เรียกได้ว่ารวมที่สุดแห่งอาณาจักรอาหารไทย ใหญ่ มาก และครบที่สุดทั้งสตรีทฟู้ด และรวมเมนูเด็ดจากร้านอาหารดังทั่วไทยมาไว้ในที่เดียวบนพื้นที่ใหญ่ที่สุดในบรรยากาศเก๋ไก๋ เปิดตัว 13 โซนใหม่ ต้อนรับนักชิมและคนรักอาหารไทยทั้งชาวไทยและต่างชาติ

คู่มือคนเมืองไทยรัฐออนไลน์พาไปลุย 5 ร้านที่ต้องกินรับประกันว่าคุณจะต้องหลงรักมากเลยทีเดียว

...

1.จกโต๊ะเดียว 
ในโซนมุมอร่อยของอีทไทย

คาเฟ่นี้ จะเป็นโซนที่สับเปลี่ยนร้านอาหารทุก 2 สัปดาห์ ซึ่งแต่ละร้านที่จะมาตั้งนั้นจะต้องเด็ดจริง อะไรจริง อารมณ์ประมาณว่าเป็นมุมเชลล์ชวนชิมก็ว่าได้ ซึ่งครั้งนี้เป็นร้าน “จกโต๊ะเดียว” ร้านอาหารจีนชื่อดังเจ้าเก่าดั้งเดิม หากใครที่เป็นคออาหารจีนคงจะได้ยินกิตติศักดิ์ของร้านนี้ดีว่ากว่าจะได้กินนั้นไม่ง่ายเลยทีเดียว แบบที่ว่าต้องจองคิวข้ามเดือน โต๊ะที่ร้านก็มีจำกัด อยากกินอะไรต้องตามใจเชฟ เรียกว่าใครได้ไปกินมานี่ต้องเป็นคนมีดวงด้วยนะถึงได้กิน แต่เมื่อ จกโต๊ะเดียว มาอยู่ในอีทไทย คาเฟ่ ก็ถือเป็นโอกาสอันดีของเราๆ แล้วล่ะที่จะได้กินอาหารจีนสุดแสนจะโอชารส แบบไม่ต้องรอคิวหรือพึ่งดวงแล้วล่ะ เมนูเด็ดของที่ร้านนี้ก็มีครบไม่ว่าจะเป็น “แปะก๊วยคั่วเกลือ” “เกี๊ยวกุ้ง” “ปอเปี๊ยะกุ้ง” “อกเป็ดรมควัน”

และยังมีของหวานอย่าง “เผือกหิมะ” เป็นอย่างไรล่ะ เหมือนยกร้านทั้งร้านของเฮียเข้ามาตั้งไว้เลย และเมนูเด็ดที่เราจะมานำเสนอก็คือ เกี๊ยวกุ้ง ฟังชื่อเมนูเอ๊ะ เกี๊ยวกุ้งเนี่ยนะ กินที่ไหนก็ได้มั้ง ขอเถียงเลยล่ะ ว่าถ้าคุณได้กินของร้าน จกโต๊ะเดียว คุณจะลืมเกี๊ยวกุ้งที่เคยกินมาในชีวิตเลยล่ะ เพราะแป้งของเขาเนี่ยบ๊างบาง กุ้งก็ได้เป็นตัวๆ สดใหม่ ไม่รู้ว่าเขาใส่อะไรถึงทำให้พอกินเข้าไปแล้วหนุบอย่างบอกไม่ถูก ลวกกันจานต่อจาน โรยหน้าด้วยต้นหอมและกระเทียมเจียวเน้นๆ อร่อยไม่รู้ลืม พูดแล้วยังอยากกินอีกเลย

2.ก๋วยเตี๋ยวกั้งบ้านเพ

สำหรับร้านนี้คงไม่ต้องบรรยายอะไรมากเพราะเมื่อได้เห็นหน้าตาของอาหารก็กินขาดไปแล้ว สำหรับเมนูพิเศษคือ “ก๋วยเตี๋ยวกั้ง ทะเล ต้มนำกุ้งน้ำข้น” เนื้อกั้งเน้นๆ ชิ้นโตๆ น้ำซุปต้มยำน้ำข้นกลมกล่อม สุดเข้มข้นเพราะมีส่วนผสมของมันกุ้ง ไม่เผ็ดเกินไปหรือเปรี้ยวจนเกินไปเรียกได้ว่าอร่อยแบบไม่ต้องปรุงกันเลยทีเดียว นอกจากที่ร้านจะมี กั้ง เป็นวัตถุดิบพิเศษที่มาจากภาคตะวันออกแล้ว ยังมีอาหารทะเลอื่นๆ ที่ครบทั้งกุ้ง ปลาหมึก เกี๊ยวปลา ลูกชิ้นปลา และมีเนื้อปูที่เป็นไฮไลต์ เรียกได้ว่าที่ร้านใช้วัตถุดิบสดและดี

...

ถ้าใครที่เคยกินก๋วยเตี๋ยวกั้ง บ้านเพ ที่จังหวัดระยองแล้วรู้สึกติดใจรสชาติ ความอร่อยแท้ๆ จากสูตรอาหารอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ต้องไปไกลถึงระยองอีกต่อไป เพราะ คุณแม๊ค(มงคล ทรัพย์อนันต์กุล) เจ้าของร้านคอนเฟิร์มเลยว่าอร่อยเหมือนที่บ้านเพแน่นอน

...

