ผ่านด่านหินจากการเฟ้นหาสุดยอดกูรูเรื่องไวน์ของประเทศไทยจากโครงการแข่งขัน “ไวน์ โปรเฟสชั่นแนล ชาเลนจ์ 2008” มาได้ไม่ทันไร ทางรายการก็ไม่รอช้า ส่ง 3 กูรู ได้แก่ ยุทธพิชัย พลนาคู ผู้ชนะเลิศ พร้อมด้วยชัยพร พันธุวดีธรและสันติ พิชยามารินทร์รองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ลัดฟ้าไปออสเตรียเพื่อทัศนศึกษาและดูงานด้านอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ของออสเตรียเป็นเวลา 7 วัน ครอบคลุมตั้งแต่กรุงเวียนนา เรื่อยมาถึงเบอร์เกนแลนด์ นีเดอร์ออสเตอร์ไรซ์ เครมสเทล และ วาเชา

ซึ่งการเดินทางครั้งนี้ทั้ง 3 คนจะได้มีโอกาสสัมผัสกับไวน์เมกเกอร์ฝีมือระดับโลก เยี่ยมชมไร่องุ่นและอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ออสเตรียในเมืองต่าง ๆ พร้อมกับลิ้มรสไวน์จากไร่ผู้ผลิตอย่างใกล้ชิด เรียกได้ว่าถูกใจคนรักไวน์สุดๆ



แต่มีโอกาสไปสัมผัสประสบการณ์ดีๆถึงถิ่นไวน์ทั้งที งานนี้แชมป์คนเก่ง อย่าง ยุทธพิชัย พลนาคู ซอมเมอร์ลิเยร์, โรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ ก็ไม่พลาดมาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวและแบ่งปันประสบการณ์อันล้ำค่าครั้งนี้กับ”ไทยรัฐออนไลน์”

ทำการบ้านก่อนลงสนามไวน์

ก่อนจะเดินทางไป ผมทำการบ้านค่อนข้างเยอะ ตั้งแต่การศึกษาข้อมูลว่ามีองุ่นพันธุ์ไหนที่น่าสนใจและไวน์ตัวไหนที่ต้องลองชิมให้ได้ เพื่อว่าเวลาไปถึงจะได้เลือกแบบเฉพาะเจาะจง ไม่เสียเวลา ซึ่งผมตั้งใจตั้งแต่ก่อนไปว่าจะได้สัมผัสพื้นที่การปลูกองุ่นที่มีความแตกต่างจากที่เคยพบเห็น ไม่ว่าจะเป็นลักษณะดินหรือภูมิอากาศ 

แต่เมื่อไปถึงผมก็พบกับสิ่งแปลกใหม่มากมายให้เรียนรู้มากกว่าที่คิดไว้ เนื่องจากออสเตรียเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการผลิตไวน์และการดื่มไวน์มาก เริ่มตั้งแต่การปลูกต้นองุ่น ที่นี่จะทำการปลูกแบบขั้นบันได ซึ่งไม่เหมือนกับปกติทั่วไปที่จะเป็นการปลูกตามแนวลาดชันของเนินเขา น่ามหัศจรรย์ที่เห็นเถาองุ่นเลื้อยออกมาจากซอกหินและกำแพง หน้าดินเป็นดินผสมกับหินภูเขาก็ยังปลูกองุ่นได้







ศาสตร์และศิลป์ของการดื่มไวน์
การดื่มไวน์ของชาวออสเตรียเรียกได้ว่าเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ มีความคลาสลิกมาก ไม่ว่าจะเป็นการล่องเรือดื่มไวน์ในทะเลสาบ  การดื่มไวน์ในปราสาทเก่าที่มีบรรยากาศใกล้เคียงกับสมัยโบราณ ทั้งชุดฉลองพระองค์ที่กษัตริย์เคยสวมใส่ มีทหารยืนเฝ้าและบาทหลวงยืนให้คำแนะนำ  ทั้งนี้การดื่มไวน์ในออสเตรียมีประวัติมายาวนาน ในอดีตชาวบ้านจะปลูกองุ่นและทำไวน์ไปถวายให้กษัตริย์ในวังดื่ม ไวน์ของประเทศออสเตรียจึงเป็นไวน์ที่มีรสชาติดีเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก  ในปัจจุบันแม้ว่าจะมีโรงงานไวน์ขนาดใหญ่ที่ผลิตไวน์โลกใหม่และเน้นเพื่อการทำธุรกิจ แต่ก็ยังคงมีผู้ผลิตรายเล็กในลักษณะธุรกิจครอบครัว ผลผลิตไม่เยอะ การทำตลาดน้อย ไวน์พวกนี้จะให้รสชาติแบบดั้งเดิม (Traditional wine) เป็นไวน์ที่มีคุณภาพสูงมาก 7 วันในออสเตรียนั้น ยุทธพิชัย บอกว่าได้้ลิ้มลองไวน์ไม่ต่ำกว่า 400 ชนิด เรียกว่ากลับมาประเทศไทยแล้วไม่อยากดื่มไวน์โลกใหม่เลย เพราะสัมผัสได้ถึงรสชาติที่แตกต่างกัน





