กะเพราและโหระพาสมุนไพรคู่ครัวที่มีกลิ่นและรสชาติเอกลักษณ์ นอกจากชูรสให้อร่อย ยังเป็น "ยาสามัญประจำกระเพาะ" มาดูความต่างและวิธีเลือกใส่เมนูให้ได้ประโยชน์สูงสุด

สมุนไพรคู่ครัวไทยอย่าง "กะเพรา" และ "โหระพา" เป็นวัตถุดิบสำคัญที่ช่วยชูรสชาติและสร้างกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ให้กับอาหารไทยหลากหลายเมนู แม้พืชทั้งสองชนิดจะอยู่ในวงศ์เดียวกัน (Lamiaceae) และมีลักษณะใบที่คล้ายคลึงกันจนหลายคนอาจสับสน แต่ในแง่ของรสสัมผัส กลิ่น และสรรพคุณทางยานั้นมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ข้อมูลจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าพืชสมุนไพรทั้งสองชนิดมีน้ำมันหอมระเหยที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่มีการออกฤทธิ์ที่ต่างกัน บทความนี้จะพาไปเจาะลึกความแตกต่าง เพื่อให้คุณเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสมและเพิ่มความอร่อยให้มื้ออาหาร

กะเพราและโหระพา "ยาสามัญประจำกระเพาะ" จากธรรมชาติ

นอกจากความอร่อยที่ขาดไม่ได้ในอาหารไทยแล้ว ในมุมของการแพทย์แผนไทย สมุนไพรทั้งสองชนิดนี้ยังเปรียบเสมือน "ยาสามัญประจำกระเพาะ" ที่ควรปลูกติดบ้านไว้ เพราะมีสรรพคุณโดดเด่นในการดูแลระบบทางเดินอาหารโดยตรง

  • กะเพรา มือปราบอาการจุกเสียด สารสำคัญอย่าง ยูจีนอล (Eugenol) ในใบกะเพรา มีฤทธิ์ช่วยกระตุ้นการหลั่งน้ำดีออกมาช่วยย่อยอาหาร โดยเฉพาะอาหารกลุ่มไขมัน เมื่อรับประทานอาหารรสจัดหรือเนื้อสัตว์ติดมัน กะเพราจะเข้าไปช่วยลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม และบรรเทาอาการจุกเสียดแน่นท้องได้อย่างตรงจุด

  • โหระพา ผู้ช่วยคลายเกร็งและระบายลม น้ำมันหอมระเหยในโหระพามีฤทธิ์ช่วยลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อในระบบทางเดินอาหาร บรรเทาอาการปวดเกร็งท้อง อาหารไม่ย่อย การรับประทานแกงกะทิที่มีส่วนผสมของโหระพา จึงช่วยลดความเลี่ยนและทำให้กระเพาะอาหารทำงานได้เบาลง

กะเพรา มือปราบอาการจุกเสียด
กะเพรา มือปราบอาการจุกเสียด

ทำความรู้จัก "กะเพรา" สมุนไพรรสร้อนแรง VS "โหระพา" กลิ่นหอมชูรสชาติ

กะเพรา มีลักษณะใบขอบหยัก มีทั้งกะเพราขาวและกะเพราแดง จุดเด่นคือมีกลิ่นฉุนและรสชาติเผ็ดร้อน เมื่อนำไปประกอบอาหารจะช่วยดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี ตามบริบททางประวัติศาสตร์ของตำรับยาไทย กะเพรามักถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพรฤทธิ์ร้อนเพื่อปรับสมดุลธาตุในร่างกาย

โหระพา มีลักษณะใบเรียบกว่ากะเพรา ขอบใบหยักน้อยกว่า ก้านมักมีสีออกม่วงแดง กลิ่นของโหระพาจะมีความหอมหวานคล้ายชะเอมหรือโป๊ยกั๊ก ไม่ฉุนจัดเท่ากะเพรา และมีรสชาติเย็นกว่า จึงมักถูกนำมาใส่ในเมนูแกงเผ็ดและกินเป็นผักเคียง

โหระพา ผู้ช่วยคลายเกร็งและระบายลม
โหระพา ผู้ช่วยคลายเกร็งและระบายลม


ตารางเปรียบเทียบ กะเพรา กับ โหระพา ต่างกันอย่างไร

คุณลักษณะ
กะเพรา
โหระพา
ลักษณะใบและก้านใบมีขอบหยักฟันเลื่อยชัดเจน ผิวใบมีขนเล็กๆ มีทั้งก้านสีเขียว (กะเพราขาว) และก้านสีแดงอมม่วง (กะเพราแดง)ใบเรียบ ขอบใบหยักมนเล็กน้อย ผิวใบมันลื่น ก้านมักมีสีม่วงแดงเข้ม
กลิ่นและรสชาติกลิ่นฉุน รสชาติเผ็ดร้อนแรงกลิ่นหอมหวานละมุน (คล้ายชะเอมหรือโป๊ยกั๊ก) รสชาติมีความเย็นกว่า
สรรพคุณเด่นขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยย่อย อาหารฤทธิ์ร้อน บรรเทาอาการหวัดมีเบต้าแคโรทีนสูง บำรุงสายตา กลิ่นหอมช่วยผ่อนคลายความเครียด
การดับกลิ่นคาวดีเยี่ยม เหมาะกับเนื้อสัตว์กลิ่นคาวจัดปานกลาง เหมาะกับการชูรสชาติและให้กลิ่นหอม
เมนูยอดนิยมผัดกะเพรา, ผัดฉ่า, ต้มแซ่บแกงเขียวหวาน, แกงเผ็ด, ผัดหอยลาย, ผัดมะเขือยาว, กินสดเป็นผักเคียง


กะเพรา vs โหระพา เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์

หากต้องการอาหารที่มี รสจัดจ้าน ดับกลิ่นคาว และช่วยขับลม "กะเพรา" คือคำตอบที่ดีที่สุด แต่หากต้องการ กลิ่นหอมละมุน ชูรสชาติแกงกะทิ หรือรับประทานสด "โหระพา" จะดีกว่า การเลือกใช้สมุนไพรให้ถูกประเภทไม่เพียงแต่ทำให้อาหารอร่อยขึ้น แต่ยังทำให้ร่างกายได้รับสรรพคุณทางยาอย่างเต็มที่อีกด้วย