อยากละเว้นชีวิตสัตว์แต่กลัวเจอปัญหากินเจแล้วอ้วนขึ้นหรือโซเดียมพุ่ง? คำตอบอยู่ที่การเลือกประเภทอาหารให้เหมาะกับเป้าหมาย
“อาหารเจ” มุ่งเน้นการถือศีลละเว้นเนื้อสัตว์ ขณะที่ “แพลนต์เบส” (Plant-based) มุ่งเน้นการใช้พืชเป็นหลักเพื่อดูแลสุขภาพและหุ่น
เพียงเข้าใจความต่างและเลือกทานให้ถูกวิธี การพักท้องลดเนื้อสัตว์ครั้งต่อไปก็พร้อมเติมเต็มทั้งความสบายใจและสุขภาพที่ดีไปพร้อมกัน
ทำความเข้าใจ "เจแท้" VS "แพลนต์เบส" ต่างกันตรงไหน?
แม้มองเผินๆ ทั้งสองรูปแบบจะเป็นการละเว้นเนื้อสัตว์เหมือนกัน แต่รากฐานความคิดและข้อปฏิบัติกลับมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
1. อาหารเจแท้ เน้นจิตวิญญาณและศีลธรรม
การกินเจไม่ได้เป็นเพียงการงดเนื้อสัตว์ทั่วไป แต่มีรากฐานมาจากความเชื่อทางศาสนาพุทธนิกายมหายานและวัฒนธรรมจีน โดยมีเป้าหมายเพื่อทำจิตใจให้บริสุทธิ์ ละเว้นการเบียดเบียนชีวิตสัตว์ และรักษาศีล
ข้อห้ามของอาหารเจประกอบด้วยเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกประเภท รวมถึงผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด อย่างกระเทียม หอมทุกชนิด กุยช่าย หลักเฮียง และใบยาสูบ ซึ่งตามตำรับเชื่อว่าจะเข้าไปกระทบธาตุทั้งห้าและกระตุ้นอารมณ์กามคุณ
อย่างไรก็ตาม อาหารเจแบบดั้งเดิมมักใช้เนื้อสัตว์จำลองที่ทำจากแป้งสาลี ทั้งยังนิยมนำไปทอดหรือปรุงรสเค็มจัด การเลือกทานจึงต้องระมัดระวังเรื่องน้ำหนักตัวและปริมาณโซเดียมสะสมเป็นพิเศษ
2. แพลนต์เบส เน้นสุขภาพและพืชพรรณธรรมชาติ
หากต้องการกินพืชเพื่อสุขภาพโดยไม่ต้องถือศีล "แพลนต์เบส" คือแนวทางที่ตอบโจทย์ มุ่งเน้นการกินอาหารจากพืชธรรมชาติที่ไม่ผ่านการแปรรูป เพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังและช่วยลดวิกฤตสิ่งแวดล้อม
ข้อดีที่ต่างจากเจอย่างชัดเจนคือ สามารถกินผักกลิ่นฉุนได้ทุกชนิด เช่น กระเทียมและหอมหัวใหญ่ ซึ่งอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องข้อห้ามทางจิตวิญญาณ
หัวใจสำคัญคือการเลือกกินผัก ผลไม้ ถั่ว ธัญพืชไม่ขัดสี เมล็ดพืช และเห็ดเป็นหลัก พร้อมทั้งหลีกเลี่ยงเนื้อสังเคราะห์แปรรูป แป้งขัดสี และน้ำมันปริมาณมาก เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแท้จริง
ตารางเปรียบเทียบ เจแท้ vs พลานต์เบส
หัวข้อเปรียบเทียบ | อาหารเจแท้ | แพลนต์เบส |
เป้าหมายหลัก | แสวงบุญ ถือศีล ละเว้นการฆ่าสัตว์ | ดูแลสุขภาพ ชะลอวัย ลดโลกร้อน |
เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์สัตว์ | ห้ามทานเด็ดขาด | ห้ามทาน (หรือทานน้อยมากๆ ในบางสาย) |
ผักกลิ่นฉุน 5 ชนิด | ห้ามทาน (กระเทียม, หอม, กุยช่าย ฯลฯ) | ทานได้ปกติ (เน้นกินเพื่อสุขภาพ) |
วัตถุดิบโปรตีนหลัก | เต้าหู้, โปรตีนเกษตร, หมี่กึ๋น, เนื้อจำลอง | ถั่วเมล็ดแห้ง, เต้าหู้สด, เทมเป้, ธัญพืช |
กรรมวิธีการปรุง | มักใช้น้ำมันทอด/ผัด และการหมักดอง | เน้นต้ม นึ่ง อบ และปรุงรสน้อยที่สุด |
ระดับการแปรรูป | มีตั้งแต่แปรรูปน้อย จนถึง แปรรูปสูง | เน้นธรรมชาติ ปรุงแต่งน้อยที่สุด |
เทคนิคเลือกกินอย่างไร? ให้ได้ทั้ง “บุญ” และ “สุขภาพดี” ไม่เสี่ยง NCDs
กรมอนามัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ออกมาเตือนผู้บริโภคอยู่เสมอถึงเมนูเจที่หวาน มัน เค็มเกินไป หากคุณอยากได้ทั้งความสบายใจจากการละเว้นเนื้อสัตว์ และได้ร่างกายที่แข็งแรงไปพร้อมกัน สามารถนำหลักการของ Plant-Based มาปรับใช้กับ การกินเจ ได้ดังนี้
จัดจานตามสูตร 2:1:1
- ผักหลากสี 2 ส่วน เลือกผักสดหรือผักต้ม เช่น ผักบุ้ง คะน้า กะหล่ำปลี แครอท
- โปรตีนจากพืช 1 ส่วน เต้าหู้ ถั่ว หรือเทมเป้
- คาร์โบไฮเดรตไม่ขัดสี 1 ส่วน ข้าวกล้อง ข้าวไรซ์เบอร์รี หรือฟักทอง
- เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” หากต้องซื้ออาหารสำเร็จรูปหรือซีอิ๊ว ควรสังเกตฉลากโภชนาการเพื่อคุมระดับโซเดียมและน้ำตาล
การกินอาหารโดยผสมผสานความตั้งใจดีจากการถือศีลกินเจ เข้ากับการเลือกทานพืชพรรณธรรมชาติแบบแพลนต์เบส คือทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งกายและใจ
วิธีนี้ช่วยให้การละเว้นเนื้อสัตว์ตลอดเทศกาลหรือในชีวิตประจำวันเป็นการดูแลตัวเองอย่างแท้จริง ได้เติมพลังชีวิตโดยหมดกังวลเรื่องน้ำหนักขึ้นหรือปัญหาสุขภาพที่จะตามมา
ข้อมูลอ้างอิง


