เข้าสู่เทศกาลกินเจทีไร หลายคนตั้งใจจะละเว้นเนื้อสัตว์เพื่อได้ทั้งบุญและได้สุขภาพดี แต่ทำไมพ้น 9 วันไปแล้ว พุงกลับยื่น แถมน้ำหนักยังพุ่งขึ้นแบบห้ามไม่อยู่?
สาเหตุหลักอาจไม่ได้อยู่ที่การกินข้าวเยอะ แต่เกิดจาก “5 อาหารเจแคลอรีสูง” ที่เราเผลอหยิบมากินเล่นหรือกินแทนมื้ออาหารหลักทุกวันโดยไม่ทันระวังตัว!
เทศกาลถือศีลกินเจถือเป็นช่วงเวลาแห่งการชำระล้างจิตใจและละเว้นการทำบาปด้วยการเว้นเนื้อสัตว์ ซึ่งนอกจากความอิ่มบุญแล้ว หลายคนยังคาดหวังผลพลอยได้เรื่องการกู้หุ่นสวย คลีนร่างกาย หรือลดน้ำหนัก แต่ในความเป็นจริง กลับมีสายบุญจำนวนไม่น้อยที่หลังจบเทศกาลเจแล้วต้องตกใจเมื่อขึ้นชั่งน้ำหนัก เพราะตัวเลขพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
หัวใจสำคัญของการกินเจคือการละเว้นเนื้อสัตว์ ทำให้ผู้ประกอบการมักนำ “แป้ง” “น้ำมัน” และ “โซเดียม” มาเป็นส่วนประกอบหลักเพื่อชูรสชาติให้อร่อย อิ่มท้อง และทดแทนเนื้อสัมผัสของเนื้อสัตว์ และนี่คือ 5 เมนูเจแคลอรีสูง ที่หลายคนนิยมกินแทนข้าวหรือกินเป็นของทานเล่นทุกวัน จนได้รับพลังงานเกินความต้องการโดยไม่รู้ตัว
เปิดเช็กลิสต์ 5 อาหารเจตัวแม่ “แคลพุ่ง” เสี่ยงอ้วนลงพุง
1. ผัดหมี่เจ / ผัดซีอิ๊วเจ (พลังงานประมาณ 450 - 550 กิโลแคลอรี / จาน)
ผัดหมี่เจถือเป็นเมนูยอดฮิตอันดับหนึ่งที่หาซื้อได้ง่ายที่สุด หลายคนเลือกกินแทนข้าวเพราะคิดว่าเป็นเมนูเส้นง่ายๆ แต่ความจริงแล้วเส้นหมี่เจมักผลิตจากแป้งสาลี และกระบวนการผัดต้องใช้น้ำมันปริมาณมากเพื่อไม่ให้เส้นติดกัน เมื่อบวกกับซีอิ๊ว ซอสปรุงรส และกะหล่ำปลีหรือผักที่ใช้น้ำมันผัดจนฉ่ำ ทำให้จานนี้มีทั้งคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวและไขมันสูงเทียบเท่ากับข้าวผัดจานใหญ่เลยทีเดียว
2. เผือกทอด / ไชเท้าทอด / ปอเปี๊ยะทอด (พลังงานประมาณ 400 - 500 กิโลแคลอรี / ชุด 5-6 ชิ้น)
ของทอดหน้าเขียงเจที่กลิ่นหอมเตะตาจนหลายคนอดใจไม่ไหว มักถูกซื้อมากินแกล้มระหว่างวันหรือกินแทนมื้ออาหาร เมนูเหล่านี้ประกอบด้วยผักผสมแป้งชุบแป้งทอดซ้ำในน้ำมันท่วม (Deep Frying) แป้งจะดูดซับน้ำมันไว้เต็มๆ แถมยังราดด้วยน้ำจิ้มบ๊วยหรือน้ำจิ้มถั่วที่มีปริมาณน้ำตาลสูงลิ่ว หากกินเพียงไม่กี่ชิ้น พลังงานที่ได้รับอาจสูงกว่าข้าวหน้าอกไก่หนึ่งจาน
3. โปรตีนเกษตรแปรรูปทอด / หมูกรอบเจ (พลังงานประมาณ 380 - 480 กิโลแคลอรี / 100 กรัม)
เลียนแบบเนื้อสัตว์ได้เหมือนจริงจนหลายคนติดใจ ทั้งหมูกรอบเจ กุนเชียงเจ หรือปลาเค็มเจ แต่สิ่งที่คุณกำลังทานอยู่นั้นคือ แป้งบวกแป้ง ที่ผ่านการเลียนแบบกลิ่นและรสชาติด้วยสารปรุงแต่ง โซเดียม และนำไปทอดกรอบในน้ำมัน หากทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ทุกวัน เท่ากับร่างกายได้รับทั้งแป้งซ้ำซ้อนและไขมันอิ่มตัวปริมาณมาก
