นาทีนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยครับว่า "หม่าล่าทัง" หรือ หม่าล่าแบบตักเองต้มซุป กำลังเป็นเมนูโปรดของใครหลายคน แต่ละร้านมักจะใช้ระบบการคิดเงินแบบ "ชั่งน้ำหนักเป็นขีด" ซึ่งนี่แหละคือจุดวัดใจ เพราะถ้าเราหน้ามืดคุมสติไม่ดียามหิวโซ หยิบเพลินตอนหิว อันนี้ก็น่าลอง อันนั้นก็น่ากิน จนน้ำหนักพุ่ง เช็คบิลออกมาทีอาจจะสูงถึงหลายร้อยบาทจนกระเป๋าฉีกได้ แถมยังได้น้ำหนักตัวเพิ่มอีกแบบไม่คุ้มสุขภาพ

ไทยรัฐออนไลน์เลยจะมาเปิดวิชาลับในการเลือกตักวัตถุดิบ ให้คุณได้ชามใหญ่ที่โปรตีนแน่น สารอาหารครบ ไม่ทำลายสุขภาพในราคาสบายกระเป๋าที่สุด

หมวดชิ้นเบา อร่อย และโปรตีนแน่น "หยิบได้เลยคุ้มแน่นอน"

หัวใจสำคัญของการกินหม่าล่าทังให้คุ้มค่า คือ การมองหาวัตถุดิบที่มีน้ำหนักเบา ไม่ซับน้ำ แต่ให้คุณค่าทางอาหารและโปรตีนสูง เพื่อให้เราได้สารอาหารเต็มๆ โดยที่ตัวเลขบนเครื่องชั่งไม่พุ่งตาม อาจเริ่มต้นด้วยสวรรค์ของสายเนื้อสัตว์ที่อยากได้โปรตีนแต่กลัวน้ำหนักพุ่ง แนะนำให้พุ่งเป้าไปที่อาหารจำพวก "เนื้อสไลด์แผ่นบาง" ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหมูสไลด์ หรือเนื้อวัวที่สไลด์มาแบบบางเฉียบ ยิ่งร้านไหนสไลด์มาแบบบางมากๆ เวลาเราคีบใส่ถาด มันจะมีพื้นที่ผิวเยอะแต่มีน้ำหนักเบาหวิว หยิบ 3-4 แผ่นใหญ่ๆ น้ำหนักยังขึ้นน้อยกว่าลูกชิ้นแป้งเพียงลูกเดียวเสียอีก แถมยังสุกไวและดูดซับน้ำซุปได้ดีมาก 

แม้ปัจจุบันบางร้านอาจจะเริ่มขายแยกเป็นถาดๆ โดยราคา จะขึ้นอยู่กับเกรดของเนื้อ แต่เนื้อเหล่านี้ก็ยังคุ้มค่าที่จะกิน ต่อเงินที่เสียไป เนื่องจากคุณภาพเนื้อ โปรตีนที่จับต้องได้ และรสสัมผัสที่ยังไงก็ขาดไม่ได้ในหม่าล่าทัง ทั้งหมดจะช่วยเพิ่มความคุ้มค่าทางประสบการณ์ และสุชภาพได้อย่างแน่นอน

นอกจากเนื้อสไลด์แล้ว "ฟองเต้าหู้ทอดและฟองเต้าหู้แห้ง" ก็ถือเป็นราชาแห่งโปรตีนชิ้นเบา เพราะในสภาวะแห้ง ฟองเต้าหู้จะมีน้ำหนักเบามาก หยิบกำใหญ่แค่ไหนน้ำหนักก็แทบไม่ขึ้น แต่แฝงไปด้วยโปรตีนจากถั่วเหลืองแบบเน้นๆ และเมื่อนำไปต้มในหม้อซุป มันจะดูดซับน้ำซุปหม่าล่าข้นๆ เข้าไปจนชุ่มฉ่ำ อร่อยเต็มคำแบบสุดๆ

