หลงรูป รส กลิ่น เสียง ตั้งนาน, ทว่าทันทีที่รู้ว่า ‘โอโตยะ’ ร้านอาหารญี่ปุ่นขวัญใจ มีคอนเซปต์ร้านว่า ‘อร่อยเหมือนฝีมือแม่ทำให้กิน’ ยิ่งทำให้หลงรักเข้าไปใหญ่ เซียนการตลาดระดับโลกบอกว่า สินค้าจะเพิ่มมูลค่าและประสบความสำเร็จได้ก็เพราะว่า มันมีเรื่องราว (Story) โอโตยะ ก็เป็นหนึ่งในนั้น ไทยรัฐออนไลน์พาไปลิ้มรสร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง
ตามรอยอร่อยจากมือแม่...!
โอโตยะ เริ่มเปิดร้านแรกในปี ค.ศ.1958 โดย Eiichi Mitsumori ในชื่อ Ootoya Shokudo ที่ย่าน Ikebukro, Tokyo ซึ่งขายอาหารทุกเมนูในราคาเดียว คือ 50 เยน มันจึงกลายเป็นที่รู้จักกัน ในชื่อ Y50 Shokudo โดยชื่อ โอโตยะ มาจากชื่อสวนองุ่น ของบิดา มิตซูโมริ และยังมีความหมายในภาษาญี่ปุ่นที่แปลว่า ประตูใหญ่จึงเปรียบเสมือนเป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดต้อนรับลูกค้า
...
หลังจากนั้นในปี ค.ศ.1979 ลูกชายคนโตของท่านประธาน Eiichi Mitsumori ซึ่งเป็นประธานของโอโตยะ ในปัจจุบัน ชื่อประธาน Hisami Mitsumori เป็นผู้สืบทอด รุ่นที่ 2 ท่านได้ก่อตั้ง โอโตยะ เป็น โอโตยะ คอเปอเรชั่น ขึ้น ในปี ค.ศ.1983 แต่ยังคงเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นที่เน้นความเป็น Homemade style และมีคุณภาพที่ดีในราคาที่เป็นธรรมด้วย กระทั่งวันนี้โอโตยะมีมากกว่า 250 สาขา ในประเทศญี่ปุ่นและ 38 สาขาในต่างประเทศ โดยเริ่มจากประเทศไทย สาขาแรกเปิดที่ เจ อเวนิวทองหล่อ ซึ่งในขณะนี้ในประเทศไทยมีทั้งหมด 32 สาขาเลยทีเดียว เป็นบทพิสูจน์ว่า ของเขาอร่อยและแน่จริง
ตกแต่ง อบอุ่นเหมือนอยู่ในบ้าน…!
เนื่องจากคอนเซปต์อาหารเหมือนกับว่าคุณแม่ทำอาหารให้กับคนในครอบครัวรับประทาน สีของไฟจะออกโทนอบอุ่นเหมือนกับอยู่ที่บ้านตัวเอง ส่วนการตกแต่งก็เป็นไม้ และเน้นสีที่มีความเป็นธรรมชาติ ส่วนเพลงแจ๊สที่เปิดคลอในร้าน เนื่องจากโอโตยะไม่อยากให้เป็นญี่ปุ่นจ๋า จุได้ทั้งหมด 89 ที่นั่ง
สุดยอดเมนูอร่อยโอโตยะ...!
มาถึงช่วงทดสอบความอร่อยของโอโตยะกันบ้าง วันนี้เราเลือกมาทั้งหมด 4 เมนู เป็นเมนูที่มาแล้วห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง ไปเริ่มกันเลยดีกว่า
เมนูแรก – ชุดปลาชิมาฮอกเกะย่างถ่าน + ข้าว +หัวไชเท้า+ ผักโคบาจิ+สาหร่ายต้มกับโชยุ +มิโซะซุป
...
