ช่วงนี้อยากกินเนื้อย่างขึ้นมาซะอย่างนั้น แต่จะไปกินบุฟเฟต์ก็ไม่ถนัดเท่าไร กลัวกินไม่คุ้ม งั้นขอจัดสเต๊กชิ้นขนาดย่อมมาสักจานละกัน จะว่าไปเดี๋ยวนี้ก็หาซื้อเนื้อเกรดดีๆ ได้ง่ายตามห้างใหญ่ทั่วไป ส่วนสูตรการทำสเต๊กให้อร่อยชุ่มฉ่ำ แนะนำว่าให้ลองทำตามสูตรของ เชฟโยชิดะ เชฟมิชลินสตาร์ เทปปันยากิ (Teppanyaki) หนึ่งเดียวของปี 2559 คนนี้ดูสิ!

Trend Can Do ไทยรัฐออนไลน์ ชวนคุณมาเข้าครัวปรุงสเต๊กเนื้อวากิวสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเชฟโยชิดะ เจ้าของมิชลินสตาร์เทปปันยากิ บินตรงจากโตเกียวมาเยือนเมืองไทยเป็นครั้งแรก เพื่อโชว์การปรุงสเต๊กเนื้อวากิวให้ดูใกล้ๆ ติดหน้าครัวเลย งานนี้ได้เทคนิคการทอดสเต๊กมาเพียบ

งั้นจะรออะไรล่ะ ตามมาดูส่วนผสมและวิธีทำทางนี้เลย...

สำหรับเมนูที่เชฟมิชลินคนนี้ปรุงให้ดู คือ Grilled Award - Winning 40 months - Kitauchi Premium Beef (Ishigaki Yoshida Crispy Steak Signature Dish) เป็นเมนูซิกเนเจอร์จากเชฟโยชิดะ ใช้เนื้อสายพันธุ์เดียวกับวากิว จากฟาร์ม Kitauchi ซึ่งเป็นฟาร์มที่ได้รับรางวัลเนื้อวัวคุณภาพดีของประเทศญี่ปุ่น

...

ส่วนผสม
1. เนื้อวัวใช้ส่วนเซอร์ลอยน์ (sirloin) ส่วนเนื้อสันนอก หรือส่วนเทนเดอร์ลอยน์ (Tenderloin) เนื้อสันใน
2. เกลือโอกินาว่า (เกลือทะเลเม็ดใหญ่)
3. ซอสกระเทียม
4. ซอสบ๊วย
5. มันหวานญี่ปุ่น

ขั้นตอนการทำ

1. นำเนื้อวัวมาหั่นให้ได้ตามสัดส่วนที่ต้องการ แล้วโรยด้วยเกลือเล็กน้อย

2. นำเนื้อมาทอดหรือกริลล์ในกระทะเทปปันยากิ (ทำเองที่บ้านแนะนำให้ทอดในกระทะเหล็ก จะให้ความร้อนได้ดี) ใช้การทอด 2 รอบ รอบแรกจะวางเนื้อบนความร้อนระดับอ่อนๆ ก่อน ใส่กระทะในอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียสเท่านั้น เพื่อให้เนื้อค่อยๆ สุกจากด้านใน ประมาณ 5-7 นาที

3. สังเกตว่าผิวด้านนอกของเนื้อเริ่มสุกเป็นสีน้ำตาลอ่อน จากนั้นนำเนื้อออกไปพักไว้สักครู่

4. นำเนื้อมาทอดรอบที่สอง โดยใช้ความร้อนในอุณหภูมิสูง โดยนำเนื้อไปกริลล์ทั้ง 6 ด้าน และพักไว้ด้านละครึ่งชั่วโมงเพื่อให้เนื้อนุ่มจากด้านใน ใช้เวลาสั้นๆ ไม่เกิน 5 นาที เพื่อให้ผิวเนื้อมีความคริสปี้ ให้รสสัมผัสเกรียมกรอบที่ด้านนอกของเนื้อ แต่ด้านในยังคงความนุ่ม ชุ่ม ฉ่ำ

...

