สาวๆ นักชิมที่ชอบกินอาหารรสจัด เช่น กินเค็มจัด หวานจัด "ผู้หญิง" กลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงต่อ "โรคไต" ได้มากกว่าผู้หญิงที่ทานอาหารรสไม่จัด รวมถึงมีพฤติกรรมอื่นๆ ก็ทำให้คุณเสี่ยงต่อโรคไตได้ด้วย
เนื่องใน "วันไตโลก" 14 มี.ค. ไลฟ์สไตล์ไทยรัฐ มีคำแนะนำดีๆ เพื่อ "สุขภาพผู้หญิง" มาฝากกัน
โรคไต คืออะไร?
นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคไตเป็นอาการหรือความผิดปกติที่เกิดขึ้นบริเวณไต ทำให้การทำงานเพื่อขับของเสียออกจากร่างกายและการรักษาความสมดุลของเกลือ รวมถึงน้ำในร่างกายเกิดภาวะขัดข้อง
...
โรคที่เกิดขึ้นกับไตมีอยู่ด้วยกันหลายประเภท ได้แก่ ไตวายฉับพลัน, ไตวายเรื้อรังที่อาจเกิดจากโรคเบาหวาน, โรคความดันโลหิตสูง, โรคไตอักเสบ, โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ,โรคถุงน้ำที่ไต (สามารถสืบต่อกันได้ทางกรรมพันธุ์ได้), ภาวะกระเพาะปัสสาวะอักเสบบ่อยครั้ง หรือเกิดจากการอุดตัน เช่น จากนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ต่อมลูกหมากโต หรือมะเร็งมดลูกไปกดเบียดท่อไต เป็นต้น
"โรคไต" ใน "ผู้หญิง"
ผู้ป่วย โรคไตเรื้อรัง เมื่อเริ่มต้นจะไม่แสดงอาการที่ชัดเจน แต่จะมีอาการเมื่อเป็นมากแล้ว จึงพบว่าผู้ป่วยที่มาพบแพทย์ส่วนใหญ่มีโรคไตเรื้อรังระยะรุนแรง ซึ่งอาการที่พบได้บ่อย มักมีสัญญาณแจ้งเตือน คือ ปัสสาวะผิดปกติ เช่น มีปัสสาวะมาก หรือน้อยผิดปกติ หรือไม่มีปัสสาวะเลย
มักจะพบว่าปัสสาวะอาจขุ่นหรือใสเหมือนน้ำเปล่า มีสีเข้ม เป็นฟอง บางครั้งอาจมีเลือดปน หรือมีกลิ่นผิดปกติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรค
นอกจากนี้ อาจมีอาการเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย รู้สึกเบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ซีด ตัวบวม เนื่องจากไตไม่สามารถขับน้ำออกได้ โดยมักเริ่มบวมที่เท้าและรอบดวงตา เมื่อเป็นมากขึ้นอาจทำให้เกิด "ไตวาย" จนเป็นเหตุให้เสียชีวิตได้
"ผู้หญิง" กลุ่มเสี่ยง "โรคไต"
สำหรับ "ผู้หญิง" ที่เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะเป็นโรคไต ได้แก่ ผู้หญิงวัยทำงานที่มักกินอาหารรสจัด และมีพฤติกรรมไม่ดูแลสุขภาพ รวมถึงผู้หญิงสูงวัยอายุ 50-60 ปีขึ้นไป ที่มีประวัติเป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะบ่อยครั้ง โรคภูมิคุ้มกันแพ้ภัยตัวเอง เช่น โรคลูปัส (SLE) โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ เป็นต้น หรือผู้ที่รับประทานยาบางชนิดที่อาจส่งผลการทำงานของไต เช่น กลุ่มยาแก้ปวดชนิด NSAIDs ทานยาสมุนไพร หรือได้รับยาบำบัดทางเคมีบำบัดที่มีผลต่อไต "ผู้หญิง" ทั้งสองกลุ่มนี้เสี่ยงโรคไตสูงกว่ากลุ่มอื่นๆ
...
5 วิธีช่วย "ผู้หญิง" หลีกเลี่ยง "โรคไต"
แพทย์หญิงวรรณิยา มีนุ่น อายุรแพทย์โรคไต กลุ่มงานอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี มีคำแนะนำสำหรับ "ผู้หญิง" เพื่อหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคไต ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหาร การใช้ชีวิต การทำงาน หรือการอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน
1.หลีกเลี่ยงอาหารรสจัด
ไม่ใช่แค่รสเค็มจัด แต่รวมไปถึง อาหารหวานจัด เผ็ดจัด หรือแม้กระทั่งมันจัด เนื่องจากอาหารรสจัดทำให้ไตทำงานหนักขึ้นจึงมีส่วนทำให้เป็นโรคไต
...
2. ดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน
การดูแลสุขภาพองค์รวมในขั้นพื้นฐาน ที่ควรทำเป็นประจำ ได้แก่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ, ดื่มน้ำให้เพียงพอ 6-8 แก้วต่อวัน, งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เป็นต้น
3. พักผ่อนให้เพียงพอ
ในแต่ละวัน คุณควรจัดสรรเวลาสำหรับให้ร่างกายพักผ่อนได้เต็มที่ ไม่ทำงานหนักจนเกินไป ไม่เครียด
4. หลีกเลี่ยงอาหารสำเร็จรูป
เข้าใจว่าการใช้ชีวิตทำงานในเมืองกรุง มันมีแต่ความเร่งรีบ และค่าครองชีพสูง คนส่วนใหญ่จึงหาทางออกด้วยการกินอาหารสำเร็จรูป หาซื้อง่าย ทานง่าย ราคาไม่แพง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อ อาหารกระป๋อง ฯลฯ
แต่รู้มั้ย? อาหารพวกนี้จะทำให้ร่างกายของคุณได้รับโซเดียมในปริมาณมากโดยไม่รู้ตัว และเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคไตได้ง่าย
...
5. ตรวจสุขภาพประจำปี
อีกอย่างที่ควรทำเพื่อให้ "สุขภาพ" สมบูรณ์แข็งแรง และมีอนามัยที่ดีอยู่เสมอ ก็คือ การตรวจสุขภาพประจำปี เช่น การตรวจเลือดดูการทำงานของไต และการตรวจปัสสาวะเพื่อดูปริมาณไข่ขาวรั่วและหรือเม็ดเลือดขาว เม็ดเลือดแดงในทางเดินปัสสาวะ มีความจำเป็นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประชากรกลุ่มเสี่ยง
อย่างไรก็ตามหากพบอาการผิดปกติควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรับการรักษาอย่างถูกต้องต่อไป.
ติดตามเรื่องราว "สุขภาพ" ดีๆ สำหรับผู้หญิงกันต่อได้ที่นี่ : 7 อาการ "ตกขาว" ผิดปกติของ "ผู้หญิง" และ Thairathwomen
ที่มา : อายุรแพทย์โรคไต โรงพยาบาลราชวิถี, กรมการแพทย์