เวลา 90 นาทีในร้านบุฟเฟต์อาจดูสั้นจนหลายคนเลือกที่จะสปีดกินอย่างเอาเป็นเอาตายตั้งแต่ 10 นาทีแรก ซึ่งมักจะจบลงด้วยอาการจุกและกินได้ไม่คุ้มค่า
การบริหารเวลา และลำดับการกินอย่างมีชั้นเชิงจะช่วยให้คุณอิ่มอร่อยกับเมนูพรีเมียมได้ครบแบบสบายๆ โดยไม่ต้องเร่งรีบจนเสียอรรถรสไทยรัฐออนไลน์จะมาแชร์ทริกการกินบุฟเฟต์ในเวลาจำกัดอย่างไร ให้ทันเวลา คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
อิ่มคุ้มสุดๆ บุฟเฟต์ 90 นาที กินอย่างไรให้ทันโดยไม่รีบ
สแกนเมนูและวางแผนตั้งแต่เดินเข้าร้าน
ก่อนจะพุ่งตัวไปตักทุกอย่างที่ขวางหน้า ให้ใช้เวลาสักสองสามนาทีแรกเดินสำรวจไลน์อาหารหรือเปิดเมนูดูให้ครบก่อน การทำแบบนี้จะช่วยให้รู้ว่าทีเด็ดของร้านอยู่ที่ไหน และสามารถล็อกเป้าหมายเมนูพรีเมียมที่อยากกินที่สุดได้โดยไม่ต้องเสียพื้นที่กระเพาะไปกับของกินเล่นทอดอมน้ำมันที่มักจะถูกวางดักหน้าไว้เพื่อตัดกำลังตั้งแต่เริ่ม
สั่งของสุกยากหรือเมนูพรีเมียมมาก่อน
ระหว่างรอเตาย่างร้อนหรือรอน้ำซุปเดือด ให้สั่งเนื้อสัตว์สไลซ์ ซีฟู้ด หรือเมนูที่ต้องใช้เวลาปรุงมาเสิร์ฟเตรียมไว้เลย หากที่ร้านมีซูชิ ซาชิมิ หรือของกินเล่นที่ทำสำเร็จรูป ให้สั่งมาทานรองท้องเบาๆ ระหว่างรอของสดบนเตาสุก วิธีนี้จะทำให้การกินลื่นไหลไม่มีช่วงเดดแอร์ให้ต้องมานั่งมองเตาเปล่าๆ กันเฉยๆ
บริหารพื้นที่เตาและกระทะอย่างชาญฉลาด
ข้อผิดพลาดคลาสสิก คือ การเททุกอย่างลงไปในหม้อพร้อมกันจนอุณหภูมิน้ำซุปดรอป หรือย่างเนื้อจนเบียดล้นเตา ควรทยอยใส่เนื้อสัตว์และผักในปริมาณที่พอดี เพื่อให้อุณหภูมิของเตาคงที่ เนื้อจะสุกไว ได้ความนุ่มชุ่มฉ่ำ และประหยัดเวลาได้มากกว่าการต้มนานๆ จนเนื้อหดเหนียวเคี้ยวไม่ออก
พักเบรกด้วยน้ำจิ้มรสจัด และของเปรี้ยว
เมื่อกินไปได้สักระยะจนเริ่มรู้สึกเลี่ยน อย่าเพิ่งรีบยอมแพ้วางตะเกียบ ลองเปลี่ยนรสชาติน้ำจิ้มให้แซ่บขึ้น หรือหาเมนูที่มีรสเปรี้ยวเผ็ดอย่างยำ ส้มตำ หรือกิมจิมากินตัดเลี่ยน ความเปรี้ยวจะช่วยรีเซ็ตต่อมรับรสและลดความมันจากไขมันเนื้อสัตว์ ทำให้ร่างกายพร้อมที่จะลุยต่อสเต็ปถัดไปได้สบายๆ
เผื่อเวลา 15 นาทีสุดท้ายไว้คลูดาวน์
ตั้งนาฬิกาเตือนตัวเองไว้เมื่อเหลือเวลา 15 นาทีสุดท้าย ช่วงเวลานี้คือช่วงสำหรับหยุดสั่งของคาว และเปลี่ยนโหมดมาที่ของหวาน ผลไม้ หรือไอศกรีมเพื่อล้างปาก การเผื่อเวลาไว้คลูดาวน์จะช่วยให้คุณได้เพลิดเพลินกับของหวานอย่างเต็มที่ ไม่ต้องลุกลี้ลุกลนรีบยัดของกินเข้าปากตอนที่พนักงานเดินมาแจ้งหมดเวลา
การกินบุฟเฟต์ให้อิ่มคุ้มไม่ใช่การแข่งขันกินจุเพื่อทำลายสถิติ แต่คือศิลปะการจัดสรรเวลาและเลือกเมนูที่ทำให้มีความสุขที่สุดตลอดชั่วโมงครึ่ง เมื่อบริหารเวลาดีๆ ก็จะได้ลิ้มรสทุกอย่างที่อยากกินแบบชิลๆ