หนึ่งร้านมาดพราวเน้นเรื่องราวของรสชาติ รังสรรค์โดย เชฟอ๊อฟ ณัฐวุฒิ ธรรมพันธุ์ เชฟกระทะเหล็กชื่อดังของประเทศไทย ครั้งนี้ขยับขยายความอร่อย จากอสุรกายสายเนื้อ มาเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นสไตล์เปรู ราวกับซามูไรพเนจรรอนแรมจากทวีปอเมริกาใต้ มุ่งหน้าสู่ใจกลางกรุงเทพฯ บนถนนสุขุมวิท สถานที่ซึ่งเมนู 2 เชื้อชาติ ทั้งละตินและแดนดินถิ่นอาทิตย์อุทัย ผสมผสานกันอย่างกลมกล่อมที่ Red Nikkei & Steak Bar

เชฟอ๊อฟ เริ่มเล่าที่มาของ Red Nikkei & Steak Bar “เรื่องราวประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นแพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้คนจำเป็นต้องอพยพไปยังทวีปต่างๆ อย่างทวีปอเมริกาใต้ หลายคนก็เลือกประเทศเปรูเป็นหลัก ซึ่งคนกลุ่มนี้ถูกเรียกว่า “Nikkei” หรือ “นิกเกะ” ทุกอย่างเป็นเหมือนจิ๊กซอว์ในชีวิต ตัวผมตอนเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ที่เมืองซานดิเอโก มีเพื่อนๆ เป็นคนญี่ปุ่นเยอะมาก และหนึ่งในรูมเมทเป็นคนที่เคยอยู่เปรูมาก่อน เราก็จะทำอาหารในสไตล์นี้ทานกันบ่อยๆ โดยเฉพาะเซวิเช่ (Ceviche) แน่นอนด้วยนิสัยคนญี่ปุ่น เมื่อไปอยู่ที่ไหนก็ต้องมีโชยุและวาซาบิ ก็มีการปรับวัตถุดิบด้วยการเพิ่มของดอง และผลไม้ผสมเข้าไปในเซวิเช่ กลายเป็นซาชิมิแบบเปรู หรือเซวิเช่แบบญี่ปุ่น จึงเกิดเป็นอาหารฟิวชั่นสไตล์นี้ขึ้นมา ยิ่งเราได้ศึกษามาก ประณีตมากขึ้น แรงบันดาลใจในการสร้างร้านจึงเกิดขึ้น เพราะในประเทศไทยยังไม่ค่อยมีร้านอาหารแนวนี้ครับ”

อาหารฟิวชั่นญี่ปุ่นเปรู หรือ “Nikkei Cuisine” ถูกเรียกใช้อย่างเป็นทางการโดยเชฟดัง Nobu Matsuhisa ที่นำเอาอาหารเปรู-ญี่ปุ่น จากกรุงลิมา เมืองหลวงของเปรู มาเสิร์ฟสดให้นิวยอร์กเกอร์ได้ลิ้มรส จนติดใจกลายเป็นที่รู้จักทั่วโลก นั่นเป็นที่มา และระดับเชฟกระทะเหล็กประเทศไทย จะให้ตามเทรนด์ล้าหลังคงไม่ใช่ ความตั้งใจของเชฟอ๊อฟคือจากนี้ Red Nikkei & Steak Bar จะต้องนำเทรนด์โดยการรังสรรค์เมนูสไตล์เจ้าตัว ที่จะเสิร์ฟที่นี่เพียงแห่งเดียวในโลกเท่านั้น

“พูดตรงๆ นะครับ เทรนด์ร้านอาหารประเทศเรา ตามหลังทั่วโลก 3-5 ปี ผมจึงอยากทำให้ Red Nikkei & Steak Bar เป็น Ahead of Trend ไม่ตามใคร ตามใจผมเท่านั้น (หัวเราะ) ที่นี่จึงมีเมนูทาปาสแบบสแปนิชจานเล็กๆ สั่งได้ตลอดเวลา ที่มีพระเอกคือเมนูปลาจากทะเลอันดามันบ้านเราเป็นหลัก แต่วัตถุดิบบางชนิดจำเป็นต้องอิมพอร์ตก็ต้องมี และ Identity ของผมคือเนื้อ จับมาอยู่คู่กัน สร้างความแตกต่างให้เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปลาดิบสไตล์เซวิเช่ หรือเมนูเนื้อที่ลูกค้าทานแล้วชอบ 100 เปอร์เซ็นต์เต็ม คือเนื้อลูกควายดรายเอจ 30 วัน และเนื้อไทยโคขุน ที่พัฒนาขึ้นโดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ดรายเอจ 30 วันเช่นกันครับ”