ทดสอบ - จานนี้ปลาชิมาฮอกเกะถือเป็นพระเอกของจาน ชิมาฮอกเกะเป็นปลาเนื้อขาว ที่นำเข้ามาจากทะเลแบริ่ง ประเทศนอร์เวย์ (โอโตยะนำเข้าวัตถุดิบที่ดีที่สุดทั่วโลกไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่ประเทศญี่ปุ่น เช่น ปลาแซลมอลก็นำเข้าจากอลาสก้า ประเทศสหรัฐฯ เป็นต้น) มาพร้อมกับข้าวที่สีใหม่ทุกวันและหุงด้วยถ่านยูคาลิปตัส และหัวไชเท้าฝนสดๆ กินคู่กับปลาชิมาฮอกเกะ แนะนำว่าอยากได้อรรถรสในการกินต้องทิ้งไว้ไม่เกิน 5 นาทีเพื่อจะได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน รสชาติจานนี้ถือว่าอยู่ในระดับกลมกล่อม เมื่อกินคู่กับสาหร่ายที่ต้มกับโชยุที่อยู่ในจาน รสชาติของสาหร่ายจะทำให้หอมกลิ่นสาหร่ายไปทั่วปาก รวมๆ แล้วเข้ากันมากเลยทีเดียว
ส่วนคนที่กลัวเลี่ยน ที่นี่ก็พิถีพิถันด้วยการเสิร์ฟผักที่ชื่อโคบาจิให้กินแก้เลี่ยน เป็นเสมือนเอาความเย็นของผักไปดับร้อนของปลา นอกจากนี้ยังมีมิโซะซุปสูตร โอโตยะ ที่มีเนื้อหมู แครอท เผือก พร้อมกับต้นหอมญี่ปุ่นซอยใส่เข้าไปอร่อยระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว
เมนูที่ 2 -ชุด หมูชิโอะโคจิบุตะ+ข้าว+หัวไชเท้า+มิโซซุป
...
ทดสอบ – ใครที่ชอบเมนูหมูแนะนำเมนูนี้ ชิโอ แปลว่าเกลือ โคจิแปลว่าข้าว ดังนั้นเมนูนี้เป็นการนำหมูชั้นดีมาคลุกกับแป้งหมักเกลือ เมื่อผ่านกระบวนการแล้วมันจะทำให้หมูนิ่มมากๆ โดยชุดนี้เสิร์ฟกับหัวไชเท้าที่มีวาซาบิอยู่เคียงข้าง วิธีการกินที่ถูกต้องให้ผสมหัวไชเท้ากับวาซาบิเข้าด้วยกันแล้วเอาราดเนื้อหมู คุณก็จะได้ความกลมกล่อม นอกจากนี้ชุดนี้ยังมีสลัดผักสดกรอบให้อีกด้วย แถมด้วย มิโซซุปสไตล์โอโตยะเป็นอีกเมนูที่ต้องบอกว่า 5 ดาวยังน้อยไป
...
เมนูที่ 3 - หมูทงคัตสึ
ทดสอบ – เป็นหมูสันนอก คลุกกับเกล็ดขนมปัง ทอดให้เหลืองฟู ดังนั้นรสชาติมันจึงออกมากรอบนอกนุ่มใน และเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยเมื่อกินกับงาบด (การให้งามาพร้อมกับอุปกรณ์บดงาด้วยตัวเองก็เป็นความน่ารักที่เพิ่มความอร่อยของโอโตยะ) เมื่อบดงาเสร็จเรียบร้อยก็เอาไปผสมกับน้ำราดจะเพิ่มความหอมของเมนูอีกระดับ กินกับผักเคียง และข้าวเช่นเคย
เมนูที่ 4 - ชุด สลัดกุ้งออโรร่าซอสออโรร่า + สาหร่ายวากาเมะเนื้อนุ่ม + ซอสต้นหอมญี่ปุ่น
“ผักที่นี้สดกรอบเพราะว่าโอโตยะเก็บผักเอาไว้ที่ห้องเย็นอุณหภูมิ 5 องศาเท่านั้น มันจึงทำให้ผักสดกรอบอยู่ตลอดเวลา...” จานนี้ปิดท้ายที่ผู้หญิงหรือว่าผู้ชายที่ต้องการคุมน้ำหนักต้องไม่พลาด
แล้วทั้งหมดทั้งมวลนี้มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ลอง รับประกันว่า คุณจะติดใจเหมือนกับเรา คอนเฟิร์ม...!
