ขนมไหว้พระจันทร์ แม้จะอร่อยและเป็นสัญลักษณ์มงคล แต่อุดมไปด้วยแป้ง น้ำตาล และไขมัน ซึ่งให้พลังงานสูงกว่าขนมทั่วไปมาก หากรับประทานอย่างไม่ระมัดระวังอาจส่งผลกระทบต่อปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะ 5 กลุ่มเสี่ยงต่อไปนี้ที่ต้องระวังเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีไขมันสูง ผู้ป่วยโรคไต ผู้ที่ต้องควบคุมน้ำหนัก หรือผู้สูงอายุ การรับประทานโดยไม่ระวังอาจส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลและความดันโลหิตได้ทันที
ขนมไหว้พระจันทร์ 1 ชิ้น แคลอรีพุ่ง 800 kcal 5 กลุ่มเสี่ยงควรรู้ก่อนกิน
ขนมไหว้พระจันทร์ขนาดมาตรฐาน 1 ชิ้น (166 กรัม) ให้พลังงานสูงถึง 700–800 กิโลแคลอรี เท่ากับข้าวผัดกะเพราไก่ไข่ดาว 1-2 จาน เนื่องจากส่วนผสมของแป้ง น้ำเชื่อม ไขมันสัตว์ และโซเดียมสูง เช็กแคลอรีไส้ขนมไหว้พระจันทร์ยอดฮิต
ส่วนผสมหลักอย่างน้ำตาล ไขมัน และโซเดียม ทำให้มี 5 กลุ่มเสี่ยงนี้ ต้องเพิ่มความระมัดระวัง
ผู้ป่วยเบาหวาน น้ำตาลในเลือดอาจพุ่งสูงฉับพลัน
โรคความดันและหัวใจ โซเดียมและไขมันอิ่มตัวจากไข่เค็มหรือมันหมูส่งผลต่อความดัน
โรคไต โซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสทำให้ไตทำงานหนัก
ผู้ที่มีภาวะโรคอ้วนหรือกำลังควบคุมน้ำหนัก อาจทำให้ไขมันสะสมจนน้ำหนักพุ่ง
ผู้สูงอายุและเด็กเล็ก เสี่ยงท้องอืด แน่นท้อง จากระบบย่อยที่ทำงานได้ลดลง
เคล็ดลับกินขนมไหว้พระจันทร์ให้อร่อยและดีต่อสุขภาพ
เทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ ใครที่ดูแลสุขภาพอยู่ไม่ต้องถึงขั้นงดกินขนมมงคล เพียงแค่ปรับเปลี่ยนวิธีทานเล็กน้อย โดยนำขนมมาหั่นแบ่งเป็น 4-8 ชิ้นเล็กๆ แล้วเลือกทานแค่วันละ 1-2 ชิ้นก็เพียงพอ หรือจะกินคู่กับ ชาร้อน ยังช่วยตัดความเลี่ยนได้ อีกทั้งการลดแป้งในมื้อหลักช่วยจำกัดปริมาณแคลอรีได้ดี
การเลือกและกินขนมไหว้พระจันทร์อย่างเหมาะสมโดยเฉพาะ5 กลุ่มเสี่ยงจะช่วยให้มีความสุขกับเทศกาลนี้ได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องสุขภาพและรูปร่าง แนะนำให้ลดแป้งในมื้อหลักช่วยจำกัดปริมาณแคลอรีได้ดี