แม้ว่า Shori Sushi House เปิดร้านต้อนรับเหล่าคนรักอาหารญี่ปุ่นมาได้เพียง 1 ปีเศษ แต่ด้วยความสดใหม่ของวัตถุดิบบวกกับความเป็นกันเองของเชฟ ทำให้ลูกค้าติดอกติดใจจนต้องแวะเวียนกลับมาฝากท้องกันเป็นประจำ
Shori Shushi House ตกแต่งอย่างเรียบง่าย มีทั้งโต๊ะส่วนตัวและมุมเคาน์เตอร์สำหรับคนที่ชอบกินไปด้วยคุยกับเชฟไปด้วย เก๋ไก๋ด้วยของตกแต่งแบบญี่ปุ่นจ๋า อย่างก็อตซิลล่า 7 สี โคมไฟขวดสาเก และรูปปลาหมึกยักษ์บนผนัง ส่วนอาหารเน้นซูชิ ซาชิมิ และวัตถุดิบตามฤดูกาล ส่งตรงจากญี่ปุ่นทุกวันอังคารและศุกร์ เชฟสันติ เชฟใหญ่ประจำร้าน เล่าว่าร้านนี้เน้นรสชาติดั้งเดิม ซึ่งคนญี่ปุ่นถ้ามากินแล้วจะรู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านเกิด
แวะมาเยือนบ้านซูชิทั้งที ขออุ่นเครื่องด้วยเมนูเด่น Shori Premium Sushi Set ที่ขอยกให้เป็น 6 คำคุณภาพ เสิร์ฟมาคำโตเต็มปากเต็มคำ ไม่ว่าจะเป็นโอโทโร่ที่นุ่มอร่อยจนละลายในปาก ชูโทโร่ ชิมาอาจิ (ปลาทูญี่ปุ่น) ฮามาจิ เนื้อมัตสึซากะ และหอยเม่นส่งตรงจากฮอกไกโดที่ทั้งหวานมันและไร้กลิ่นคาว ต่อด้วย Santi Roll ซิกเนเจอร์ของเชฟสันติ นำฟัวกราส์และเอ็นกาวะ(ครีบปลาตาเดียว) มาห่อด้วยข้าวญี่ปุ่น คลุกงาบดแล้วราดซอสหวานสูตรเฉพาะ ได้ทั้งความมันจากตับห่านและครีบปลาตาเดียว บวกกับความกรุบจากเมล็ดงา เข้ากันดีกับรสหวานนิดๆ ของซอส ส่วน Chirashi Luxury ข้าวหน้าปลาดิบรวมจานนี้เชฟก็จัดให้แบบไม่หวง ทั้งแซลมอน ปูอัด ไข่ปลาแซลมอน และกุ้งหวาน รับรองว่าสดทุกคำเลยทีเดียว
...
หากใครอยากลองชิมซูชิแบบพิเศษ ทางเชฟก็ยินดีทำตามออร์เดอร์ นอกจากนี้ยังมีของอร่อยหายากอย่าง “Mirugai” หอยงวงช้าง และ “Tsubugai” หอยสังข์เนื้อหวานกรอบ เตรียมไว้บริการทั้งแบบซูชิและซาชิมิ.