4. ต้มจับฉ่ายเจ / ต้มกะหล่ำปลีเจ (พลังงานประมาณ 300 - 400 กิโลแคลอรี / ถ้วย)
ฟังดูเหมือนจะเป็นเมนูสุขภาพเพราะเต็มไปด้วยผักนานาชนิด แต่เคล็ดลับความอร่อยของต้มจับฉ่ายเจตามร้านทั่วไป คือการนำผักและเต้าหู้ไป ผัดกับน้ำมันปริมาณมากก่อน เพื่อให้ผักนุ่ม นัว และมีสีสันสวยงาม จากนั้นจึงนำไปเคี่ยว เมื่อสังเกตชั้นน้ำมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำซุป จะเห็นได้ทันทีว่าน้ำซุปถ้วยนี้ซ่อนพลังงานจากไขมันไว้สูงเกินคาด
5. ขนมหวานน้ำกะทิเจ / บัวลอยเจ (พลังงานประมาณ 300 - 400 กิโลแคลอรี / ถ้วย)
ปิดท้ายด้วยของหวานตบท้ายมื้ออาหารที่หลายคนมองข้าม เช่น บัวลอย ครองแครง หรือเต้าส่วนเจ ซึ่งใช้กะทิเป็นเบสหลัก กะทิเปี่ยมไปด้วยไขมันอิ่มตัว นำมาผสมกับแป้งทำตัวขนมและน้ำตาลทรายปริมาณสูง การกินขนมหวานกะทิหลังมื้ออาหารเจ จึงเท่ากับเป็นการเติมแคลอรีส่วนเกินเข้าสู่ร่างกายโดยตรง
ตารางเปรียบเทียบพลังงานและสารอาหารในเมนูเจยอดฮิต
เมนูเจยอดฮิต | พลังงานโดยประมาณ (kcal) | สารอาหารหลักที่ได้รับ | ข้อควรระวัง |
ผัดหมี่เจ | 450 - 550 | คาร์โบไฮเดรต, ไขมัน | น้ำมันเยิ้ม, แป้งสูง |
เผือกทอด / ไชเท้าทอด (1 ชุด) | 400 - 500 | ไขมัน, คาร์โบไฮเดรต | อมน้ำมัน, น้ำจิ้มหวานจัด |
โปรตีนเกษตร แปรรูปทอด (100g) | 380 - 480 | คาร์โบไฮเดรต, โซเดียม | ไขมันอิ่มตัว, โซเดียมสูง |
ต้มจับฉ่ายเจ (1 ถ้วย) | 300 - 400 | ใยอาหาร, ไขมัน | ผักผัดน้ำมันก่อนต้ม |
บัวลอยกะทิเจ (1 ถ้วย) | 300 - 400 | น้ำตาล, ไขมันอิ่มตัว | น้ำตาลสูง, ไขมันกะทิ |
3 เทคนิคกินเจอย่างไรให้อิ่มบุญ หุ่นไม่พัง สุขภาพดี
- เลือกกิน “พืชตระกูลถั่วและเต้าหู้สด” แทนเนื้อสัตว์แปรรูป เลือกกินเต้าหู้ขาว เต้าหู้เหลือง ต้ม/นึ่ง หรือถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง เพื่อให้ได้โปรตีนแท้ หลีกเลี่ยงโปรตีนเกษตรชุบแป้งทอด
- เน้นเมนู ต้ม นึ่ง ยำ แทนการผัดและทอด เปลี่ยนจากผัดหมี่น้ำมันฉ่ำมาเป็นแกงจืดเต้าหู้ผักกาดขาว แกงส้มเจ หรือยำเต้าหู้ย่าง เพื่อลดปริมาณน้ำมันดิบที่ร่างกายได้รับ
- คุมปริมาณแป้งและปรับสมดุลมื้ออาหาร สลับมาทานข้าวกล้องหรือข้าวไรซ์เบอร์รีคู่กับผักนึ่ง และลดการกินขนมหวานกะทิ เปลี่ยนเป็นผลไม้หวานน้อย เช่น ฝรั่ง แอปเปิล หรือแก้วมังกรแทน
การถือศีลกินเจจะส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง หากเราใส่ใจเลือกวัตถุดิบที่ไม่ผ่านการปรุงแต่งแป้งและน้ำมันจนเกินไป เพียงปรับเปลี่ยนเมนูเล็กน้อยในชีวิตประจำวัน ก็สามารถอิ่มใจ ได้บุญ และรักษารูปร่างให้ฟิตกระชับไปพร้อมกันได้อย่างยั่งยืน
ข้อมูลอ้างอิง