3.ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ หมู รส ดีเด็ด


ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อที่เชี่ยวชาญเรื่องเนื้อสดเป็นพิเศษ โด่งดังมากว่า 50 ปี ที่มีสาขาทั้งสามย่าน และประตูน้ำ เพราะความพิเศษของเนื้อวัวที่หั่นชิ้นเล็กบาง ทำให้เนื้อมีความนุ่ม สุกกำลังดี ลูกชิ้นก็ได้รสชาติเนื้อแท้ๆ น้ำซุปก็กลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนร้านอื่นๆ เผ็ดร้อนด้วยพริกน้ำส้มรสเด็ด จึงทำให้เป็นที่ติดอกติดใจของลูกค้ามารุ่นสู่รุ่น ที่สำคัญทางร้านยังมีบริการ เนื้อวัวชนิดพิเศษ

...

ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเซอลอยด์ เนื้อสันไหล่ เนื้อปาล์มเลอะฮง เนื้อริบอายด์ และเนื้อใต้ซี่โครง ที่ทางร้านพิถีพิถันคัดสรรมาเป็นอย่างดี แต่ถ้าใครที่ไม่ทานเนื้อทางร้านเขาก็ไม่ได้ทอดทิ้งแต่อย่างใดเพราะเขาก็มีก๋วยเตี๋ยวหมู ลูกชิ้นหมูแท้ หรือ เอ็น และเนื้อหมูก็ไม่ใช่หมูธรรมดาแต่เป็นหมูดำ(คุโรบุตะ) ที่มีความพิเศษไม่ต่างจากเนื้อวัวเลยทีเดียว

4.ขนมจีนน้ำยาปูแม่ติ๋ม

ขนมจีนน้ำยาปู ถือเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงมากทางภาคใต้ของไทยปกติถ้าจะทานน้ำยาปูต้องไปถึงภูเก็ต หรือ นครศรีธรรมราช หรือถ้าจะสั่งแบบพรีออเดอร์ก็กลัวรสชาติที่ได้กินจะไม่อร่อยเหมือนต้นตำรับ แต่ ขนมจีนน้ำยาปูแม่ติ๋ม ที่อยู่ในคาเฟ่อีทไทยนี้เป็นสูตรที่คุณแม่ติ๋มได้ไปร่ำเรียนมาจากภูเก็ต จึงได้สูตรขนมจีนน้ำยาปูแบบต้นตำรับแท้ๆ และปูที่มาทำเป็นวัตถุดิบเป็นปูที่สั่งตรงจากสุราษฎ์ธานี ทุกวัน ทั้งวัตถุดิบที่สดใหม่บวกกับรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม ไม่ได้เผ็ดจนเกินไป จนเกิดมาเป็นเมนู “ขนมจีนเส้นสดน้ำยาปู ไข่ปูและเนื้อปูสูตรใต้” ทำให้หลายคนติดใจและใครที่มาก็ต้องบอกกันปากต่อปากว่าต้องมากินให้ได้ จนเมนูกลายเป็นเมนูขายดีของ อีทไทย คาเฟ่ ไปเสียแล้ว แต่นอกจากขนมจีนน้ำยาปู ยังมีเมนูอื่นๆ อีกได้แก่ หมี่แกงปู ขนมจีนเส้นสดแกงเนื้อโคขุนพริกขี้หนู ขนมจีนเส้นสดน้ำยาปลาสำลี ขนมจีนซาวน้ำลูกชิ้นปลาไข่นกกระทา เป็นต้น

5.ครัวชาววัง

ถ้าพูดถึงอาหารตำรับชาววังแบบดั้งเดิมนั้น สมัยนี้คงจะหากินยากสักหน่อย และก็คงจะไม่พูดถึงแกงกระทิเสียมิได้ อย่างเมนู แกงเขียวหวาน เป็นเมนูที่เชื่อว่าหลายๆ คนคงจะเคยกินและหากินได้ไม่ยากนักแต่จะมีสักกี่คนที่ได้กินแกงเขียวหวานต้นตำรับดั้งเดิมสูตรชาววังเพราะแกงเขียวหวานจริงๆ นั้น จะมีสีเขียวนวล ไม่ใช่สีเขียวจัดจ้าน และไม่ใช่แกงสีเขียวที่มีรสหวาน เพราะแกงเขียวหวานต้องไม่หวานนำแต่ต้องเป็นเค็มนำแล้วหวานตาม ความพิเศษของร้านครัวชาววังมีเมนู “แกงเขียวปลากรายไข่เค็ม” เป็นสูตรมาจากวังสวนสุนันทาของ ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์ หรือที่รู้จักกันในนาม แม่ครัวสี่แผ่นดิน โดยแกงเขียวหวานจะมีรสชาติของเครื่องแกง และสมุนไพรที่โดดเด่น แต่ตัวน้ำแกงจะไม่หวานโดดขึ้นมาเพราะเป็นตามสูตรแบบชาววัง ปกติถ้ากินแกงเขียวหวานที่อื่นจะใส่แค่กระชาย แต่ที่นี่ใส่ขมิ้นขาวด้วย ทำให้ได้ความหอม และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ ตัวเนื้อปลากรายก็ห่อไข่แดงเค็มเอาไว้ ทานพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยลืมอิ่มเลยทีเดียว

เป็นอีกหนึ่งที่รวมงานสุดพิเศษครั้งนี้ของ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี โฉมใหม่ “Eathai” 
(อีทไทย) ที่สุดแห่งอาณาจักรอาหารไทย สุดสัปดาห์นี้ต้องลอง.