เบเกิลและแซนด์วิชถือว่าเป็นอะไรที่ใหม่สำหรับคนไทย แต่สำหรับชาวอเมริกันนั้นนิยมรับประทานเป็นมื้อกลางวัน เพราะสะดวก รวดเร็ว และได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วน สำหรับใครที่คิดว่าการทานเบเกิลและแซนด์วิชนั้นจะมาในรูปแบบเย็นๆ ชืดๆ ขอให้เปลี่ยนความคิดซะใหม่นะคะ เพราะเบเกิลและแซนด์วิชที่ไทยรัฐออนไลน์จะพามาชิม...
เสิร์ฟมาร้อนๆ กรอบนอก นุ่มใน เริ่มตั้งแต่ชิ้นบนสุดมีชื่อเรียกว่าเมเปิ้ล วอลนัท ไวท์ช็อกโกแลต เบเกิลที่เนื้อเบเกิลผสมไวท์ช็อกโกแลต ถั่ววอลนัท เมเปิ้ลไซรับและวานิลลา ให้กลิ่นที่หอมหวาน รสชาติกลมกล่อม และมีเนื้อถั่วให้เคี้ยวกรุบๆ ได้อย่างลงตัว
ชิ้นถัดมามีชื่อเรียกว่า เรด บราวน์ ไรซ์ เบเกิล ก่อนที่จะตักเข้าปากก็ได้กลิ่นข้าวกล้องหอมๆ ลอยมาเตะจมูกทันที พนักงานบอกกับเราว่าชิ้นนี้เป็นเบเกิลที่มีส่วนผสมหลักมาจากข้าวกล้องสังข์หยด ซึ่งเป็นข้าวพันธุ์พื้นเมืองของไทยเรานี่เอง มีคุณค่าทางอาหารสูงมากๆ และยังมีโปรตีน ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส กากใยอาหาร และไนอาซีนสูง ช่วยบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ป้องกันโรคความจำเสื่อม และยังมีสารแอนตี้ออกซิแดนซ์ช่วยชะลอวัย และลดอัตราเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง ฟังแล้วถึงกับต้องร้องโอ้โห... เพราะนอกจากอร่อยแล้วยังมีสรรพคุณยาวเหยียดขนาดนี้ และชิ้นล่าสุด ได้แก่ โทเมโท่ พาร์เมซาน เบเกิล ในเนื้อเบเกิลมีส่วนผสมของพาร์เมซานชีสและมะเขือเทศบด ให้รสชาติที่เข้มข้นและยังหอมกลิ่นชีสและมะเขือเทศอีกด้วย โดยเรายังสามารถเลือกทานเบเกิลกับครีมชีสหรือแยมรสต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติ
เมนูต่อมาได้แก่ แซนด์วิช เบเกิล แซลมอนรมควัน และแมงโก้ครีมชีส วันนี้โชคดีมากที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับเชฟที่เป็นคนคิดค้นสูตรนี้ขึ้นมา ได้แก่ เชฟลีออง ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้ง Thailand Culinary Academy เป็นเชฟนักปั้นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของเชฟไทยรุ่นใหม่ให้ได้ไปประกวดในเวทีระดับโลก และคว้าเหรียญรางวัลมานับไม่ถ้วน โดยเชฟลีอองบอกกับเราว่าเมนูนี้ทำจากโทเมโท่พาร์เมซานเบเกิลสูตรต้นตำรับ นำไปปิ้งให้กรอบนอกนุ่มใน ทาด้วยสเปรดแมงโก้ครีมชีส ครีมชีสสูตรพิเศษของ โอ บอง แปง และเนื้อปลาแซลมอนรมควัน เชดด้าชีส หอมแดง และผักบัตเตอร์เฮด...ต้องบอกว่ารสชาตินี่จัดจ้าน อร่อยจนหยุดไม่อยู่จริงๆ
บรรยากาศเก๋ๆ ภายในร้าน...สำหรับมื้อเร่งด่วนของวัน
อีกมุมน่านั่งของร้านโอ บอง แปง สาขาน้องใหม่ล่าสุด...สยาม เซ็นเตอร์ ชั้น 1 ที่ออกแบบมาได้อย่างโมเดิร์นตามคอนเซปต์ของสยาม เซ็นเตอร์เป๊ะ Mood & Tone ของร้านให้ความรู้สึกนุ่มนวลสไตล์เอิร์ธโทน ทำให้รู้สึกอบอุ่น สบายตา พร้อมมีมุมให้นั่งคุยงานหรือประชุมระหว่างวันอีกด้วย...ต้องเรียกได้ว่าออกแบบทั้งเมนูและร้านได้เข้ากับนิวไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่จริงๆ!