จุดต่างระหว่างไวน์โลกใหม่กับไวน์ออสเตรีย

อย่างที่บอกว่า 7 วันที่อยู่ที่นั่น ผมคิดใจกับรสชาติของไวน์ที่ออสเตรียมาก ส่วนหนึ่งที่ทำให้ไวน์ของที่นี่มีเอกลักษณ์ น่าจะมาตั้งแต่กระบวนการผลิต ซึ่งสำหรับไวน์ไทยและออสเตรียถือว่ามีอุปกรณ์และวิธีการผลิตที่ไม่ค่อยแตกต่างกัน แต่ความน่าสนใจของไวเนอรี่ที่ี่ออสเตรียคือ การทำไวน์ใต้ดิน  เขาจะขุดพื้นลงไปไม่ลึกมาก เหมือนเดินลงบันไดไปอีกชั้น โดยขุดเป็นทางเดินยาวให้ความรู้สึกเหมือนเดินในถ้ำ  อุปกรณ์ทุกอย่างจะอยู่ใต้ดินหมด ใช้แรงลมจากแอร์เป็นตัวเสริม ด้านล่างอากาศจะไม่แปรปรวนทำให้สามารถควบคุมอุณหภูมิได้คงที่ 





ขณะที่ไวน์ในประเทศไทยจะเป็นไวน์โลกใหม่ ผลิตเพื่อการค้า มีการปรับแต่งรสชาติเพื่อให้ถูกปากผู้ดื่ม แต่ไวน์ออสเตรียจะมีเอกลักษณ์ของกลิ่นหอมของผลไม้ (fruity aroma)ล้วน ๆ สัมผัสได้ถึงผลไม้อย่างแท้จริง ออกแนวเพื่อสุขภาพ ไม่ต้องเน้นว่าเป็นอเมริกันโอ๊ค หรือเฟร็นชโอ๊ค ที่สำคัญแม้ออสเตรียจะมีการปลูกองุ่นและผลิตไวน์ในพื้นที่ที่แตกต่างกันแต่รสชาติของไวน์ที่ได้จะไม่ค่อยแตกต่างกัน ไวน์ขาวส่วนใหญ่รสชาติจะออกเปรี้ยวนิด ๆ มีความเป็นกรดสูง รสเปรี้ยวจะแทงลงไปในลิ้น ส่วนไวน์แดงโดยเฉพาะพวก Sauvignon Blanc จะทำการบ่มในถังโอ๊ค และเก็บได้หลายปี ซึ่งแตกต่างจากไวน์โลกใหม่ ไวน์ขาวที่ผลิตจากตอนใต้ของประเทศรสชาติจะออกหวาน  



อิมพอร์ตศิลปะการดื่มไวน์

จากการเดินทางในครั้งนี้ ทำให้ผมเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะเปลี่ยนมุมมองของคนดื่มไวนพบว่าการดื่มไวน์ก็ต้องมีศิลปะในการดื่ม เพื่อไม่ให้เสียรสชาติของไวน์ อยากให้การดื่มไวน์มีความคลาสสิก ผู้ดื่มควรใส่รายละเอียดและความรู้สึกเข้าไปด้วย รู้จักดมกลิ่นต่างๆ ค่อย ๆ เลือก ไม่ใช่เน้นแต่จะกระดกแก้วดื่มอย่างเดียว  การดื่มแบบมีสุนทรียะ และศิลปะจะทำให้ผู้ดื่มได้รับรู้อรรถรสของรสชาติไวน์มากขึ้น สิ่งที่ผมชอบมากคือการล่องเรือในทะเลสาบพร้อมดื่มสปาร์คกลิ้งไวน์ (Sparkling wine) มือถือแก้วไวน์ ขณะที่สายตาเพลิดเพลินกับการชมทัศนียภาพสองข้างทาง เห็นวิวทิวทัศน์ที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ทั้งธรรมชาติที่มีเกาะอยู่ตรงกลางทะเลสาบ  เห็นวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น เช่น บ้านเรือน การทำประมง จุดนี้ทำให้ผมเกิดความคิดที่จะนำมาต่อยอดการให้บริการเป็นไวน์ดินเนอร์ที่เรือมโนราห์ของโรงแรมแมริออท รีสอร์ท แอนด์ สปา กรุงเทพฯ ที่ผมทำงาน

...