ใครที่มีปัญหาพุงป่อง ขับถ่ายยาก แถมส่องกระจกทีไรก็รู้สึกว่าผิวพรรณหมองคล้ำดูไม่สดใส รู้หรือไม่ว่าต้นเหตุอาจมาจากระบบลำไส้ที่ทำงานไม่ปกติ เมื่อของเสียสะสมอยู่ในร่างกายนานเกินไป ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อผิวพรรณ ทำให้เกิดสิว และผิวหมองคล้ำ การลงทุนซื้ออาหารเสริมหรือสกินแคร์ราคาแพงอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป หากเรายังไม่แก้ปัญหาจากภายใน
วิธีแก้ที่ตรงจุด ยั่งยืน และคุ้มค่าที่สุด คือการเติม "โปรไบโอติกส์" หรือแบคทีเรียชนิดดีเข้าไปปรับสมดุลลำไส้ผ่านอาหารที่เรากินในชีวิตประจำวัน ไทยรัฐออนไลน์ จึงขอพามารู้จัก 5 อาหารหมักจากธรรมชาติที่หาซื้อง่าย จ่ายในราคาหลักสิบ แต่ให้คุณภาพและประโยชน์ต่อร่างกายระดับหลักพัน ที่สื่อถึงคำว่า "กินคุ้ม" ได้อย่างแท้จริง
รวมอาหารหมักจากธรรมชาติ ราคาประหยัด
- โยเกิร์ตรสธรรมชาติ
ไอเทมเบสิกที่หาซื้อง่ายที่สุด จ่ายเงินเพียง 15 ถึง 25 บาทต่อถ้วย แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือจุลินทรีย์สายพันธุ์ดีนับล้านตัว พร้อมแคลเซียมและโปรตีนเน้นๆ ที่ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ทันทีเมื่อกินเป็นประจำ
หากใครต้องการความคุ้มค่าเรื่องสัดส่วนโปรตีนที่สูงกว่าเดิมเท่าตัว ลองขยับไปเลือกกรีกโยเกิร์ตในราคาประมาณ 25 ถึง 35 บาท ซึ่งได้ทั้งความอิ่มท้องนาน ได้จุลินทรีย์เข้มข้น และช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานลื่นไหล ส่งผลให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งแจ่มใส ถือเป็นเงินสิบกว่าบาทที่ลงทุนกับสุขภาพได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
- คีเฟอร์
หากรู้สึกว่าโยเกิร์ตธรรมดายังเอาลำไส้ไม่อยู่ ขอแนะนำให้ขยับมาลองดื่มคีเฟอร์ ราคาขวดหนึ่งตกอยู่ที่ประมาณ 50 ถึง 80 บาท แบ่งดื่มได้ 2 ครั้ง ตกมื้อละยี่สิบกว่าบาท
แม้ราคาจะสูงกว่าโยเกิร์ตเล็กน้อย แต่ความคุ้มค่าคือคีเฟอร์มีสายพันธุ์ของโปรไบโอติกส์และยีสต์ที่มีประโยชน์หลากหลายและเข้มข้นกว่าโยเกิร์ตหลายเท่าตัว มันสามารถลงไปปราบแบคทีเรียตัวร้ายในลำไส้ได้อย่างราบคาบ เหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาท้องผูกเรื้อรังหรือมีสิวอักเสบที่รักษาไม่หาย การลงทุนกับคีเฟอร์จึงเหมือนการส่งกองทัพจุลินทรีย์ชั้นยอดเข้าไปรีโนเวตระบบภายในใหม่ทั้งหมด
- กิมจิ
กิมจิซองเล็กในร้านสะดวกซื้อราคาเพียง 30 ถึง 45 บาท แต่คุณภาพข้างในเทียบเท่าซูเปอร์ฟู้ด เพราะได้ทั้งไฟเบอร์จากผักกาดขาวและวิตามินเอ วิตามินซี รวมถึงกรดแลกติกจากกระบวนการหมักดองธรรมชาติ
จุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัสในกิมจิจะทำหน้าที่เหมือนแม่บ้านคอยกวาดล้างของเสียตกค้างในลำไส้ ลดการสะสมของสารพิษในร่างกายซึ่งเป็นต้นเหตุของสิวอักเสบ การจ่ายเงินสี่สิบบาทแลกกับมื้ออาหารที่ได้ทั้งรสชาติอร่อย ได้ไฟเบอร์สูง และได้ดีท็อกซ์ผิวไปในตัว จึงคุ้มค่ากว่าการซื้อคอร์สดีท็อกซ์ราคาแพงหลายเท่าตัว
- คอมบูชา
หากกำลังมองหาเครื่องดื่มที่ทั้งอร่อย สดชื่น และมีประโยชน์ คอมบูชาคือคำตอบ ชาหมักขนาดขวดพร้อมดื่มราคาวางขายทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 35 ถึง 50 บาท แม้ราคาอาจดูสูงกว่านมหรือน้ำหวานทั่วไปเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับคุณภาพที่ได้ ถือว่าคุ้มค่าเงินทุกบาท
เพราะในหนึ่งขวดเต็มไปด้วยจุลินทรีย์โปรไบโอติกส์ กรดออร์แกนิก และสารต้านอนุมูลอิสระจากชาเขียวหรือชาดำ ช่วยกระตุ้นระบบย่อยอาหาร รักษาสมดุลกรดในกระเพาะ และช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวให้สดใสชะลอวัย การเปลี่ยนจากชานมหวานเจี๊ยวแก้วละเกือบสิบบาทมาเป็นคอมบูชาขวดนี้ จึงเป็นการจ่ายที่คุ้มต่อทั้งสุขภาพและผิวพรรณอย่างแท้จริง
- ข้าวหมาก
ของดีประจำชาติราคาประหยัดที่สุด เพียงห่อละ 15 ถึง 20 บาทเท่านั้น แต่คุณค่าทางโภชนาการสูงเกินราคาไปมาก ข้าวหมากเกิดจากการหมักข้าวเหนียวด้วยลูกแป้งตามธรรมชาติ ได้ทั้งยีสต์และจุลินทรีย์โปรไบโอติกส์สายพันธุ์ท้องถิ่นที่เหมาะกับคนไทย ช่วยย่อยอาหาร กระตุ้นลำไส้ให้บีบตัวดี และช่วยให้ร่างกายดูดซึมวิตามินบีได้ดียิ่งขึ้น ถือเป็นของหวานไทยโบราณที่ให้พลังงานสะอาด ย่อยง่าย สบายท้อง จ่ายเงินไม่ถึงยี่สิบบาทแต่ได้ประโยชน์ดูแลลำไส้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย
- นัตโตะ
ถั่วเน่าญี่ปุ่นราคาแพ็กละประมาณ 35 ถึง 45 บาท ซึ่งปกติในหนึ่งแพ็กจะมีถึง 3 กล่องเล็ก เท่ากับว่าตกกล่องละประมาณ 12 ถึง 15 บาทเท่านั้น แต่ประโยชน์ที่ได้นั้นมหาศาล เพราะนัตโตะอัดแน่นไปด้วยแบคทีเรีย บาซิลลัส ซับทิลิส ที่ทนทานต่อกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้จุลินทรีย์เดินทางไปถึงลำไส้ได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งยังมีเอนไซม์นัตโตะไคเนสที่ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนโลหิต และวิตามินเค 2 ที่ช่วยให้ผิวพรรณยืดหยุ่น การจ่ายเงินมื้อละสิบกว่าบาทแล้วได้คุณค่าโภชนาการระดับตำนานสุขภาพของญี่ปุ่น ถือเป็นทางเลือกกินคุ้มที่สร้างความแข็งแรงให้ร่างกายตั้งแต่หัวจรดเท้า
- เทมเป้
ใครที่กำลังลดน้ำหนักและอยากผิวสวยไปพร้อมกัน เทมเป้คือสิ่งที่ต้องมีติดบ้าน นี่คือถั่วเหลืองหมักสไตล์อินโดนีเซียที่อัดแน่นไปด้วยโปรตีนและไฟเบอร์ ราคาต่อก้อนอยู่ที่ประมาณ 35 ถึง 50 บาท
