รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ ยินดีกับผู้ชนะเลิศทั้ง 5 ที่ะได้ไปโชว์การทำทั้ง 5 เมนูที่ชนะเลิศที่อเมริกา

ประสบความสำเร็จเกินคาด!! สำหรับโครงการเชฟไทยสู่ครัวโลก ที่นักธุรกิจสาวอินเตอร์เจ้าความคิด รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ ผลักดันให้เป็นความจริงยิ่งขึ้น โดยมีหน่วยงานภาครัฐอย่าง กรมส่งเสริมการส่งออก กระทรวงพาณิชย์ และภาคเอกชนอีกหลายแห่งร่วมเป็นภาคีสนับสนุน โดยเปิดเวทีให้บรรดาเชฟไทยทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่น ได้แสดงความสามารถแข่งขันกันเป็นเวลา 2 วันเต็มช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ณ บริษัทรีเทลลิงซ์ วิภาวดี 64 ซึ่งแบ่งกลุ่มอาหารแข่งขันเป็นประเภทต่างๆ ได้แก่ ประเภทน้ำดื่มสมุนไพร, ไอศกรีม, เพรสตี้/ประเภทของหวาน/ประเภท อาหารคาว/ประเภทอาหารไทยจานด่วน และประเภทอาหารทานเล่น โดยผู้ชนะการแข่งขันในแต่ละประเภทจะได้ไปโปรโมตอาหารไทยที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น เบฟเวอรี่ฮิลล์ และเปิดคุกกิ้ง คลาส 3 วันที่ Lax-C ตลาดค้าส่งแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในอเมริกา พร้อมทุนเรียนฟรีที่โรงเรียนสอนการประกอบอาหาร เลอ กอร์ดอง เบลอ ดุสิต และอุปกรณ์เพื่อนำไปประกอบอาชีพต่อไป

...



คุณหรีด-รพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์ โต้โผใหญ่ของโครงการเชฟไทยสู่ครัวโลก  กล่าวว่า  สิ่งที่ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดกว่า  180  คน  ได้รับจากเวทีนี้  ซึ่งมากยิ่งกว่ารางวัลต่างๆคือ ความรู้และความผูกพัน ที่ทุกคนได้รับจากการเข้าอบรมทักษะต่างๆในการทำอาหาร  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพ  ความสะอาด ความปลอดภัย หรือความต้องการของผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งทุกคนสามารถนำเอาวัตถุดิบของไทยมาปรุงเป็นเมนูอาหารที่โกอินเตอร์ได้อย่างน่ารับประทาน โดยทุกเมนูที่ชนะการแข่งขันล้วนเป็นเมนูดั้งเดิมของไทยที่นำมาประยุกต์  ไม่ได้วิลิศมาหราอะไรเลย เพียงแต่ทุกคนรู้จักนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้  เพื่อสรรค์สร้างเมนูอาหารให้มีความหลากหลายน่ารับประทานยิ่งขึ้น

...



สำหรับผู้ชนะเลิศในการแข่งขันประเภทต่างๆมีดังนี้ ประเภทน้ำดื่มสมุนไพร/ ไอศกรีม/เพรสตี้ ได้แก่ เค้กมะม่วงอกร่วงทองราดซอสกะทิสด จากฝีมือการครีเอทของ นายสรพล คล้ายทอง เจ้าของร้านเบเกอรี่เล็กๆย่าน  ถ.พัฒนาการ ประเภทของหวาน กรรมการต่างเทคะแนนให้เมนู ฟักทองญี่ปุ่นโครงการหลวงแกงบวด  Panna  Cotto  จากการ รังสรรค์ของอดีตนักการเงินการธนาคาร นายชายยุทธ วรุณเพทรักษา ที่ชื่นชอบเรื่องขนมนมเนย จนถึงขั้นไปเรียนทำขนม และผันตัวเองจากนักการเงินมาเตรียมเปิดร้านอาหารในเร็ววันนี้  ขณะที่อาหารคาว มติเป็นเอกฉันท์ให้  มัสมั่นฟรุตตี้  จากฝีมือเชฟรุ่นเดอะ  นายอุทัย  ตันตระกูล เจ้าของร้านอาหารปุ้ม  3  จ.น่าน  ที่ได้เคล็ดลับการทำอาหารไทยมาจากครอบครัวภริยา  ซึ่งมีคุณยายเป็นครูสอนการเรือนการทำอาหารในวังมาก่อน ทำให้เมนูนี้หอมกรุ่นรสชาติถูกปากทุกคนที่ได้ลิ้มลอง ส่วนอาหารไทยจานด่วน ตกเป็นของหนุ่มเมืองเหนือ นายปิยะเมธ ทองเมธา  ที่ตั้งใจมาเก็บเกี่ยวความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพในการทำอาหารของตนเอง แต่ก็ มาคว้ารางวัลชนะเลิศกับเมนู "ลาซานญ่ากับซอสผัดไทย" และสุดท้ายเป็นอาหารทานเล่นจากฝีมือของสาวใต้ นางวันดี ขาวเรือง ผู้หญิงหนึ่งเดียวที่คว้ารางวัลชนะเลิศด้วยเมนู "เปาะเปี๊ยะไส้กุ้งมัสมั่น" สร้างความฮือฮาด้วยการนำแกงมัสมั่นมาทำเป็นอาหารทาน เล่นได้อย่างลงตัว เป็นเปาะเปี๊ยะกุ้งที่หอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศแต่คงความเป็นอาหารทานเล่นได้เป็นอย่างดี ทำเอาทุกคนที่ได้ชิมต่างหลงใหลในเมนูไทยประยุกต์จานนี้กันเป็นแถว!!!

...