ด้วยความมุ่งมั่นและอดทนที่จะสร้างหลักปักฐานในเมืองหลวง ที่คลาคล่ำไปด้วยความศิวิไลซ์และโอกาส จึงทำให้สาวตัวเล็กๆอย่าง อร-ณธนพร เอื้อวันทนาคูณ สามารถปลุกปั้นร้านเบเกอรี่ เล็กๆของเขา ซึ่งเริ่มขึ้นจากศูนย์ให้เติบใหญ่ขึ้น และแผ่กิ่งก้านสาขาออกไปถึง 13 สาขาในเวลาอันรวดเร็ว และกำลังจะต่อยอดโกอินเตอร์ในอีกไม่ช้า ซึ่งน่าจะเป็นแบบอย่างของคนรุ่นใหม่ที่วาดหวังอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง
กว่าการนำธุรกิจมาสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ อร-ณธนพร เจ้าของร้าน “เอพริล เบเกอรี่” บอกว่า ไม่มีอะไรโรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างแน่นอน เธอต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคนานัปการ อร เล่าว่า เธอเป็นเด็กต่างจังหวัด (นครสวรรค์) ซึ่งแม้ทางบ้านพอจะมีฐานะ โดยเปิดร้านขายวัสดุก่อสร้าง และมีแมนชั่นให้เช่า แต่ด้วยความที่เธออยากใช้ชีวิตในเมืองกรุง หลังเรียนจบด้านบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แทนที่จะกลับไปช่วยที่บ้านทำธุรกิจ อร กลับเลือกสมัครเป็นแอร์โฮสเตส และได้ทำงานสมใจอยากกับสายการบิน EVA AIR เมื่อได้บินไปเห็นโลกกว้างในต่างประเทศอยู่ 2 ปีเศษจนรู้สึกพอใจแล้ว ก็ลาออกมาทำธุรกิจของตัวเอง “ตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากทำอะไรสักอย่างก็ได้ ขอให้ได้อยู่ในกรุงเทพฯ ก็ไปเปิดร้านขายกาแฟที่ CDC ปรากฏว่าเจ๊งไม่เป็นท่า แต่ก็ยังไม่ท้อ เปลี่ยนมาเช่าพื้นที่ในห้าง เป็นตู้ขายเบเกอรี่แนวฝรั่ง มีชีส มีเบคอน ช่วงแรกๆขายดีมาก เพราะคนตื่นเต้นเห็นของใหม่ แต่พอผ่านไป 3–4 อาทิตย์เริ่มนิ่ง ทางห้างบอกให้หาอะไรใหม่ๆมาลง ไม่งั้นต้องออกจากพื้นที่!”
...
ช่วงเวลานั้น อร บอกเครียดมาก ไหนจะไม่อยากให้ทางบ้านรู้สึกว่าตัวเองทำงานไม่สำเร็จ แล้วยังจะเพื่อนๆที่เฝ้ามองตัวเองจะพากันเยาะเย้ยว่า ทิ้งเงินเดือนดีๆอาชีพแอร์ฯ มาทำธุรกิจแล้วล้มไม่เป็นท่างั้นหรือ “ตอนนั้นท้อมาก ร้องไห้ทุกวัน จนวันหนึ่งน้องสาวบอกว่า ทำไม เจ๊อร ไม่ทำพายขายล่ะ เพราะน้องเขาเห็นว่าเวลาอรไปฮ่องกงมักจะซื้อพายอร่อยๆกลับมาทุกครั้ง แต่คิดว่ามันทำง่ายๆหรือ เราไม่เคยเรียนทำเบเกอรี่มาซะหน่อย แต่สุดท้ายเหมือนเวลามันบีบ ถ้าไม่ออกก็ต้องหาโปรดักส์ใหม่มาลงให้ได้ อยู่ดีๆไม่รู้คิดไง อรมานั่งคิดสูตรลองทำพายแบบที่ตัวเองกินแล้วชอบ ลองผิดลองถูกอยู่ 3 เดือน จนในที่สุดก็ทำออกมาขายได้”
เชื่อมั้ย! ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อร อยู่คนเดียว ทำเองหมดทุกอย่าง ตั้งแต่นวดแป้ง สับหมู ในคอนโดที่พักอาศัย วงจรชีวิตของเธอคือ ทำพายตั้งแต่ 6 โมงเย็นยันตี 4 ทุกวัน แล้วก็นอน 3 ชั่วโมง เพื่อตื่นไปขาย “ตอนนั้นคิดเหมือนกันว่าถ้ากลับไปช่วยที่บ้านทำงาน เราคงไม่ลำบากขนาดนี้ ทำไมต้องมาทำตัวเองให้ลำบาก แต่เพราะถอยไม่ได้ ไม่อยากให้ใครมาว่าได้ว่าเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ หรือคอยซ้ำเติมถ้าเราทำไม่สำเร็จ จึงต้องพยายามทำให้ได้”
การทำพายด้วยมือหมดแบบนี้ อร บอกว่าเต็มที่วันหนึ่งก็ได้แค่ 300 ชิ้น พอเริ่มขายดีต้องทำมากขึ้น คราวนี้ต้องเริ่มทำตั้งแต่ 4 โมงเย็นถึง 6 โมงเช้า สว่างคาตาเลย ทำอยู่อย่างนี้คนเดียวร่วมเดือน ก็ค่อยๆหาลูกมือมาช่วย เพิ่มขึ้นทีละคนสองคนจนเป็น 20 คนในขณะนี้ ต้องซื้อตึกทำเป็นโรงงาน แต่การผลิตพายของ “เอพริล เบเกอรี่” ยังใช้วิธีแฮนด์เมดหมดทุกขั้นตอน แม้แต่การสับหมู และจากร้านเล็กๆร้านเดียว ก็ค่อยๆเพิ่มขึ้นเป็น 13 สาขา อยู่ตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ และพายของเธอก็มีไส้ต่างๆเพิ่มมากขึ้นถึง 13 ไส้ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองรสชาติใหม่ๆอยู่เสมอ และกำลังจะไปเปิดตลาดที่เซี่ยงไฮ้ รวมถึงคิดทำสินค้าอื่นส่งออกอีกสเต็ปหนึ่งด้วย
เมื่อชีวิตก้าวเข้าสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ อร บอกเลยว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าทุกอย่างจะเข้าที่ในวันนี้ได้ เธอต้องผ่านอะไรมาเยอะมาก บางเดือนต้องเอารถที่ยังผ่อนอยู่ไปรีไฟแนนซ์ เพื่อเอาเงินมาหมุน และไหนจะโดนผู้ร่วมงานโกงเงินอีก เรียกว่าเจอปัญหาสารพัดรูปแบบ แต่เธอก็ถือว่าประสบการณ์สอนให้เธอเรียนรู้ เพื่อดำเนินธุรกิจอย่างมีสติและรอบคอบมากขึ้น.