5. เตรียมเครื่องเคียงที่จะเสิร์ฟพร้อมเนื้อสเต๊ก ได้แก่ ซอสกระเทียม เกลือโอกินาว่า และซอสบ๊วย วางบนจานให้สวยงาม

6. จัดจานโดยนำเนื้อหั่นครึ่งวางบนจาน ตรงกลาง โดยมีเครื่องเคียงวางรอบๆ

*เทคนิคจากเชฟมิชลินสตาร์*
การทอดด้วยกระทะเทปปันยากิ โดยปกติตามร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไปจะทอดเนื้อแค่ด้านบนกับด้านล่าง แต่สเต๊กเนื้อของเชฟโยชิดะ จะใช้เทคนิคการทอด 2 รอบ และในรอบที่ 2 จะต้องทอดให้ผิวด้านนอกกรอบทุกส่วนทั้ง 6 ด้าน ทั้งด้านบน ด้านล่าง และด้านข้างๆ ด้วย ทำให้ผิวข้างนอกกรอบหอม แต่ข้างในยังเป็นเนื้อสีแดงชุ่มฉ่ำ สไตล์มีเดียมแรร์

...

นอกจากนี้ ยังมีอีก 2 เมนูอร่อย ที่เชฟโยชิดะมาลงมือปรุงให้ดูเป็นของแถม นั่นคือ Charcoaled Crust Shark Fin และ Consomme Rice, Black Truffle Beef curry

Charcoaled Crust Shark Fin
หูฉลามชาร์โคลทอด
เมนูนี้เป็นเรียกน้ำย่อย เชฟเลือกหูฉลามสั่งพิเศษจากญี่ปุ่น มีขนาดใหญ่ และเส้นหนากว่าทั่วไป นำไปชุบเกล็ดขนมปังชาร์โคล และนำไปทอดแบบ Deep Fried ให้ความกรอบนอกแต่นุ่มใน

...

Consomme Rice, Black Truffle Beef curry
ข้าวแกงกะหรี่เนื้อย่าง โรยหน้าเห็ดทรัฟเฟิลดำ
ข้าวแกงกะหรี่สูตรพิเศษ ซึ่งใช้เครื่องเทศกว่า 30 ชนิด จากทั่วโลก เช่น อินเดีย ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส โดยซอสแกงกะหรี่ใช้เวลาเคี่ยวนานถึง 5 ชั่วโมง เสิร์ฟพร้อมข้าวที่นำไปหุงจากซุปเนื้อวัวที่เคี่ยวและเตรียมไว้ล่วงหน้าถึง 2 วัน ข้าวที่ได้จะนำมาทานคู่กับเนื้อวากิวคัดอย่างดีจากฟาร์ม Kitauchi และท็อปปิ้งด้านบนด้วยแบล็กทรัฟเฟิลจากฝรั่งเศส

*ล้อมกรอบ*
Mugendai Steakhouse เป็นร้านสเต๊กในรูปแบบโมเดิร์นเจแปนนิส ภายในร้านแบ่งออกเป็น 3 โซน ได้แก่ โซนไดน์นิ่ง, โซนโต๊ะเทปปันยากิ สำหรับลูกค้าที่อยากเปิดประสบการณ์อันตื่นตาตื่นใจในลีลาการทำอาหารของเชฟ และโซนห้อง VIP สำหรับลูกค้าที่มาเป็นกลุ่มไม่เกิน 12 ท่านที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และด้านหน้าร้านมีตู้โชว์อาหารทะเลและเนื้อวัว ให้ลูกค้าเลือกวัตถุดิบกันสดๆ แบบฉบับ Custom Cut (คัสตอม คัต)

มาสัมผัสรสชาติกริลล์สเต๊กและเทปปันยากิระดับพรีเมียม จาก เชฟโยชิดะ ที่บินตรงมาเมืองไทยครั้งแรกเพื่อครีเอตคอร์สพิเศษ เนื่องในโอกาสฉลองเปิดร้านอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 12–18 มกราคม 2560 ได้ที่ Mugendai Steakhouse (มูเกนได สเต๊กเฮาส์) ชั้น G โซน คาแนล ศูนย์การค้าสยามพารากอน สำรองที่นั่ง โทร 08-9510-4555