ข้าวสังข์หยด ข้าวหอมมะลิพื้นบ้านขนานแท้ดั้งเดิมจากพัทลุง มรดกทางภูมิปัญญาพื้นถิ่น ที่ถูกมองข้าม งานนี้เชฟเลยหยิบมาปรุงแต่งเป็น 7 เมนู น่าลิ้มลอง เพิ่มความชวนชิมให้กับข้าวสังข์หยด

เริ่มกันที่ เมนูคอหมูย่างผัดซอสมันกุ้ง กลิ่นหอมเย้ายวนใจ ประกบคู่กับข้าวสังข์หยด ผัดใส่ไข่ เพิ่มสีสันด้วยแครอทและถั่วลันเตา ผัดกำลังดี ส่งกลิ่นชวนน้ำลายสอ เรียกว่าเป็นรสชาติ ที่ลงตัว ระหว่างความหอมนุ่มของข้าวสังข์หยด กับหมูย่างนุ่มๆ

จุดเด่นของเมนูนี้ คือ คุณค่าทางอาหารที่ได้จากข้าวสังข์หยดพัทลุง ซึ่งมีคุณค่าสูงมากกว่าข้าวพันธุ์อื่นๆเพราะข้าวสังข์หยด มีใยอาหารสูงมีประโยชน์ต่อระบบขับถ่าย มีสารต้านอนุมูลอิสระ แกมมาออไรซานอล และกาบา ช่วยชะลอความแก่และป้องกันโรคหลายชนิด  อย่าง มะเร็ง และโรคหัวใจ ทั้งยังมีโปรตีนเหล็กและฟอสฟอรัส ช่วยในการบำรุงโลหิตและบำรุงร่างกายให้แข็งแรง

...

เมนูข้าวสังข์หยดแนะนำอีก 6 เมนูสร้างสรรค์ คือ ข้าวสังข์หยดผัดน้ำพริกปลากะพงย่าง ไก่ตะไคร้กรอบ ข้าวสังข์หยด แกงมัสมั่นไก่ แครกเกอร์ข้าวทอดหมูสับปลาเค็ม สเต๊กหมูซอสเขียวหวานกับข้าวสังข์หยดผัดเนย สปาเกตตีผัดซอสโหระพากับลาบหมูทอด ตบท้ายด้วยของหวานอย่างเครปข้าวเหนียวมะม่วง

...

ทั้ง 7 เมนูปรุงโดยเชฟจากครัว “เดอะเทอเรส” ที่มูลนิธิเตียง จิราธิวัฒน์ ผลักดันให้นำมาปรุงแต่ง เพื่อหวังเพิ่มมูลค่าให้ข้าวพันธุ์สังข์หยด และส่งเสริมการบริโภคข้าวพันธุ์ไทยแท้ โดยฝีมือคนไทย เพราะก่อนหน้านี้ทางมูลนิธิ ก็ผลักดันให้นำข้าวสังข์หยดพัทลุงขึ้นห้าง นำมาจำหน่ายในท็อปซูเปอร์มาร์เก็ตมาแล้ว

...

ปัจจุบัน “ข้าวสังข์หยดพัทลุง” ขึ้นทะเบียนพันธุ์ข้าวเรียบร้อยแล้ว เพื่อสร้างให้เป็นผลิตผลของเกษตรเฉพาะถิ่น และเป็นมรดกทางวัฒนธรรม เพื่อความยั่งยืนและสร้างรายได้ของชุมชน

ที่จังหวัดพัทลุง มีพื้นที่เพาะปลูกข้าวสังข์หยดกว่า 1000 ไร่ ข้าวชนิดนี้จะปลูกได้เพียงปีละครั้ง คือ ปลูกเฉพาะนาปี ตั้งแต่เดือนตุลาคม เก็บเกี่ยววันที่ 14 กุมภาพันธ์ ราคาขายในฤดูเก็บเกี่ยวตกตันละ 15,000 บาทต่อเกวียน ส่วนนอกฤดูกาลราคาจะเพิ่มเป็น 20,000 บาทต่อเกวียน

ช่วยกันส่งเสริมการเพาะปลูกข้าวที่เต็มไปด้วยคุณค่าทางอาหาร และเป็นผลผลิตจากภูมิปัญญาคนไทยได้ง่ายๆ ด้วยการลิ้มลอง และบริโภคข้าวสังข์หยดพัทลุง.