ช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ทีไร หลายบ้านมักจะประสบปัญหาเดียวกัน นั่นคือ "ขนมไหว้พระจันทร์เต็มบ้าน" กินเท่าไหร่ก็ไม่หมดสักที! พอตั้งทิ้งไว้นานวันเข้า แป้งที่เคยนุ่มก็เริ่มแห้งแข็ง ไส้ที่เคยหอมหวานฉ่ำก็เริ่มกระด้างจนเสียรสชาติ แต่ไม่ต้องตกใจไป ทีมไลฟ์สไตล์ไทยรัฐออนไลน์มีเคล็ดลับง่ายๆ ในการถนอมและเก็บรักษาขนมไหว้พระจันทร์ให้อยู่ได้นานขึ้น โดยที่เนื้อสัมผัสและรสชาติยังอร่อยเป๊ะเหมือนวันแรกที่ซื้อมา!
รู้จักประเภทขนมก่อนเก็บ เพื่อรสชาติที่ไม่เปลี่ยน
ขนมไหว้พระจันทร์แต่ละประเภทมีความชื้น ส่วนผสม และวัตถุดิบที่แตกต่างกัน ดังนั้น วิธีการเก็บรักษาจึงไม่เหมือนกันเลย หากเก็บผิดวิธีนอกจากจะทำให้ขนมไม่อร่อยแล้ว ยังอาจทำให้เกิดราได้ง่ายอีกด้วย
1. ขนมไหว้พระจันทร์สูตรอบโบราณ (ไส้ทุเรียน, เม็ดบัว, ถั่วแดง, ไข่เค็ม)
ขนมประเภทนี้ส่วนใหญ่จะผ่านการอบจนสุกดี และมีน้ำมันจากไส้คอยซึมออกมาทำให้แป้งนุ่มขึ้น (เรียกว่าการ "คืนน้ำมัน")
- หากยังไม่แกะบรรจุภัณฑ์: สามารถวางไว้ที่ อุณหภูมิห้อง ในที่แห้ง หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อน ได้นานประมาณ 1-2 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับวันหมดอายุบนซอง)
- หากตัดกินแล้วเหลือ: ให้ห่อด้วยพลาสติกถนอมอาหาร (Plastic Wrap) ให้แนบสนิททีละชิ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เนื้อขนมสัมผัสอากาศ จากนั้นใส่ในกล่องถนอมอาหารปิดฝามิดชิด แล้วนำเข้า ช่องแช่เย็นธรรมดา จะเก็บได้นานขึ้นอีก 1-2 สัปดาห์
2. ขนมไหว้พระจันทร์สูตรบัวหิมะ
แป้งนุ่มเหนียว ไม่ผ่านการอบ ขนมชนิดนี้ไวต่ออุณหภูมิมาก หากวางไว้ข้างนอกแป้งจะเหลวและเสียได้ง่าย
- การเก็บรักษา: ต้องแช่เย็นตลอดเวลา โดยใส่กล่องปิดฝาสนิท เก็บในช่องแช่เย็นธรรมดาได้ประมาณ 3-5 วัน หากต้องการเก็บนานกว่านั้น ให้เก็บในช่องแข็ง ซึ่งจะอยู่ได้นานถึง 1 เดือน เวลาจะทานเหลือนำออกมาคลายเย็นในตู้เย็นช่องธรรมดาก่อนสักครู่
3. ขนมไหว้พระจันทร์ไส้คัสตาร์ด หรือไส้ลาวา
มีส่วนผสมของนม เนย และไข่สูง ซึ่งเสียได้ง่ายกว่าไส้ถั่วหรือไส้ผลไม้เชื่อม
- การเก็บรักษา: แนะนำให้เก็บใน ตู้เย็นช่องธรรมดา ทันทีหลังจากซื้อมา (หรือหลังจากตัดทาน) เก็บได้ประมาณ 3-7 วัน เวลาทานนำมาอุ่นร้อนเล็กน้อย ไส้จะกลับมาฉ่ำเยิ้มเหมือนเดิม
ตารางสรุป ระยะเวลาและวิธีเก็บขนมไหว้พระจันทร์
ประเภทขนม | อุณหภูมิห้อง | ช่องแช่เย็น (0-4°C) | ช่องฟรีซ (-18°C) |
สูตรอบโบราณ | 7 - 14 วัน | 2 - 3 สัปดาห์ | 1 - 2 เดือน |
สูตรบัวหิมะ | ห้ามวางทิ้งไว้ | 3 - 5 วัน | 1 เดือน |
สูตรคัสตาร์ด/ลาวา | 1 - 2 วัน | 5 - 7 วัน | 1 เดือน |
เทคนิคอุ่นขนมไหว้พระจันทร์ให้อร่อย นุ่มฉ่ำ เหมือนเพิ่งออกจากเตา
หลายคนนำขนมออกมาจากตู้เย็นแล้วทานทันที ทำให้รู้สึกว่าแป้งแข็งและแห้ง ลองใช้เทคนิคการอุ่นง่ายๆ เหล่านี้ดู
อุ่นด้วยไมโครเวฟ (วิธีที่ง่ายที่สุด)
- นำขนมวางบนจานที่เข้าเวฟได้ วางแก้วน้ำเล็กๆ (ที่มีน้ำเปล่า) ไว้ข้างๆ จาน ใช้ความร้อนต่ำ-กลาง (ประมาณ 400-600 วัตต์) เวฟเพียง 10 - 15 วินาที เท่านั้น ไอระเหยจากน้ำจะช่วยให้แป้งนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งแข็ง
- เคล็ดลับสำหรับไส้ลาวา: อุ่นด้วยไมโครเวฟความร้อนต่ำประมาณ 10 วินาที ไส้คัสตาร์ดจะละลายเยิ้มกำลังดี หอมนุ่มน่าทานสุดๆ
อุ่นด้วยหม้อทอดไร้น้ำมัน (Air Fryer) หรือเตาอบ:
- หากต้องการให้แป้งด้านนอกมีความกรอบนิดๆ แต่ไส้ข้างในยังนุ่ม ใช้อุณหภูมิ 150 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 2 - 3 นาที (แนะนำให้พรมน้ำบางๆ ที่เปลือกแป้งก่อนนำเข้าอบเล็กน้อย)
การเก็บขนมไหว้พระจันทร์กินไม่หมดไม่ยากอย่างที่คิด หัวใจสำคัญคือ "การป้องกันไม่ให้ขนมสัมผัสกับอากาศและความชื้นในตู้เย็นโดยตรง" เพียงแค่ห่อพลาสติกถนอมอาหารให้แน่นหนา ใส่กล่องสุญญากาศ แล้วเลือกแช่ในอุณหภูมิที่เหมาะสม เพียงเท่านี้เราก็จะมีขนมไหว้พระจันทร์อร่อยๆ ไว้ทยอยทานได้ยาวนาน โดยไม่ต้องกลัวแป้งแข็งกระด้างหรือเสียรสชาติแล้ว
ข้อมูลอ้างอิง: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข, US Department of Agriculture (USDA)