เมื่อเอ่ยถึงวัตถุดิบไทยแท้ ชาวเราคนทั่วไปกลิ่นรสสัมผัสยามชิมอาหาร จะเทียบเท่าระดับเชฟกระทะเหล็กประเทศไทยได้อย่างไร ยิ่งคนไทยด้วยกันร้องยี้ ทานไม่ได้ ในความหมายวัตถุดิบต้นกำเนิดจากสยาม ภาษาว่าชั้นไม่ถึง เชฟอ๊อฟยิ้มอ่อน ตอบมั่นใจ ฟังไปหลายคนอาจจุกอก ถึงขั้นเปลี่ยนความคิด

“นิยามความเข้าใจเรื่องวัตถุดิบของบางคน อาจทำไปเพื่อให้ตัวเองดูดีทั้งที่ไม่มีความรู้ที่แท้จริง มีนะครับคนไทยหลายคน พอรู้ว่าเป็นปลาไทยไม่ทานเลย นั่นเรื่องของคุณ ผมก็ไม่สน ข้อแตกต่างของปลาไทยกับปลาญี่ปุ่นมีอย่างเดียวคือเรื่องอุณหภูมิน้ำ ปลาญี่ปุ่นอยู่ในน้ำเย็นก็จะมีคาแรกเตอร์ของตัวปลามากกว่า ปลาไทยก็อาจจะมีความจืดมากกว่า เพราะน้ำบ้านเราอุ่นแค่นั้น อย่าง ปลากะพงแดง หรือ Red Snapper ของผมมาสร้างคาแรกเตอร์ใหม่ ด้วยการรมควันเย็นเข้าไป และตัวปลาก็สดใหม่ทุกวัน ไม่ได้แช่แข็งค้างเป็นวัน เป็นคืน เป็นสัปดาห์ คุณก็เลือกเอาแล้วกันครับ”

ภายในร้านกรุกระจกใสโดยรอบ เผยให้เห็นบรรยากาศภายนอกและแสงสว่างส่องผ่านเข้ามา พร้อมครัวเปิดทำอาหารเสิร์ฟกันแบบใกล้ชิด ให้เห็นกระบวนการปรุงอาหารแบบจานต่อจาน ช่วยสร้างประสบการณ์การมาสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนหลังเลิกงานได้แบบไม่ตกเทรนด์ กินอาหารสไตล์ญี่ปุ่นเปรูเคล้าเครื่องดื่มแก้วโปรด บอกเลยว่า ฟิน!

ในส่วนของเมนูที่เสิร์ฟมาอย่างเต็มโต๊ะ เริ่มด้วย Red Snapper Lemon ที่เอาปลากะพงแดงสดไปโคลด์สโมกแล้วเสิร์ฟมาในซอสเลม่อน เป็นปลาดิบสไตล์เซวิเช่ที่มีเอกลักษณ์ ทั้งความสดของเนื้อปลาและความหอมกลิ่นเลม่อนทุกคำ เช่นเดียวกับ Red Snapper Ponzu ที่ต่างเพียงแค่เสิร์ฟมาในซอสพอนสึแบบญี่ปุ่น เปรี้ยวนิดๆ หอมกลิ่นพอนสึ เคี้ยวไปแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น เลือกออเดอร์ตามความชอบได้เลย

ต่อด้วยเมนูกินเล่นกินง่ายแต่อร่อยเลิศ Elotes ข้าวโพดย่างชีสและโรยพริกป่น แตงกวาซูกินิย่าง Chicken Skin Chicharon with Salmon หนังไก่ทอดหรือแคบไก่ท็อปด้วยแซลมอนหั่นเต๋าราดซอสสูตรเฉพาะ ใครจะคิดว่าหนังไก่ทอดธรรมดาๆ จะถูกเสกด้วยฝีมือเชฟจนอร่อยขนาดนี้ อีกจานคือทูน่าหั่นลูกเต๋าคลุกน้ำมันงาและเครื่องปรุงสูตรเฉพาะ เสิร์ฟพร้อมนาโชส์

