กลายเป็นกระแสสังคมที่คนให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อต้นปี 2569 FDA สหรัฐฯ ตรวจพบเชื้อลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส ปนเปื้อนในเห็ดเข็มทองนำเข้าจากจีน จนต้องสั่งเรียกคืนสินค้าและออกประกาศแจ้งเตือน
รู้จักเชื้อแบคทีเรีย “ลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส”
เชื้อลิสทิเรีย เป็นแบคทีเรียที่พบได้ทั่วไปในดิน น้ำ และปุ๋ย ซึ่งสามารถปนเปื้อนในพืชผักทางการเกษตร รวมถึงเห็ดเข็มทอง เชื้อชนิดนี้มีความทนทานสูง สามารถเจริญเติบโตได้แม้ในอุณหภูมิตู้เย็น และเคยเป็นสาเหตุของการแพร่ระบาดของโรคอาหารเป็นพิษในหลายประเทศ
ถ้าได้รับเชื้อ “ลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส” จะเป็นอย่างไร
เมื่อเราได้รับเชื้อลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส เข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดโรคลิสเทอริโอซิส มีอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ มีไข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ ท้องเสีย อาเจียน แต่ยังมีกลุ่มเสี่ยงที่อาจเกิดอาการรุนแรงกว่านั้นหากได้รับเชื้อ ได้แก่
- ผู้สูงอายุ ผู้มีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ อาจติดเชื้อในกระแสเลือด เยื่อหุ้มสมองอักเสบและเสียชีวิต
- สตรีมีครรภ์ แม้อาการที่เกิดกับแม่อาจไม่รุนแรง แต่การติดเชื้ออาจทำให้แท้ง คลอดก่อนกำหนด หรือทารกแรกเกิดติดเชื้อรุนแรงได้
วิธีป้องกันเชื้อ “ลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส” ใน “เห็ดเข็มทอง”
เราสามารถป้องกันความเสี่ยงในการติดเชื้อแบคทีเรีย “ลิสทิเรีย โมโนไซโตจิเนส” ที่ปะปนมากับเห็ดเข็มทองได้ ด้วยวิธีการเหล่านี้
1. “ปรุงสุก” ด้วยความร้อนสูง
ปรุงเห็ดเข็มทองให้สุกทั่วถึงด้วยอุณหภูมิ 74 องศาเซลเซียสขึ้นไป ควรเคี่ยวหรือผัดนานหลายนาที หลีกเลี่ยงการลวกเร็วๆ ในซุปหรือหม้อไฟ เพราะความร้อนอาจไม่พอฆ่าเชื้อ
2. แยกเก็บเห็ดดิบ
เก็บเห็ดเข็มทองดิบในตู้เย็นแยกต่างหากจากอาหารพร้อมทาน เช่น สลัดหรือเนื้อสัตว์สุก
3. ล้างทำความสะอาดทุกครั้ง
ล้างมือ เขียง มีด และพื้นผิวครัวทันทีหลังสัมผัสเห็ดดิบ
เห็ดเข็มทองมีประโยชน์และทานได้ตามปกติ เพียงแค่ล้างให้สะอาดและปรุงให้สุกทุกครั้ง ก็สามารถอร่อยกับเมนูโปรดได้อย่างปลอดภัย หมดห่วงเรื่องเชื้อแบคทีเรียลิสทิเรีย.


