LINE MAN และ แกร็บฟู้ด เผยอินไซต์ 2 สัปดาห์แรก “ไทยช่วยไทยพลัส” กระแสตอบรับปัง ดันยอดเดลิเวอรีพุ่ง โดยกะเพราหมูกรอบและส้มตำคว้าแชมป์เมนูขายดี พร้อมเม็ดเงินสะพัดร้านอาหารทั่วไทย
หลังจากที่รัฐบาลเปิดให้ประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส (60/40)” ผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีตั้งแต่ช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ล่าสุดสองยักษ์ใหญ่แพลตฟอร์มเดลิเวอรีในประเทศไทย ทั้ง LINE MAN และ แกร็บฟู้ด ได้เปิดเผยสถิติมหาศาลในช่วง 2 สัปดาห์แรก (15–30 มิถุนายน 2569) ที่สะท้อนว่ามาตรการนี้สามารถช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจและกระตุ้นการใช้จ่ายในธุรกิจอาหารได้อย่างเป็นรูปธรรม
เปิดตัวเลขสองบิ๊กเดลิเวอรี เม็ดเงินหมุนเวียนสะพัดทั่วไทย
ความคึกคักของผู้บริโภคสายกินส่งผลให้ยอดการสั่งซื้อบนทั้งสองแพลตฟอร์มเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีอินไซต์ที่น่าสนใจดังนี้
- LINE MAN: พบว่ามีผู้ใช้สิทธิ์ผ่านบริการเดลิเวอรีแล้วกว่า 1.2 ล้านคน โดยมูลค่าการสั่งซื้อต่อออเดอร์ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนเติบโตขึ้นกว่า 15% เมื่อเทียบกับวันแรก และผู้ใช้สิทธิ์มีการใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 450 บาทต่อคน
- แกร็บฟู้ด (GrabFood): สร้างยอดสั่งอาหารเดลิเวอรีจากร้านที่ร่วมโครงการฯ ทะลุ 500 ล้านบาท มีร้านอาหารเข้าร่วมเพิ่มขึ้นถึง 40% (เมื่อเทียบกับโครงการคนละครึ่งพลัส) ส่งผลดีให้ไรเดอร์ใน 5 จังหวัดที่มีการใช้สิทธิ์สูงสุด มีรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมงเพิ่มขึ้นถึง 18%
นอกจากนี้ แกร็บยังเผยพฤติกรรมเพิ่มเติมว่า คนส่วนใหญ่ (55%) นิยมสั่งอาหารด้วยมูลค่าประมาณ 100 - 250 บาทต่อออเดอร์ และ “มื้อกลางวัน” ช่วงเวลา 11.00 - 12.00 น. คือช่วงพีคที่มีคนใช้สิทธิ์มากที่สุด โดยมีพื้นที่กรุงเทพฯ ครองแชมป์ใช้สิทธิ์สูงสุด รองลงมาคือ ชลบุรี เชียงใหม่ ขอนแก่น และนครราชสีมา
...
ศึกชิงแชมป์เมนูฮิต “ข้าวกะเพราหมูกรอบ VS ส้มตำ”
พฤติกรรมการเลือกสั่งอาหารประจำเดือนแรกของผู้บริโภคบนทั้งสองแพลตฟอร์มมีความหลากหลายและน่าสนใจ โดยเมนูจานด่วนและอาหารอีสานยังคงครองใจมหาชน
- เมนูยอดนิยมบน LINE MAN: ข้าวกะเพราหมูกรอบ ครองตำแหน่งเมนูขายดีอันดับหนึ่งประจำเดือนแรก ตามด้วย ข้าวมันไก่ เกาเหลา และก๋วยเตี๋ยวเรือ
- เมนูยอดนิยมบน Grab: ส้มตำ ติดอันดับเมนูยอดฮิตขายดีที่สุด รองลงมาคือ ข้าวมันไก่ ลาบหมู และคอหมูย่าง
ทางฝั่งเครื่องดื่มเกิดเทรนด์ที่น่าจับตา เมื่อข้อมูลของ LINE MAN ระบุว่า “มัตจะลัตเต” ทำยอดสั่งซื้อแซงหน้าแชมป์เก่าอย่าง “ชาไทย” ในโครงการคนละครึ่ง พลัส รอบก่อน ชี้ให้เห็นว่ามาตรการสนับสนุนช่วยเปิดโอกาสให้คนกล้าใช้จ่ายกับเมนูที่มีราคาสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม เมนู “ชาไทย” ยังคงยืนหนึ่งในฐานะเครื่องดื่มยอดนิยมบนฝั่งแกร็บฟู้ดอย่างเหนียวแน่น ตามมาด้วย ชาเขียว และโกโก้
ส่องร้านเด็ดทำยอดปัง และสิทธิประโยชน์เดือนกรกฎาคม
นอกจากเมนูฮิตแล้ว แกร็บฟู้ดยังเปิดเผยรายชื่อร้านค้าดาวเด่นที่ทำยอดขายถล่มทลายจากโครงการนี้ โดย “ร้านอรทัยซูชิวังหลัง” ย่านพรานนก คว้าแชมป์ยอดขายสูงสุดทะลุ 4 แสนบาท (กว่า 1,800 ออเดอร์) ในเวลาเพียงสองสัปดาห์ ขณะที่ “ร้านข้าวหน้าเนื้อพิคานย่า” ย่านดินแดง ครองแชมป์ร้านดาวรุ่งโตแรง 12 เท่าจากช่วงปกติ
เข้าสู่เดือนกรกฎาคม 2569 โครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ได้มีการเติมวงเงินใหม่ให้ผู้ได้รับสิทธิ์อีกจำนวน 1,000 บาท ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มต่างขนโปรโมชันมาแจกเพิ่มเพื่อดึงดูดใจลูกค้า เช่น LINE MAN ที่จัดเต็มอัดฉีดคูปองส่วนลดสูงสุด 5,000 บาท พร้อมส่งฟรี 5 กิโลเมตรแรก (ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด) โดยประชาชนสามารถใช้สิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชันเดลิเวอรีและชำระเงินผ่านแอปฯ เป๋าตังได้ต่อเนื่องตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2569
...