สำหรับสายเนื้อ ขอแนะนำ Baby Buffalo Ribeye เนื้อลูกควายดรายเอจ 30 วัน นุ่มอร่อยไม่เหนียวและกลิ่นไม่แรงอย่างที่คิด ส่วน Fried Rice Beef ข้าวผัดมันเนื้อท็อปด้วยไข่ดอง เนื้อนุ่มมาก หม่ำกับข้าวผัดหอมๆ สมกับที่เชฟคือคอเนื้อตัวยง Yukke ยำเนื้อวากิวดิบแบบญี่ปุ่นคลุกซอสกลมกล่อม ท็อปด้วยไข่แดงดิบด้านบน เสิร์ฟพร้อมนาโชส์ ก็ดึงเอกลักษณ์ความเป็นญี่ปุ่นออกมาได้อย่างสมศักดิ์ศรี แต่ก็ไม่ทิ้งความละตินที่ต้องมีนาโชส์มาแกล้มเสมอ

นอกจากนี้ยังมีเมนูปิ้งย่างเสียบไม้ เช่น อกไก่ ตับไก่ สะโพกไก่ หัวใจไก่ เนื้อวัว เนื้อควาย ให้เลือกสั่งตามชอบใจ หม่ำกับเบียร์หรือไวน์ก็ได้ อร่อยเข้ากันได้อย่างดี

“Nikkei Cuisine” สไตล์เชฟอ๊อฟ ที่บรรจงคัดวัตถุดิบคุณภาพดีในเมืองไทย ทั้งจากใต้ท้องทะเล และบนพื้นดิน ชนิดที่ดีที่สุด เพื่อรังสรรค์เมนูทั้งหมดทั้งมวลได้อร่อยกลมกล่อมและมีรสชาติที่เจนจัดชัดแจ้ง

ซึ่งอีกหนึ่งแหล่งที่พลาดไม่ได้ คือ แหล่งวัตถุดิบจากใต้ชั้นหินอายุหลายร้อยล้านปี อย่างน้ำแร่ VAVA (วาวา) น้ำแร่ธรรมชาติ 100% จากพื้นที่เขาใหญ่ อาณาเขตที่ UNESCO World Heritage รับรองว่าเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดของประเทศไทย

VAVA เป็นน้ำแร่ที่ประกอบด้วยแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย มีรสชาติที่ดื่มง่าย ช่วยเติมความสดชื่นจากความเย็นในเนื้อน้ำ ด้วยแร่ธาตุที่สมดุลจึงไม่ทำให้รสชาติอาหารทั้งคาวและหวานเปลี่ยนแปลง น้ำแร่วาวามีค่า pH ที่เป็นกลาง สดชื่น ดื่มง่าย ได้รับรางวัล Superior Taste Award 2023 จาก International Taste Institute กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม จึงมั่นใจได้ว่าเป็นน้ำแร่ที่ได้มาตรฐานสากล รสชาติดี การันตีจากเชฟระดับโลก

“ถ้าต่อมรับรสของคุณละเอียดและไวพอ คุณจะรับรู้ได้ถึงรสชาติของน้ำเปล่า สัมผัสได้ถึงความสดชื่น ความนุ่ม หรือแม้แต่ความเฝื่อน น้ำดื่มหรือน้ำแร่ที่ดีควรจะทำให้รสชาติของอาหารที่คุณทาน หรือไวน์ที่คุณดื่ม คงรสชาติดั้งเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง”

เชฟอ๊อฟกับความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับน้ำแร่และน้ำดื่มที่เสิร์ฟคู่กับอาหาร

“ผมจะเสิร์ฟสิ่งที่ดีที่สุดให้คุณชิม นี่คือหน้าที่ของผม”

คำมั่นของเชฟกระทะเหล็กคนดังคนนี้ที่ได้มอบให้ไว้กับ Red Nikkei & Steak Bar ร้านอาหารที่เสิร์ฟอาหารเมนูต่ำว่าพันบาทในทุกจาน ที่ให้รสชาติประทับบนต่อมรับรสและความทรงจำของลูกค้าเป็นมูลค่าหลักหมื่น แพริ่งได้กับทั้งเบียร์ ไวน์ หรือน้ำแร่บริสุทธิ์อย่าง VAVA ก็สดชื่นรื่นตามรสนิยมของแต่ละคน ด้วยประสบการณ์ ความรู้ และฝีมือสุดเก๋าที่เขาปรุงอย่างสุดความสามารถเสมอ ใครอยากลองสัมผัสมากันได้เลยที่นี่ จากนี้ก็ Enjoy Everyone!

Red Nikkei & Steak Bar
ที่อยู่ : 130/1 สุขุมวิท 38 แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
เปิดบริการทุกวัน : 17.00-00.00 น.
โทร : 092 904 2426
เว็บไซต์ : www.rednikkei.com