**รู้ไว้ใช่ว่า**
1.ซอสคุโรสุ ทีเด็ดของโอโตยะนั้น ทำมาจากน้ำส้มสายชูสีดำที่มีกรดอะมิโนสูง มีรสชาติกลมกล่อม กลิ่นหอมนุ่มนวล ได้มาจากน้ำส้มสายชู 4 ชนิด น้ำส้มสายชูจากข้าวกล้องญี่ปุ่น น้ำส้มสายชูจีน น้ำส้มสายชูจากข้าวสาลีและน้ำส้มสายชูจากแอปเปิล
2.เมนูย่างถ่านของโอโตยะ เขาเลือกใช้ถ่านไม้ยูคาลิปตัสในการย่าง เพราะถ่านไม้จะปล่อยคลื่นรังสีอินฟราเรดออกมา ซึ่งช่วยดึงรสชาติและความอร่อยของวัตถุดิบออกมาให้ได้มากที่สุด โดยถ่ายจะทำให้ผิวด้านนอกของอาหารกรอบเป็นสีน้ำตาลทอง ส่วนเนื้อในจะนุ่มชุ่มฉ่ำและยังคงความหวานอยู่
3.ผักอุณหภูมิที่ 5 องศา ว่ากันว่าตั้งแต่เริ่มก่อตั้งร้านมา ได้มีการศึกษาค้นคว้าวิจัยเรื่อยมาจนค้นพบว่าอุณหภูมิที่ช่วยรักษาความสดของกะหล่ำปลีหลังจากเก็บเกี่ยวจากฟาร์มแล้ว คืออุณหภูมิที่ 5 องศา กะหล่ำปลีที่โอโตยะจึงมีความสดกรอบ หวานอร่อยไม่เหมือนใคร
4.หัวไชเท้าฝนสด อาหารที่อร่อยสิ่งสำคัญคือวัตถุดิบ ที่นี่ไม่เพียงพิถีพิถันการเก็บรักษาและวิธีการปรุงก็มีส่วนสำคัญมากเช่นกัน ตัวอย่าง หัวไชเท้าฝนที่รสชาติเข้ากันได้ดีกับเมนูปลาย่าง เราจะนำหัวไชเท้าสดมาฝนใหม่ทุกครั้ง เพราะหัวไชเท้าที่ฝนใหม่ๆ จะมีสารอาหารและวิตามินซีสูง
5.สาหร่ายสดวากาเมะ จากทะเลน้ำวน นารูโตะ ซึ่งเป็นแหล่งของสาหร่ายสดเนื้อนุ่มหนาพิเศษ อร่อยแล้วยังมีประโยชน์ต่อร่างกาย
6.การควบคุมอุณหภูมิ วัตถุดิบแต่ละชนิดจะถูกเก็บไว้ในอุณหภูมิที่ต่างกันตามความเหมาะสมของวัตถุดิบนั้นๆ นอกจากการจัดเก็บแล้วการปรุงอาหารแต่ละอย่างก็ต้องคุมอุณหภูมิเช่นกัน เช่น การย่างแฮมเบอร์เกอร์ให้นุ่ม อร่อย อุณหภูมิที่จุดศูนย์กลางของแฮมเบอร์เกอร์ก็ต้องอยู่ที่ 75 องศาเซลเซียส และนี่คืออาวุธลับของโอโตยะที่ต้องมีเครื่องวัดอุณหภูมิในทุกๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น ตู้แช่แข็ง ทั้งในน้ำชาและเครื่องดื่มต่างๆ ก็มีการตรวจวัดอุณหภูมิด้วย
7. สอบถามรายละเอียดโอโตยะ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ 0-2613-1371 หรือดิลิเวอรี่ 0-2663-3888