นมหมดอายุ 1 วันยังกินได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับประเภทของนมและการเก็บรักษา หากเป็นข้อความ "ควรบริโภคก่อน" (BBF) และเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม อาจยังดื่มได้โดยต้องเช็กกลิ่นและสีให้ชัวร์ก่อนดื่มเสมอ

หลายคนมักเกิดความเสียดายเมื่อเปิดตู้เย็นแล้วพบว่า "นมสด" หรือ "นมกล่อง" ที่ซื้อมา มีวันที่ระบุบนฉลากเลยกำหนดไปเพียงแค่ 1 วัน คำถามที่ตามมาคือ นมหมดอายุ 1 วัน ยังกินได้ไหม? หรือจำเป็นต้องทิ้งทันทีเพื่อความปลอดภัย

ตามหลักโภชนาการและวิทยาศาสตร์ทางอาหาร การตัดสินใจว่านมที่เลยกำหนดเวลา 1 วันยังสามารถบริโภคได้หรือไม่นั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขบนฉลากเพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาจาก "ประเภทของฉลาก" "กระบวนการผลิตนม" และ "อุณหภูมิในการเก็บรักษา" ร่วมด้วย

ทำความเข้าใจความต่างของ EXP และ BBF บนฉลากนม

ก่อนตัดสินใจดื่มนมที่เลยวันที่กำหนด สิ่งแรกที่ต้องตรวจสอบคือคำย่อบนฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีความหมายแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

  • EXP หรือ Expiry Date (วันหมดอายุ) หมายถึง วันที่สุดท้ายที่อาหารจะมีคุณภาพและปลอดภัยในการบริโภค หลังจากวันที่ระบุนี้ไปแล้ว ไม่ควรนำมารับประทานหรือดื่มต่อเด็ดขาด แม้รูปลักษณ์ภายนอกจะยังดูเป็นปกติก็ตาม
  • BBF หรือ Best Before Date (ควรบริโภคก่อน) หมายถึง อาหารจะมีคุณภาพ รสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการที่ดีเยี่ยมที่สุดจนถึงวันที่ระบุ หลังจากนั้น คุณภาพหรือกลิ่นรสอาจลดลงบ้าง แต่หากเก็บรักษาอย่างถูกต้องในอุณหภูมิที่เหมาะสม ก็ยังสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ระบุว่า การทำความเข้าใจฉลากอาหารอย่างถูกต้อง จะช่วยให้ผู้บริโภคปลอดภัยจากโรคระบบทางเดินอาหาร และช่วยลดปัญหาขยะอาหาร (Food Waste) ได้อีกทางหนึ่ง

...

นมแต่ละประเภท เมื่อเลยกำหนด 1 วัน ดื่มต่อได้หรือไม่?

เนื่องจากกระบวนการฆ่าเชื้อของนมแต่ละชนิดแตกต่างกัน ความคงทนหลังเลยกำหนดวันที่บนฉลากจึงไม่เท่ากัน

1. นมพาสเจอร์ไรส์ (Pasteurized Milk)

นมชนิดนี้ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยความร้อนต่ำเพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการและรสชาติให้ใกล้เคียงนมโคสดมากที่สุด จึงมักใช้ฉลากแบบ "วันหมดอายุ (EXP)" และจำเป็นต้องเก็บในตู้เย็นอุณหภูมิไม่เกิน 4 องศาเซลเซียสอยู่เสมอ หากนมพาสเจอร์ไรส์เลยวันหมดอายุไปแล้วแม้แต่ 1 วัน มีความเสี่ยงสูงที่จุลินทรีย์ในนมจะเจริญเติบโตจนทำให้เกิดอาการท้องเสียหรืออาหารเป็นพิษ จึงไม่แนะนำให้ดื่มต่อ

2. นมยูเอชที (UHT) และนมสเตอริไลซ์ (Sterilized Milk)

นมทั้งสองชนิดผ่านความร้อนสูงเพื่อทำลายจุลินทรีย์และสปอร์ทั้งหมด ทำให้สามารถเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องได้นานหลายเดือนโดยไม่ต้องแช่เย็น (หากยังไม่เปิดกล่อง) และมักใช้ฉลากแบบ "ควรบริโภคก่อน (BBF)" ดังนั้น หากนม UHT เลยกำหนด BBF ไปเพียง 1 วัน และกล่องหรือกระป๋องยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่บวม ไม่รั่วซึม และเก็บในที่เย็นไม่อับชื้น โดยทั่วไปยังสามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย เพียงแต่คุณสมบัติบางอย่างเช่นความหอมมันอาจลดลงเล็กน้อย

หมายเหตุ หากเป็นนม UHT หรือนมพาสเจอร์ไรส์ที่ "เปิดกล่องหรือเปิดขวดแล้ว" ควรดื่มให้หมดภายใน 3–5 วัน ไม่ว่าจะถึงวันที่ระบุบนฉลากหรือไม่ก็ตาม

แนะนำ 3 วิธีเช็ก "นมเสีย" ด้วยตัวเองตามหลักสุขลักษณะ

แม้จะเป็นนมที่ใช้ฉลาก BBF และเพิ่งเลยกำหนดมาเพียง 1 วัน แต่เพื่อให้มั่นใจที่สุด ควรตรวจสอบคุณภาพของนมด้วยตัวเองทุกครั้งก่อนดื่ม ตามขั้นตอนดังนี้

1. การมองเห็น
เทนมลงในแก้วใส สังเกตลักษณะทางกายภาพ นมที่ดีต้องเป็นของเหลวเนื้อเดียวกัน หากพบว่านมจับตัวเป็นก้อน เป็นเมือก แยกชั้นอย่างชัดเจน หรือสีเปลี่ยนไปจากเดิม แสดงว่านมเสียแล้ว

2. การดมกลิ่น
นมสดปกติจะมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว หากเปิดออกมาแล้วได้กลิ่นเปรี้ยว กลิ่นบูด หรือกลิ่นเหม็นอับ ให้ทิ้งทันทีโดยไม่ต้องชิม

3. การชิมรส
หากการมองเห็นและการดมกลิ่นยังปกติ ให้ลองแตะชิมเพียงเล็กน้อย (ประมาณปลายช้อน) หากพบรสเปรี้ยว รสเฝื่อน หรือความขมผิดปกติ ห้ามกลืนและบ้วนทิ้งทันที

โรคระบบทางเดินอาหารและอาการท้องร่วงส่วนใหญ่มักเกิดจากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่มีการปนเปื้อนของแบคทีเรียที่เติบโตจากการเก็บรักษาที่ไม่เหมาะสม ดังนั้น การพิจารณาวันที่บนฉลากจึงเป็นเพียงด่านแรก โดยต้องควบคู่ไปกับการพิจารณาสภาพจริงของผลิตภัณฑ์เสมอ 

สำหรับผู้บริโภคแล้ว หากตรวจสอบตามขั้นตอนทั้งหมดแล้วยังรู้สึกไม่มั่นใจในกลิ่น รสชาติ หรือวิธีการเก็บรักษาที่ผ่านมา การเลือกทิ้งผลิตภัณฑ์นั้นไปคือแนวทางที่ปลอดภัยที่สุดต่อสุขภาพ