ข้าวโพดไม่ได้มีแค่สีเหลือง กับสีขาว ที่เห็นคุ้นตากันทั่วไป แต่ยังมี สีม่วง สีแดง สีส้ม และหลากสีในฝักเดียว ซึ่งแต่ละสีบอกถึงคุณค่าทางโภชนาการที่แตกต่างกัน วันนี้ไทยรัฐออนไลน์จะพาไปส่องประโยชน์ของแต่ละเม็ดสีในข้าวโพด

ข้าวโพดมีกี่สี? ส่องความต่างของเมล็ดหลากสีกับประโยชน์ทางโภชนาการ

“ข้าวโพด” ถือเป็นหนึ่งในพืชธัญญาหารยอดนิยมที่คนไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี ภาพจำของคนส่วนใหญ่มักนึกถึงข้าวโพดต้มสีเหลืองอร่าม หรือข้าวโพดข้าวเหนียวสีขาวนวล แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตามหลักพฤกษศาสตร์และการพัฒนาสายพันธุ์ ข้าวโพดมีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูง ทำให้เกิดสีสันที่แตกต่างกันไปตามชนิดของเม็ดสีพืช (Pigment) ที่สะสมอยู่ภายในเมล็ด

จากการรวบรวมข้อมูลทางโภชนาการและการเกษตร ข้าวโพดที่พบได้ทั่วไปในปัจจุบันสามารถแบ่งออกตามกลุ่มสีหลักๆ ได้ดังนี้

1. ข้าวโพดสีเหลือง (Yellow Corn) เป็นกลุ่มที่พบได้แพร่หลายที่สุด เช่น ข้าวโพดหวาน (Sweet Corn)

  • เม็ดสีหลัก ลูทีน (Lutein) และ ซีแซนทีน (Zeaxanthin) ซึ่งเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์
  • ประโยชน์สำคัญ สารอาหารในกลุ่มนี้มีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา กรองแสงสีฟ้า และลดความเสี่ยงการเกิดโรคจอประสาทตาเสื่อมตามวัย รวมถึงมีวิตามินเอสูง

2. ข้าวโพดสีขาว (White Corn) มักพบในกลุ่มข้าวโพดข้าวเหนียว หรือข้าวโพดเทียน มีเนื้อสัมผัสเหนียวนุ่ม

  • เม็ดสีหลัก มีปริมาณเม็ดสีแคโรทีนอยด์น้อยกว่าสีเหลือง ทำให้เมล็ดมีสีขาวโปร่งหรือขาวขุ่น
  • ประโยชน์สำคัญ ให้พลังงานจากคาร์โบไฮเดรตสูง มีคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่ย่อยง่าย อุดมไปด้วยใยอาหาร (Fiber) ช่วยในการทำงานของระบบขับถ่าย แต่จะมีสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มสียอดฮิตน้อยกว่าสีอื่น

3. ข้าวโพดสีม่วงและสีน้ำเงิน (Purple & Blue Corn) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภคที่ใส่ใจสุขภาพ

  • เม็ดสีหลัก แอนโทไซยานิน (Anthocyanin)
  • ประโยชน์สำคัญ สารแอนโทไซยานินเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูง มีส่วนช่วยในการต้านการอักเสบ ชะลอความเสื่อมของเซลล์ ช่วยในการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต และช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

4. ข้าวโพดสีแดงและสีส้ม (Red & Orange Corn) มักเป็นสายพันธุ์พื้นเมืองหรือสายพันธุ์ปรับปรุงเพื่อเพิ่มคุณค่าทางอาหาร

  • เม็ดสีหลัก เบต้าแคโรทีน (Beta-Carotene) ร่วมกับแอนโทไซยานินในปริมาณเข้มข้น
  • ประโยชน์สำคัญ เบต้าแคโรทีนจะถูกร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ช่วยบำรุงผิวพรรณ เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และต้านสารอนุมูลอิสระที่เป็นสาเหตุของความเสื่อมในร่างกาย

5. ข้าวโพดอัญมณี หรือ ข้าวโพดแฟนซี (Glass Gem Corn)

ข้าวโพดที่มีหลายสีรวมอยู่ในฝักเดียวกัน เช่น ชมพู เขียว ฟ้า ส้ม เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์พื้นเมืองเพื่ออนุรักษ์พันธุกรรม สีสันที่แตกต่างในแต่ละเมล็ดเกิดจากการแสดงออกของยีนเม็ดสีที่หลากหลาย แม้จะรับประทานได้ แต่ส่วนใหญ่นิยมนำไปแปรรูปเป็นแป้ง แปรรูปเป็นป๊อปคอร์น หรือใช้นำมาประดับตกแต่ง

ย้อนประวัติศาสตร์ ของข้าวโพดหลากสีสัน

หากย้อนดูประวัติศาสตร์ ข้าวโพดมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้และอเมริกากลาง โดยชนพื้นเมืองได้คัดเลือกสายพันธุ์และเพาะปลูกมานานหลายพันปี ข้าวโพดดั้งเดิมจึงมีความหลากหลายทางสีสันอยู่แล้ว การที่สังคมยุคปัจจุบันเห็นข้าวโพดสีเหลืองหรือขาวเป็นหลัก เกิดจากการคัดเลือกสายพันธุ์เชิงอุตสาหกรรมที่เน้นความหวาน รสสัมผัส และปริมาณผลผลิต ก่อนที่กระแสสุขภาพยุคใหม่จะดึงเอาข้าวโพดหลากสีกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง

คำถามที่ว่า “ข้าวโพดมีกี่สี” คำตอบคือมีหลากหลายสีสัน ตั้งแต่เหลือง ขาว ม่วง แดง ส้ม ไปจนถึงหลากสีในฝักเดียว โดยแต่ละสีจะแตกต่างกันที่ประเภทของ “สารต้านอนุมูลอิสระ” และ “คุณค่าทางโภชนาการ” การเลือกรับประทานข้าวโพดให้หลากหลายจะช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ทั้งนี้ควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมร่วมกับอาหารประเภทอื่นเพื่อให้ได้สารอาหารสัดส่วนที่สมดุล