ทุกวันนี้ "นมโอ๊ต" กลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนรักสุขภาพ หลายคนหันมาเลือกดื่มแทน "นมวัว" เพราะเชื่อว่าย่อยง่าย แคลอรีต่ำ และดีต่อร่างกาย แต่ในความเป็นจริงแล้ว นมทั้งสองชนิดมีคุณค่าทางโภชนาการต่างกัน การเลือกดื่มจึงขึ้นอยู่กับสุขภาพและความต้องการของแต่ละคน
ข้อดีของ "นมโอ๊ต" ทางเลือกสุขภาพของคนแพ้แลคโตส
นมโอ๊ต คือ นมที่ผลิตจากข้าวโอ๊ต จึงไม่มีแลคโตสและไม่มีโปรตีนนมวัว เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการแพ้นมวัว หรือผู้ที่ย่อยน้ำตาลแลคโตสไม่ได้ ดื่มแล้วไม่ทำให้ท้องอืดหรือปวดท้องเหมือนการดื่มนมวัวในบางคน
นอกจากนี้ นมโอ๊ตมีไขมันอิ่มตัวต่ำและไม่มีคอเลสเตอรอล อีกทั้งยังมีใยอาหารชนิดเบต้ากลูแคน ซึ่งเป็นใยอาหารที่มีส่วนช่วยดูแลสุขภาพหัวใจเมื่อรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม
แต่นมโอ๊ตส่วนใหญ่มีโปรตีนน้อยกว่านมวัวมาก และบางยี่ห้ออาจเติมน้ำตาลหรือสารปรุงแต่งรสชาติ จึงควรเลือกสูตร ไม่เติมน้ำตาล (Unsweetened) และเลือกผลิตภัณฑ์ที่เสริมแคลเซียม วิตามินดี และวิตามินบี 12
ข้อดีของ "นมวัว" แหล่งโปรตีนราคาไม่แพงที่หาซื้อง่าย
นมวัวยังคงเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง โดยนม 1 แก้วให้โปรตีนประมาณ 8 กรัม พร้อมกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องการ เหมาะสำหรับเด็ก วัยรุ่น ผู้สูงอายุ และผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
นอกจากนี้ นมวัวยังอุดมไปด้วยแคลเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินบี 12 และสารอาหารที่ช่วยดูแลกระดูก ฟัน และกล้ามเนื้อ แต่ก็ข้อจำกัดในผู้ที่แพ้นมวัวหรือมีภาวะย่อยแลคโตสไม่ได้ อาจมีอาการท้องอืด ปวดท้อง หรือท้องเสียหลังดื่ม ส่วนผู้ที่กังวลเรื่องไขมัน สามารถเลือกนมพร่องมันเนยหรือขาดมันเนยแทนได้
เทียบชัดๆ "นมโอ๊ต" vs "นมวัว" เลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง
ใครบ้างเหมาะกับนมโอ๊ต
- แพ้นมวัวหรือแพ้แลคโตส
- รับประทานอาหารมังสวิรัติหรือวีแกน
- ต้องการลดการบริโภคไขมันอิ่มตัว
- ชอบนำไปชงกาแฟหรือทำเครื่องดื่ม
ใครบ้างเหมาะกับนมวัว
- ต้องการโปรตีนคุณภาพสูง
- ต้องการแคลเซียมตามธรรมชาติ
- ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือกำลังสร้างกล้ามเนื้อ
- ไม่มีปัญหาเรื่องการแพ้นมหรือแลคโตส
สรุปควรดื่มนมแบบไหนดีที่สุด
หากเป้าหมายคือการได้รับโปรตีนและแคลเซียมตามธรรมชาติ "นมวัว" ยังคงได้เปรียบกว่า โดยเฉพาะสำหรับเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ออกกำลังกาย อีกทั้งนมวัวยังเป็นโปรตีนราคาไม่แพง ที่สามารถหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด
แต่หากต้องการหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากสัตว์ มีภาวะแพ้แลคโตส หรืออยากเพิ่มใยอาหาร "นมโอ๊ต" ก็เป็นทางเลือกที่ดี โดยควรเลือกสูตร ไม่เติมน้ำตาล และ เสริมแคลเซียมกับวิตามินดี เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วนมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การเลือกดื่มนมไม่ควรยึดติดกับกระแส แต่ควรเลือกให้เหมาะกับสุขภาพและความต้องการของร่างกายของแต่ละคน เพราะไม่มีนมชนิดใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน มีเพียงนมที่เหมาะกับเรามากที่สุดเท่านั้น