คนเป็นโรคโลหิตจาง ดื่มมัทฉะได้ไหม? คำตอบคือดื่มได้ แต่ต้องระวัง สารแทนนินในชาอาจขัดขวางการดูดซึมธาตุเหล็ก มาดูวิธีดื่มมัทฉะให้ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพกัน
“มัทฉะ” (Matcha) กลายเป็นเครื่องดื่มแก้วโปรดของใครหลายคน ด้วยรสชาติที่เข้มข้น กลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ และสรรพคุณในการต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่สูง แต่สำหรับกลุ่มผู้ที่มีปัญหาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้ป่วยภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก มักเกิดคำถามสำคัญว่า เป็นโรคโลหิตจาง ดื่มมัทฉะได้ไหม และจะส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไรบ้าง
ไทยรัฐออนไลน์ได้รวบรวมข้อมูลทางการแพทย์และหลักโภชนาการที่ถูกต้อง เพื่อให้คนรักมัทฉะที่มีภาวะโลหิตจางสามารถมีความสุขกับเครื่องดื่มถ้วยโปรดได้อย่างปลอดภัย
เป็นโรคโลหิตจาง ดื่มมัทฉะได้ไหม? เจาะลึกผลกระทบต่อร่างกาย
คำตอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุว่า ผู้ป่วยโรคโลหิตจางสามารถดื่มมัทฉะได้ แต่ต้องดื่มอย่างระมัดระวังและถูกวิธี
...
สาเหตุที่ต้องระวังเป็นพิเศษเนื่องจากในมัทฉะมีสารประกอบกลุ่มโพลีฟีนอล (Polyphenols) โดยเฉพาะ “แทนนิน” (Tannin) และสารอีจีซีจี (EGCG) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นดี ทว่าสารเหล่านี้มีคุณสมบัติในการจับตัวกับ ธาตุเหล็กชนิดที่ไม่ใช่ฮีม (Non-Heme Iron) ซึ่งเป็นธาตุเหล็กที่พบในพืช ผักใบเขียว ไข่ และอาหารเสริม ทำให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กไปใช้ได้ยากขึ้น
จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) ภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กถือเป็นหนึ่งในปัญหาสาธารณสุขที่พบได้บ่อยที่สุดทั่วโลก การบริโภคเครื่องดื่มที่มีสารแทนนินสูง เช่น ชาและกาแฟ พร้อมมื้ออาหาร จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องบริหารจัดการให้ดี
วิธีดื่มมัทฉะอย่างปลอดภัย สำหรับผู้มีภาวะโลหิตจาง
หากคุณมีภาวะโลหิตจางแต่ไม่อยากตัดขาดจากมัทฉะ สามารถปฏิบัติตามคำแนะนำในการบริโภคดังต่อไปนี้เพื่อลดผลกระทบต่อการดูดซึมสารอาหาร
1. เว้นระยะห่างจากมื้ออาหารอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง
ข้อนี้สำคัญที่สุด ไม่ควรดื่มมัทฉะพร้อมกับมื้ออาหาร หรือดื่มทันทีหลังรับประทานอาหารเสร็จ ควรเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อปล่อยให้ระบบย่อยอาหารทำการดูดซึมธาตุเหล็กจากอาหารหลักเข้าสู่ร่างกายอย่างเต็มที่เสียก่อน
2. จำกัดปริมาณการดื่มต่อวัน
ไม่ควรดื่มมากเกินไป ปริมาณที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีภาวะโลหิตจางคือ วันละ 1 แก้ว (และไม่ควรเกิน 2 แก้ว) โดยชงแบบไม่เข้มข้นจนเกินไป เพื่อควบคุมปริมาณแทนนินและคาเฟอีนไม่ให้รับเข้าสู่ร่างกายมากเกินจำเป็น
3. รับประทานอาหารที่มีวิตามินซีสูงควบคู่ในมื้ออาหาร
จากการศึกษาทางโภชนาการชี้แจงว่า วิตามินซี (Vitamin C) มีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซึมธาตุเหล็กชนิดที่ไม่ใช่ฮีมได้ดียิ่งขึ้น และสามารถช่วยลดผลกระทบของสารแทนนินได้ ดังนั้นการกินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ส้ม ฝรั่ง หรือกีวี่ ในมื้ออาหาร จะช่วยรักษาสมดุลของธาตุเหล็กในร่างกายได้
ดื่มมัทฉะแบบไหนที่คนเป็นโลหิตจางควรเลี่ยง?
- มัทฉะสูตรเข้มข้นพิเศษ ยิ่งผงมัทฉะเข้มข้น ปริมาณแทนนินก็ยิ่งสูงขึ้น
- การดื่มชาแทนน้ำเปล่า: การดื่มมัทฉะจิบตลอดทั้งวันจะทำให้ร่างกายได้รับแทนนินอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขัดขวางการทำงานของธาตุเหล็กตลอดวัน
- มัทฉะที่ใส่น้ำตาลและครีมเทียมสูง: นอกจากเรื่องธาตุเหล็กแล้ว ปริมาณน้ำตาลที่สูงเกินไปยังส่งผลเสียต่อสุขภาพองค์รวมและระบบเลือดอีกด้วย
สรุปได้ว่า เป็นโรคโลหิตจาง ดื่มมัทฉะได้ไหม คำตอบคือ “ดื่มได้” แต่ต้องใส่ใจเรื่อง “เวลาและปริมาณ” เป็นหลัก การดื่มมัทฉะในปริมาณที่พอดี และเว้นระยะห่างจากมื้ออาหาร 1-2 ชั่วโมง จะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์จากสารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียว โดยไม่ไปทำลายกระบวนการสร้างเม็ดเลือดแดงของร่างกาย อย่างไรก็ตาม หากมีอาการโลหิตจางขั้นรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้เกี่ยวกับพฤติกรรมการบริโภคเพื่อความปลอดภัยสูงสุด
...