีความผิดปกติทางสรีระดวงตาร่วมด้วย เราต้องคำนวณโครงสร้างเลนส์เฉพาะทางเพื่อสั่งผลิต จึงจะได้เลนส์ที่ใช้แล้วมีประสิทธิภาพสูงสุดในการมองเห็น ความสบายตา และการปกป้องดวงตา" ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา กล่าว

ด้านสาวบริหารคนเก่ง "ปริษา ปานะนนท์" ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า ตอนนี้อายุจะ 50 ในอีกไม่กี่วัน จึงมีสายตาผิดปกติตามวัย โดยเมื่อ 20 ปีที่แล้วได้ทำเลเซอร์แก้ปัญหาค่าสายตาแล้ว พอทำแล้วก็ติดกับการไม่ใส่แว่นตา แม้ตอนนี้จะเริ่มมีภาวะสายตายาวแล้ว และคิดว่าต้องใช้แว่นสายตา ก็ยังไม่อยากใส่แว่นติดตา ถ้าตัดแว่นแล้วใส่ๆ ถอดๆ ได้หรือไม่ หรือควรใส่ตลอดเวลา ซึ่งจักษุแพทย์ผู้ร่วมเสวนาได้แนะนำว่า เมื่อทำเลเซอร์มาเกือบ 20 ปี แล้วกลับมาสายตาสั้นนั้นเป็นไปได้ ร่วมกับภาวะกล้ามเนื้อเลนส์ตาที่ไม่ยืดหยุ่นตามวัย จึงมีค่าสายตายาวร่วมด้วย การใช้เลนส์ในช่วงแรกต้องมีการปรับตัว แต่เมื่อปรับตัวได้แล้ว ก็สามารถใส่ๆ ถอดๆ ได้ ไม่มีปัญหา แต่ค่าสายตาที่ยาวจะเพิ่มเรื่อยๆ เป็นธรรมชาติตามวัยอยู่แล้ว ซึ่งการใส่ๆ ถอดๆ แว่นตาก็มีข้อเสียเช่นกัน คือ อาจทำให้ต้องเพ่งสายตามาก อาจทำให้สายตาคุณยาวกว่าเพื่อนๆ ในวัยเดียวกันที่ใส่แว่นสายตาตลอดเวลา ดังนั้นแนะนำให้ใส่แว่นตลอดดีกว่า

ขณะที่ "พนิตนาฏ ฉัตรวิไล" ผู้ก่อตั้งสถาบัน The Spoken Arts กล่าวว่า แม้อายุเธอจะเพิ่งเริ่มต้นเลข 4 ก็ตาม แต่ก็มีปัญหาเรื่องสายตาเช่นกัน เพราะสายตาสั้น 600 ต้องใส่คอนแทคเลนส์แบบใช้วันเดียวแล้วทิ้ง ล่าสุดกำลังคิดว่าจะตัดแว่นสายตายาวเพิ่มดีไหม เพราะเริ่มอ่านหนังสือแล้วเบลอๆ อ่านไม่ชัด แต่พอยืดมือออกไปไกลหน่อยกลับเห็นชัดขึ้น ซึ่งเมื่อได้ศึกษาหาข้อมูลดู ทราบว่าเป็นอาการของสายตายาวตามวัย แต่ถ้าใส่แว่นติดตาก็กลัวจะดูมีอายุ แต่หากใช้คอนแทคเลนส์ติดต่อกันนาน 8 ชั่วโมง จะมีความเสี่ยงเกิดอาการติดเชื้อที่กระจกตาได้ และยิ่งใส่คอนเทคเลนส์นานๆ จะยิ่งมีภาวะตาแห้ง ซึ่งมักตามมาด้วยอาการเคืองตา ไม่สบายตา สู้แสงไม่ไหว มองเห็นภาพเบลอได้เช่นกัน ปัญหานี้มักเจอในผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์เยอะๆ เพราะมีการกะพริบตาน้อยลง โดยปกติคนเราจะกะพริบตา 18 ครั้งต่อนาที แต่คนใช้คอมมักกะพริบตาแค่ 3 ครั้งต่อนาทีทำให้ตาแห้ง ดังนั้นการกะพริบตาบ่อยๆ ก็เป็นการช่วยเรื่องภาวะตาแห้งได้ คำแนะนำคือ 20/20/20 หมายถึงใช้งานหน้าจอ 20 นาทีแล้ว ควรพักตา 20 วินาที โดยให้มองออกไปไกลๆ ราว 20 ฟุต เป็นวิธีช่วยบริหารตาได้.