คนไทยกับอาชีพเกษตรกรเป็นของคู่กัน อาจเป็นเพราะประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมที่อุดมสมบูรณ์ ส่งผลให้เกิดการต่อยอดสินค้าจากภาคเกษตรสู่อุตสาหกรรม

ปัจจุบันวิวัฒนาการของการทำเกษตร การเพาะปลูก การทำปศุสัตว์ ประมง มีความก้าวหน้าขึ้น เกษตรกรและนักวิจัยต่างคิดค้นหาวิธีเพื่อลดการสูญเสียผลผลิตทางการเกษตร

วิธีที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ การใช้ยากำจัดศัตรูพืช ปุ๋ยเคมี ในระหว่างการเพาะปลูก หรือใช้ยาปฏิชีวนะในระหว่างการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือเลี้ยงสัตว์ จนบางครั้งอาจลืมคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค

วันนี้มันมากับอาหารขอนำเสนอเรื่องของอาหารใกล้ตัว คือ ปลาแห้งรมควัน ปกติการเลี้ยงปลาหรือสัตว์น้ำ ถ้าไม่ได้เลี้ยงเพียงแค่ไว้จับกินเองในครอบครัว ก็จะเลี้ยงในปริมาณมากๆเพื่อการค้า โดยส่งขายเป็นปลาสด หรือแปรรูปเป็นปลาแห้ง ปลาทอด ปลาเค็ม ปลาร้า เพื่อให้ได้ผลผลิตตามปริมาณที่ต้องการ

เกษตรกรบางรายเพาะเลี้ยงในปริมาณมากๆ เช่น ใช้ยาปฏิชีวนะป้องกัน หรือรักษาโรค ชนิดที่นิยมใช้ เช่น เอนโรฟลอคซาซิน และไนโตรฟูราน หากใช้ยาในปริมาณมากจะทำให้สะสมและตกค้างอยู่ในตัวปลา และอาจเป็นอันตรายต่อร่างกายได้

หากได้รับเอนโรฟลอคซาซินเข้าสู่ร่างกายจะทําให้ระคายเคืองต่อระบบทางเดินอาหาร คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ กระวนกระวายอยู่ไม่สุข ส่วนไนโตรฟูรานจะทำให้เกิดมะเร็ง

วันนี้สถาบันอาหารได้เก็บตัวอย่างปลาแห้งรมควันจำนวน 5 ตัวอย่าง ที่วางขายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพื่อนำมาวิเคราะห์ยาปฏิชีวนะตกค้าง 2 ชนิด ได้แก่ เอนโรฟลอคซาซิน และไนโตรฟูราน

ผลวิเคราะห์ปรากฏว่า ไม่พบยาทั้ง 2 ชนิด ตกค้างในปลาแห้งรมควันทั้ง 5 ตัวอย่างเลย

อาจเป็นเพราะเกษตรกรไทยระมัดระวังในการใช้ยา และคำนึงถึงผู้บริโภคมากขึ้น อีกทั้งหน่วยงานรัฐให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อการผลิต ทำให้วันนี้ผู้บริโภคไทยห่างไกลโรค.

...

ไทยรัฐ+สถาบันอาหารโครงการอาหารปลอดภัย