ของหวานกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน ยิ่งได้มีการครีเอทีฟให้ดูเก๋ไก๋ ยิ่งเชิญชวนให้น่ารับประทานยิ่งนัก พลอยทำให้หลายๆคนขอเก็บความกังวลเรื่องน้ำหนักเอาไว้ก่อน นี่จึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ที่ คุณหมอขวัญ–แพทย์หญิงขวัญทิชา วงศ์วิชิตกุล แพทย์ผู้บริหาร “เอเวอร์กรีน รีจูวีเนชั่น” ย่านถนนรามคำแหง ต้องดัดแปลงเมนู สาคูเปียกซอสเสาวรส เพื่อไว้แนะนำ สาวๆ สาวกของหวาน แต่อดห่วงรูปร่างไม่ได้ เริ่มจากการสรรหาวัตถุดิบแหล่งคาร์โบไฮเดรตจากธรรมชาติ จึงมาลงตัวที่แป้งสาคู ที่ราคาถูกและหาซื้อได้ง่าย

แป้งสาคู เป็นคาร์โบไฮเดรตบริสุทธิ์ที่สุดจากธรรมชาติ และมีความเหนียวสูงสุด อีกทั้งเป็นแป้งที่ย่อยง่ายมาก วงการแพทย์จึงมีคำแนะนำให้ผู้ป่วยโรคลำไส้รับประทาน ด้วยว่าเมนูนี้ จะไม่เน้นเรื่องความหวาน มัน คุณหมอจึงต้องใช้ผลไม้สด มาช่วยเพิ่มกลิ่นและรสชาติ โดยเน้นผลไม้ที่มีคุณประโยชน์มากมาย อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ ใยอาหารสูง อันได้แก่ ผลเสาวรส หรือลูกกะทกรก ตามภาษาชาวบ้านนี่แหละ รสชาติของเสาวรสนั้นชวนน้ำลายสอ เพราะเปรี้ยวอมหวาน และกลิ่นหอมพาความสดชื่นมาให้ร่างกาย คุณหมอขวัญเองก็ใช้ผลไม้ชนิดนี้ช่วยดูแลตนเอง ด้วยว่าทั้งชีวิตของคุณหมอนั้น รักการเรียน ขยันแสวงหาความรู้อยู่ตลอด หลังจบจากคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เรียนต่อสาขารังสีวิทยา จบเพิ่มเติมด้านความงามชะลอวัย ที่สถาบันโรคผิวหนัง แถมยังเรียนด้านการฝังเข็มอีก ปัจจุบันก็ยังคงแสวงหาความรู้ใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง

ส่วนผสมสาคูเปียก : สาคูเม็ดเล็กสีขาว 1 ถ้วย/น้ำ 2 ถ้วย/น้ำตาลทราย ½ ถ้วย/หัวกะทิ ½ ถ้วย/เกลือป่นเล็กน้อย

ส่วนผสมซอสเสาวรส : เสาวรสสด 2 ถ้วย/นมจืดเล็กน้อย/น้ำเชื่อมตามชอบ/เกลือเล็กน้อย

วิธีทำ 1) ต้มน้ำให้เดือด ใส่เม็ดสาคูที่ล้างแล้วลงต้มจนสุก หมั่นคนให้เข้ากัน เติมน้ำตาลทราย 2) นำหัวกะทิตั้งไฟอ่อน เติมเกลือป่น พอให้ร้อนเท่านั้นอย่าให้แตกมัน พักไว้ 3) ตั้งหม้อไฟอ่อนๆ ใส่เนื้อเสาวรส น้ำเชื่อม และเกลือ ชิมรสตามชอบ คนพอเข้ากันเป็นอันเสร็จพิธี หากต้องการความมันเพิ่มขึ้นให้เติมนมจืดแล้วเคี่ยวต่อ เวลาทาน ตักสาคูใส่ภาชนะแล้วราดซอสปริมาณตามชอบ ตามด้วยหัวกะทิ หรือจะไม่ราดก็ยังได้ เพื่อลดปริมาณแคลอรี่นั่นเอง

เคล็ดลับ : เสาวรสมีเมล็ดสีดำ หากต้องการความสวยงามให้กรองออก แต่แนะนำว่า ทานไปพร้อมกัน ช่วยเพิ่มใยอาหาร ดีต่อสุขภาพมากกว่า.