ซึ่งหนึ่งก้อนสามารถแบ่งกินได้ 2-3 มื้อ ตกมื้อละสิบกว่าบาทเท่านั้น ความคุ้มค่าคือกระบวนการหมักจะช่วยย่อยสลายกรดไฟติกในถั่ว ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ง่ายขึ้น แถมยังอุดมไปด้วยพรีไบโอติกส์ที่เป็นอาหารชั้นดีของจุลินทรีย์ในลำไส้ กินแล้วอิ่มนาน ขับถ่ายคล่อง ผิวพรรณกระชับเต่งตึง จ่ายเงินแค่หลักสิบแต่ได้คุณค่าเทียบเท่าโปรตีนราคาแพง
- แอปเปิลไซเดอร์
น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล หรือที่เรียกกันติดปากว่า ACV อาจจะดูเหมือนราคาเริ่มต้นสูง เพราะขวดหนึ่งตกอยู่ที่ 200 ถึง 300 บาท แต่เดี๋ยวก่อน วิธีการกินคือผสมน้ำเปล่าเพียงแค่ 1-2 ช้อนชาต่อวันเท่านั้น เท่ากับว่าขวดหนึ่งสามารถกินได้นานหลายเดือน หารออกมาแล้วตกมื้อละ 2-3 บาทเท่านั้นเอง
สิ่งที่ร่างกายจะได้รับคือเอนไซม์และแบคทีเรียตัวดีที่เรียกว่า "The Mother" ช่วยปรับสมดุลกรดในกระเพาะอาหาร ลดการเหวี่ยงของน้ำตาลในเลือด และกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานอย่างเป็นระบบ เมื่อของเสียไม่สะสม ผิวหน้าก็จะลดการเกิดสิวและดูสว่างใสขึ้น เป็นการจ่ายเงินหลักร้อยที่ดูแลสุขภาพได้คุ้มค่ายาวนานข้ามฤดูกาล
- มิโซะ
เปลี่ยนจากการซดน้ำซุปผงชูรส มาเป็นการทำซุปมิโซะร้อนๆ รับประทานเอง มิโซะกระปุกหนึ่งราคาประมาณ 100 ถึง 150 บาท สามารถตักทำซุปได้มากกว่า 20 ถ้วย เฉลี่ยแล้วตกถ้วยละไม่ถึง 5 บาท
มิโซะทำจากการหมักถั่วเหลืองด้วยเชื้อราโคจิ ซึ่งเต็มไปด้วยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ วิตามินบี และสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากการถูกทำลาย ทริกความคุ้มคือห้ามต้มมิโซะในน้ำที่เดือดจัดจนเกินไป เพราะจุลินทรีย์ตัวดีจะตายหมด เพียงแค่ละลายในน้ำอุ่นๆ ใส่เต้าหู้กับสาหร่ายเพิ่มลงไป ก็ได้ซุปกู้ลำไส้ในราคาที่ถูกกว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสียอีก
การมีตัวเลือกอาหารหมักดองที่หลากหลาย จะช่วยให้เราสามารถหมุนเวียนเมนูดูแลสุขภาพได้ไม่น่าเบื่อ เมื่อลำไส้ได้รับจุลินทรีย์หลากหลายสายพันธุ์ ระบบนิเวศภายในร่างกายก็จะสมดุลและแข็งแรงที่สุด ทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายไปกับซูเปอร์ฟู้ดเหล่านี้ จะสะท้อนกลับมาเป็นรูปร่างที่สมส่วน ผิวพรรณที่ดูอ่อนวัย และสุขภาพที่แข็งแรงอย่างประเมินค่าไม่ได้เลยทีเดียว
การดูแลสุขภาพและผิวพรรณไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเราจ่ายเงินไปมากเท่าไร แต่อยู่ที่ว่าเราเลือกกินสิ่งที่มีคุณภาพและตรงจุดแค่ไหน อาหารหมักจากธรรมชาติทั้ง 9 ชนิดนี้ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เพียงแค่เลือกมิกซ์แอนด์แมตช์ใส่ในมื้ออาหารในงบสบายกระเป๋า ก็สามารถเปลี่ยนเงินหลักสิบให้กลายเป็นคุณประโยชน์หลักพัน เพื่อลำไส้ที่แข็งแรงและผิวพรรณที่สดใสได้อย่างยั่งยืน