ปิดท้ายหมวดชิ้นเบาด้วย "ผักใบเขียวโปร่งและเห็ด" เช่น ผักบุ้ง ตั้งโอ๋ ผักชี หรือเห็ดหูหนูดำที่สะเด็ดน้ำมาแห้งๆ วัตถุดิบเหล่านี้มีโครงสร้างที่โปร่งและแห้ง ทำให้น้ำหนักเบามากเมื่อวางบนตาชั่ง แต่ให้ใยอาหารและวิตามินสูง ช่วยเพิ่มปริมาณในชามให้ดูน่ากินโดยไม่เพิ่มราคา

หมวดตัวตัดกำลัง หนักและแพง ตามน้ำหนักแป้ง "ห้ามหยิบเด็ดขาด"

วัตถุดิบกลุ่มนี้คือศัตรูตัวฉกาจของกระเป๋าตังค์ เพราะเป็นของที่อมน้ำเก่ง มีความหนาแน่นสูง หรือเป็นแป้งที่ไม่ได้ให้โปรตีน ซึ่งทำให้น้ำหนักพุ่งกระฉูดอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่ต้องระวังที่สุดในหมวดโปรตีน คือ "อาหารแปรรูปแป้งหนาจำพวกลูกชิ้นต่างๆ และไส้กรอกแดง" ลูกชิ้นราคาถูกมักจะมีส่วนผสมของแป้งหนาแน่น เนื้อสัมผัสหนัก และไม่มีความโปร่ง หยิบเพียงไม่กี่ลูกน้ำหนักก็พุ่งปรี๊ด แถมยังได้โปรตีนน้อยมาก ไม่คุ้มค่ากับการจ่ายเงินตามขีด

นอกจากนี้ให้หลีกเลี่ยง "บุกก้อน วุ้นเส้น และเส้นที่แช่น้ำไว้แล้ว" วัตถุดิบประเภทเส้นหรือบุกที่ทางร้านแช่น้ำไว้ในกระบะ มักจะดูดซึมน้ำเข้าไปจนอิ่มตัว ทำให้มีน้ำหนักมหาศาลเกินจริง แค่คีบขึ้นมาไม่กี่เส้นก็กินโควตาน้ำหนักไปเยอะมาก หากอยากกินเส้น แนะนำให้เลือกเส้นแบบแห้ง หรือหันไปสั่งบะหมี่แยกต่างหากจะคุ้มกว่า

และสุดท้ายคือ "ผักหัว และแกนผักหนาๆ" เช่น ฟักทอง มันฝรั่ง ข้าวโพดหวาน หรือแกนผักกาดขาวหนาๆ วัตถุดิบเหล่านี้มีความหนาแน่นของเนื้อสูงและมีน้ำหนักมากตามธรรมชาติ แม้จะมีประโยชน์ แต่ถ้าอยู่ในระบบชั่งขีด มันคือตัวทำลายงบประมาณชั้นดีเลย ให้เลือกชิ้นหรือ 2 ชิ้นเท่านี้ก็เพียงพอ

เคล็ดลับสุดท้ายก่อนเดินไปคิดเงิน คือ การสะเด็ดน้ำทุกครั้งที่คุณคีบวัตถุดิบ โดยเฉพาะพวกผักหรือเนื้อสัตว์ที่แช่อยู่บนน้ำแข็ง ให้ทำการสะบัดหรือพักไว้บนที่คีบสัก 2-3 วินาที เพื่อให้น้ำส่วนเกินหยดออกให้หมด เพราะน้ำเพียงไม่กี่หยดจากทุกๆ ชิ้นที่หยิบ เมื่อรวมกันแล้วอาจกลายเป็นน้ำหนักหลายสิบกรัมที่คุณต้องจ่ายเงินซื้อทิ้งไปเปล่าๆ

การกินหม่าล่าทังให้คุ้มค่าจึงไม่ใช่การอดกินของชอบ แต่คือการฉลาดเลือกใช้น้ำหนักทุกขีดให้คุ้มค่ากับสารอาหารที่จะได้รับ ลองนำทริกนี้ไปปรับใช้ในมื้อถัดไปดู รับรองว่าคุณจะได้ฟินกับหม่าล่าชามยักษ์รสแซ่บสะใจ โดยที่ตอนเช็คบิลจ่ายเงินสบายกระเป๋าแน่นอน