ใครที่เป็นบีฟ เลิฟเวอร์ คงถูกใจเมนูนี้สุดๆ โดยเฉพาะ Mousseline Potato ซึ่งทั้งนุ่มและเบา ยิ่งกว่ากินนุ่น!!

คุณต้น–ณัฐวัจน์ ตั้งศรีวงศ์ หนุ่มล้านนา ผู้มีใจรักการทำอาหารมาตั้งแต่เด็ก มักจะคอยเดินตามก้นคุณแม่และคุณยายเข้าครัวตลอด ไปช่วยเด็ดผักบ้าง หั่นเครื่องแกงบ้าง ตามแต่จะถูกใช้งาน จนเกิดความคิดฝังใจมาแต่เด็กว่า จะยึดการทำอาหารเป็นอาชีพ เพราะรู้สึกมีความสุขเมื่อได้ทำอาหาร พอโตขึ้นก็เริ่มเดินตามที่ใจปรารถนา โดยเข้าเรียนที่โรงเรียนสอนทำอาหาร OHAP ของ รร.โอเรียนเต็ล แล้วไปต่อที่โรงเรียนการโรงแรมของสวิตเซอร์แลนด์ Cecar Ritz พอจบกลับมาก็ตั้งใจจะสมัครเข้าทำงานที่โอเรียนเต็ล แต่ประจวบกับพื้นที่ในบ้าน ที่ ถ.เจริญราษฎร์ แถววัดเกตุ จ.เชียงใหม่ ซึ่งพี่สาวทำเป็นเนิร์สเซอรี่ว่างลง เขาก็เลยขอยึดทำเป็นร้านอาหาร Natwat Home Cafe ซึ่งเปิดมาถึงวันนี้เกือบครบ 2 ปีแล้ว โดยเน้นเมนูอาหารฝรั่งที่เขาชอบทำ

สำหรับ Beef Bourguignon with Mousseline Potato นี้ คุณต้นเล่าว่า  เป็นอาหารพื้นเมืองสูตรดั้งเดิมของแคว้นเบอร์กันดี ซึ่งเรียกตามชาวบ้านก็คือ สตูว์เนื้อตุ๋นไวน์แดง (คาเบอร์เนต์ เซอวิยอง) ซึ่งมีรสฝาด จึงทำให้น้ำเกรวี่ออกสีเข้ม และต้องทานคู่กับมันบดที่เนื้อเบามาก เพราะใส่นมและเนยมากกว่าปกติ จึงเรียกว่า Mousseline Potato

...

เครื่องปรุง : เนื้อสะโพก (rump) หั่นเต๋า 500 กรัม/ไวน์แดง 500 มล./แครอท หั่นเต๋า 100 กรัม/เซลารี่ หั่นเต๋า 100 กรัม/หอมหัวใหญ่ หั่นเต๋า 100 กรัม/ใบกระวาน (bay leaf) 2 ใบ/ไทมส์ และโรสแมรี่ สด 2 กิ่ง/น้ำมันพืช 20 มล./ แป้งสาลี 10 กรัม/น้ำเปล่า หรือน้ำสต๊อกไก่ 300 มล./เห็ดญี่ปุ่น 20 กรัม/เบคอน 10 กรัม/พาสลี่สับ สำหรับตกแต่ง

วิธีทำ 1) หมักเนื้อ แครอท เซลารี่ หัวหอม ไทมส์และโรสแมรี่ ด้วยไวน์แดง ปิดด้วย Plastic wrap หมักทิ้งไว้ในตู้เย็น 12 ชั่วโมง 2) จากนั้นให้แยกกรองเอาแต่เนื้อกับผักที่หมักไว้ เก็บไวน์แดงที่หมักไว้ด้วย และซับเนื้อให้แห้ง 3) ตั้งหม้อขนาดกลางด้วยไฟแรง ใส่น้ำมันเล็กน้อย จี่เนื้อให้ครบทุกด้าน แล้วพักไว้ 4) ใส่ผักที่หมักเนื้อกลับไปยังหม้อใบเดิม ผัดต่อไปจนผักเริ่มเหลือง จึงนำเนื้อที่พักไว้ กลับไปผัดรวมกับผัก 5) ใส่แป้งสาลีลงไปผัดพอเข้ากัน จึงเติมไวน์ที่หมักเนื้อกลับลงไป และตั้งไฟต่อจนไวน์เดือด ตักฟองออก และเติมน้ำเปล่า ปิดฝาแล้วนำเข้าเตาอบ ที่อุณหภูมิ  120 ํC  เป็นเวลา 3 ชั่วโมง 6) ระหว่าง นั้นทำมันบด ให้ต้มมันฝรั่งจนสุกทั่วกัน ทดสอบโดยนำปลายมีดจิ้มลงไปในมันฝรั่ง ถ้าไม่มีเนื้อมันติดมีดขึ้นมา ถือว่าสุกทั่วกันดี 7) เทนมใส่หม้อ ต้มให้ร้อน ระวังอย่าให้เดือดจะมีฟองมาก 8) นำมันฝรั่งที่สุกและร้อน มาใส่เครื่องตีด้วยตะกร้อ บดมันฝรั่งกับเนยก่อนจนเข้ากันดี จึงค่อยๆใส่นมอุ่นตามลงไป ปรุงรสด้วยเกลือ และผงลูกจัน 9) จากนั้นจึงผัดเครื่องเคียงโดยผัดเบคอน เห็ด กระเทียมสับ ปรุงรสด้วยเกลือ พริกไทย แล้วจัดใส่จานแต่งด้วยพาสลี่สับ นำออกเสิร์ฟได้เลย.