วันนี้เราเอาใจกลุ่มคนชอบสุนัข เพราะสถานที่แห่งนี้ได้รวบรวมพันธุ์สุนัขแปลก และหายากจนที่เรียกได้ว่าบางตัวแทบจะไม่มีในประเทศไทยด้วยซ้ำ

ไทยรัฐออนไลน์ ได้มีโอกาสเข้าไปเยี่ยมชมคาเฟ่สุนัขใหญ่ใจดีย่านรัชดาฯ ซึ่งเรียกได้ว่า สุนัขที่นี้ขี้เล่น ร่าเริงสุดๆ และที่สำคัญยังได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณชลธิชา ลาภผาติกุล เจ้าของคาเฟ่แห่งนี้อีกด้วย ส่วนจะเป็นยังไงนั้น ไปดูกันเลยดีกว่า

Q: จุดเริ่มต้น

ผมและคุณยุ้ย ณัฐพร ศรีลา เป็นหุ้นส่วนกันครับ เพราะเกิดจากความที่เราชอบสุนัขเหมือนกัน เราชอบสุนัขแปลกชอบสุนัขใหญ่ ที่มันหายาก ไม่มีในไทย แล้วก็ประกอบกับธุรกิจของผมคือนำเข้า-ส่งออก สัตว์เลี้ยงอยู่แล้วด้วย โดยที่คุณยุ้ยมีธุรกิจเกี่ยวกับเป็นโรงเรียนสอนทำผม สอนแต่งหน้า สอนนวดสปา ที่หมู่บ้านกลางเมือง โดยทางลูกศิษย์คุณยุ้ยไม่มีที่นั่งทานขนม หรือกาแฟ ก็เลยเกิดเป็นไอเดียเป็น Big Dog Cafe ที่หมู่บ้านกลางเมืองเป็นที่แรก จนถึงตอนนี้เปิดมาได้ประมาณ 7 เดือนแล้ว 

Q: เริ่มต้นมีสุนัขกี่ตัว

เรามีเยอะอยู่แล้วครับ เรามี 20 กว่าตัว ตอนแรกคือสั่งมาเลี้ยงเล่นกัน แล้วก็พอเลี้ยงไปเลี้ยงมาจาก 4-5 ตัว ก็เป็น 10-20 ตัว ก็เลยเปิดเป็นคาเฟ่เลยดีกว่า แล้วก็เป็นสุนัขที่มาจากทั่วโลกจริงๆ แปลกๆ สุนัขหายากที่มันราคาค่อนข้างสูง ตัวนึงเหยียบล้านก็มี

ส่วนสุนัขที่แพงที่สุดในร้านก็คือ บัตเตอร์ ซึ่งเป็นพันธุ์ Komondor ราคาคร่าวๆ ก็ประมาณหนึ่งล้าน เพราะเป็นพันธุ์ที่หายาก รับมาจากมิลาน-ฮังการี

นอกจากนั้นในร้านยังมีสุนัขอีกหลายสายพันธุ์ ทั้งพันธุ์ Alaskan Malamute, เชาเชา, Old English Sheepdog, Alredele Terrier, Afghan Hound เป็นต้น 

...

โฉมหน้าพริตตี้ในร้าน
โฉมหน้าพริตตี้ในร้าน

Q: กฎภายในร้านเป็นยังไงบ้าง

เราจะปล่อยสุนัขเป็นรอบ ชุดละ 2-4 ตัว อยู่ประมาณ 20 นาที แล้วขึ้นไปพักเอาชุดใหม่ลงมา เช่นสุนัขจะออกรอบแรก 9 โมงครึ่ง จนถึง 11 โมงครึ่ง ในรอบ 2 ชั่วโมงนี้อาจมีสุนัขทั้งหมด 6-7 ชุด สลับกันลงมาเล่น ลูกค้าจะวอล์กอินเข้ามาตอนไหนก็ได้ ก็คือทุกคนจะมีเวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง แล้วก็ทุกท่านก็จะได้อยู่เจอสุนัขทุกตัว เรามีคล้ายๆชาบู จะมีใบเวลาแปะอยู่ว่าหมดเวลากี่โมง 

ปัจจุบันทางคาเฟ่สามารถรับลูกค้าได้ประมาณ 70-80 คน แต่คาดว่าน่าจะขยายเป็นประมาณ 120-130 คน เพราะเราจะขยายพื้นที่เพิ่มด้วย

Q: เรื่องความสะอาดเป็นอย่างไรบ้าง

เอาเรื่องแรกก่อนเลยคือสุขอนามัยในด้านอาหารคน เพราะเราเป็นร้านอาหารด้วย เรามีครัวแยกออกจากส่วนของสุนัข และเรามีพื้นที่เป็นที่เอาต์ดอร์ด้วย ไม่ได้มีแต่ห้องแอร์อย่างเดียว ส่วนสุนัขก็จะลงมาทางห้องเลี้ยงฝั่งเดียวซึ่งคนละที่กับห้องครัว สะอาด ปลอดภัยหายห่วงแน่นอน 

ส่วนเรื่องสุขอนามัยของสุนัข แน่นอนว่าสุนัขราคาขนาดนี้ เราฉีดวัคซีนครบทุกตัว และก่อนจะให้ลงมาเล่นกับคน เราดูแลเรื่องความสะอาดและกลิ่นของสุนัขก่อนอยู่แล้ว

Q: การฝึกสุนัข

ที่นี่มีการฝึกสุนัขตั้งแต่ 6 เดือน ฝึกในเรื่องของสมาธิเรื่องคำสั่งเพราะว่าสุนัขที่นี้เขาเจอคนตั้งแต่เขาอายุ 4 เดือน เขาไม่ดุกับคนอยู่แล้วไม่ต้องห่วงจะกอดจะอะไรได้เต็มที่เลยคือที่เราต้องฝึกเพราะว่าอย่างบางทีลูกค้าถ่ายรูปเราก็สั่งให้เขานั่งให้เขาหมอบ

ส่วนราคาค่าเข้านั้นก็คนละ 199 บาท ต่อ 1 คน จะได้ Welcome drink 1 แก้ว ที่เหลือก็จ่ายแยก มีเวลา 2 ชม.ครึ่ง จัดได้ว่าคุ้มสุด ๆ กับการที่จะได้รับประทานอาหารอร่อย ๆ และได้คลุกคลีถ่ายรูปกับน้องสุนัขสายพันธุ์แปลกที่นำเข้ามาจากต่างแดนแบบนี้จ้า

น่ารัก!
น่ารัก!

รอพี่ๆ มาเล่นด้วยคร๊าฟฟฟ
รอพี่ๆ มาเล่นด้วยคร๊าฟฟฟ

...

หมาเล็กก็มี ตะมุตะมิมากกก
หมาเล็กก็มี ตะมุตะมิมากกก

บรรยากาศชิลๆ น่านั่ง
บรรยากาศชิลๆ น่านั่ง

ขอกอดหน่อย
ขอกอดหน่อย

...

มาแตะมือกันเถอะ
มาแตะมือกันเถอะ

น้องตัวนี้ว่าง่าย  บอกให้นั่งก็นั่ง บอกให้ยืนก็นั่ง บอกขอถ่ายรูปหน่อยก็นั่ง :D
น้องตัวนี้ว่าง่าย บอกให้นั่งก็นั่ง บอกให้ยืนก็นั่ง บอกขอถ่ายรูปหน่อยก็นั่ง :D

...

ตัวใหญ่จริงๆ
ตัวใหญ่จริงๆ

ทางร้านจะมีถุงเท้าสีฟ้าให้ทุกคนใส่ เพื่อความสะอาดของเราและเด็กๆ
ทางร้านจะมีถุงเท้าสีฟ้าให้ทุกคนใส่ เพื่อความสะอาดของเราและเด็กๆ

บัตเตอร์ ดาราประจำร้าน
บัตเตอร์ ดาราประจำร้าน

น้องๆ พร้อมให้พี่ๆ ถ่ายรูปแล้วครับ
น้องๆ พร้อมให้พี่ๆ ถ่ายรูปแล้วครับ

ขอมือเธอหน่อย...
ขอมือเธอหน่อย...

ตาผมอยู่หนาย
ตาผมอยู่หนาย

ที่มาภาพบางส่วน

Facebook Bigdog Cafe